วิธีใช้ IBM Lotus Notes 8.5.3

เอดิชันที่หนึ่ง

เผยแพร่เมื่อกันยายน 2011

เกี่ยวกับเอดิชันนี้

การพิมพ์

เมื่อคุณพิมพ์เอกสารนี้ องค์ประกอบของลักษณะบางอย่างจะถูกลบออกเพื่อสร้างเอาต์พุตการพิมพ์ที่ดีขึ้น ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับบางประการเกี่ยวกับการพิมพ์:
  • ความยาวเอกสารอาจเกินความสามารถในการพิมพ์ของเบราว์เซอร์ Microsoft Internet Explorer ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถพิมพ์ ไฟล์ขนาดใหญ่ได้
  • เอกสารนี้ยาวมาก ให้ใช้ตัวอย่างก่อนพิมพ์ที่ดูความยาว ของหน้าที่จะพิมพ์
  • คุณสามารถไฮไลต์ส่วนของเอกสาร และเลือกพิมพ์ เฉพาะเนื้อหาที่เลือกไว้

การทำงานแบบออฟไลน์

คุณสามารถบันทึกสำเนาโลคัล ของเอกสารนี้ได้จากเบราว์เซอร์ของคุณ แต่ละเบราว์เซอร์มีเมนูและอ็อพชันเมนู ที่แตกต่างกัน โปรดดูในวิธีใช้ของเบราว์เซอร์ หากคุณต้องการความช่วยเหลือ ในการบันทึกเอกสารแบบโลคัล

การส่งผลตอบกลับ

หาก คุณต้องการส่งผลตอบกลับเกี่ยวกับเอกสารนี้่ โปรดดู เว็บไซต์ ผลตอบกลับเกี่ยวกับเอกสารของ Lotus

IBM Connections

IBM® Connections เป็นซอฟต์แวร์เครือข่ายสังคมสำหรับธุรกิจ

IBM Connections เป็นแอ็พพลิเคชันที่ทำงานบนเว็บที่มีชุดของคุณลักษณะที่ช่วยบุคคลในการสื่อสารและโต้ตอบระหว่างกันทั่วทั้งองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีการใช้ IBM Connectionsในองค์กรของคุณ คณสามารถเข้าถึงคุณลักษณะจำนวนมากของแอ็พพลิเคชันจากภายใน Notes ไคลเอ็นต์ได้ ใช้ความสามารถของ IBM Connections ที่มีอยู่ใน Notes เพื่อทำงานต่อไปนี้:

มีอะไรใหม่ในรีลีสนี้

ค้นหาคุณลักษณะพิเศษที่ได้แนะนำหรือพัฒนาในรีลีสนี้

IBM Lotus Notes 8.5.3

  • มีการอัพเดตเพื่อสนับสนุนการตั้งค่าคุณสมบัติขิงเซิร์ฟเวอร์ในหน้าการกำหนดค่าตามความชอบของการเชื่อมต่อ:
    • อ็อพชันต่อไปนี้พร้อมใช้งานจากฟิลด์ โปรโตคอลการพิสูจน์ตัวตน ของหน้าการกำหนดค่าตามความชอบการตั้งค่าขั้นสูง:
      Domino single sign-on
      เลือกอ็อพชันนี้เมื่อมีการกำหนดค่า single sign-on ระหว่าง Notes และเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections คุณต้องรู้ชื่อโฮสต์ของเซิร์ฟเวอร์ Domino ที่ถูกใช้เพื่อตั้งค่า single sign-on เนื่องจากคุณต้องป้อนชื่อโฮสต์ในฟิลด์ เซิร์ฟเวอร์ Domino single sign-on ก่อนที่คุณจะสามารถบันทึกการกำหนดค่าตามความชอบได้
      การรับรอง OS
      เลือกอ็อพชันนี้เมื่อ Notes มีการกำหนดคอนฟิกเพื่อสนับสนุน single sign-on สำหรับ Windows บนเดสก์ท็อป ซึ่งยังรู้จักในชื่อ Simple and Protected Generic Security Service Application Program Interface (GSS-API) Negotiation Mechanism (SPNEGO) อ็อพชันนี้สนับสนุนเฉพาะระบบที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ใช้อ็อพชันนี้สำหรับคอนฟิกูเรชัน SPNEGO, TAM-SPNEGO และ Siteminder-SPNEGO เมื่อคุณเลือก การรับรอง OS คุณไม่ต้องเพิ่มค่าในฟิลด์ URL การพิสูจน์ตัวตน นอกจากนี้ ฟิลด์ ชื่อผู้ใช้ และ รหัสผ่านของผู้ใช้ บนหน้าการกำหนดค่าตามความชอบการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์การเชื่อมต่อจะถูกปิดใช้งาน
    • เมื่อคุณเลือกชนิดการพิสูจน์ตัวตนของ Tivoli Access เป็น Manager Form หรือ Site Minder Form ฟิลด์เพิ่มเติมสองฟิลด์จะถูกแสดงและถูกเลือกโดยดีฟอลต์:
      Enforce SSL
      รักษาความปลอดภัยทราฟฟิกโดยใช้โปรโตคอล Secure Sockets Layer
      Enforce trusted sites
      จำกัดเว็บไซต์ภายนอกที่พร้อมใช้งานตามรายการที่ระบุ การกำหนดค่าตามความชอบแอคเคาต์จะกำหนดรายการของไซต์ที่เชื่อถือ
  • สำหรับการนำไปใช้งานที่การสนับสนุน IBM Connections ไม่ได้รับการจัดการโดยนโนบายการจัดการระบบ คุณสามารถปิดใช้งานแถบข้างและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ IBM Connections ทั้งหมดได้โดยการคลิกที่ปุ่ม ปิดใช้งานการเชื่อมต่อ จากหน้าการกำหนดค่าตามความชอบการเชื่อมต่อ คุณสามารถเปิดใช้งานได้อีกครั้งในภายหลังโดยการคลิกที่ปุ่ม เปิดใช้งานการเชื่อมต่อ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของบุคคลถุกเพิ่มเข้ากับข้อมูลผู้ติดต่อที่ถูกแสดงในนามบัตรของ IBM Connections
  • หาก IBM Connections ถูกกำหนดคอนฟิกให้เก็บอีเมลแอดเดรสไว้เป็นส่วนตัว ตอนนี้แถบข้างจะป้องกันไม่ให้แสดงอีเมลแอดเดรสโดยมีข้อจำกัดต่อไปนี้:
    • อ็อพชัน ลิงก์ส่งต่อ จะไม่พร้อมใช้งานจากเมนู เพิ่มเติม หรือจากเมนูบริบท
  • นามบัตรยังสนับสนุนการเก็บอีเมลแอดเดรสเป็นส่วนตัวตราบใดที่เซิร์ฟเวอร์ IBM Lotus Sametime และแอ็พพลิเคชันโปรไฟล์ใน IBM Connections ถูกกำหนดคอนฟิกให้ใช้ ID ผู้ใช้เดียวกัน หากเซิร์ฟเวอร์ Sametime ไม่ถูกกำหนดคอนฟิกให้ใช้ ID ผู้ใช้ของ IBM Connections ดังนั้นอ็อพชัน หากิจกรรมที่เกี่ยวข้อง จะไม่พร้อมใช้งานจากแถบเครื่องมือหน้าต่างการสนทนาหรือจากเมนูบริบท

IBM Lotus Notes 8.5.2

  • คุณสามารถเข้าถึงคุณลักษณะของ IBM Connections ได้จากรายการ Notes Open คลิก เปิด > การเชื่อมต่อ > โหลดอ็อพชันเมนู เพื่อเพิ่มเนื้อหาเข้ากับเมนูบริบท และจากนั้นคลิก เปิด > การเชื่อมต่อ อีกครั้งเพื่อเลือกแอ็พพลิเคชันที่คุณต้องการใช้
  • คุณยังสามารถดำเนินการงาน IBM Connections ได้โดยตรงจากเมนูเครื่องมือ คลิก เครื่องมือ > การเชื่อมต่อ และจากนั้นเลือกงานที่คุณต้องการทำ
  • อ็อพชันต่างๆ ที่พร้อมใช้งานจากส่วนท้ายของพาเนลแถบข้าง ถูกย้ายไปที่แถบเครื่องมือสถานะใหม่ที่ด้านบนของพาเนล แถบเครื่องมือสถานะ ระบุสถานะการเชื่อมต่อปัจจุบันโดยใช้หนึ่งในไอคอนต่อไปนี้:
    • เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ ไอคอนรูปสายไฟ
    • เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโลคัล ไอคอนสายไฟที่มีกากบาทสีแดง
    จากแถบเครื่องมือสถานะ คุณสามารถดำเนินการภารกิจต่อไปนี้:
    • เปิด IBM Connections เวอร์ชันบนเว็บโดยการคลิกที่ไอคอน เปิดในเว็บเบราว์เซอร์ ไอคอนเปิดในเว็บเบราว์เซอร์ Notes จะเปิดเบราว์เซอร์ภายนอกและไปที่แอ็พพลิเคชันกิจกรรม
    • ทำให้ IBM Connections ออฟไลน์โดยการเลือกลูกศรที่อยู่ติดกับข้อมูลสถานะการเชื่อมต่อ และจากนั้นเลือก ทำให้กิจกรรมที่พร้อมใช้งานออฟไลน์ จากเมนูแบบดร็อปดาวน์
  • คุณสามารถเชิญบุคคลเข้าร่วมเครือข่าย IBM Connections ของคุณโดยทำขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. ปฏิบัติตามหนึ่งในขั้นตอนต่อไปนี้:
      • เปิดนามบัตรของบุคคล แล้วคลิกขวาที่พื้นหลังของบัตร
      • คลิกขวาที่ชื่อบุคคลในมุมมอง Notes เช่น Inbox ของคุณ และจากนั้นเลือกชื่อบุคคลจากเมนูบริบท
      • คลิกขวาที่ชื่อบุคคลในพาเนลแถบข้าง Sametime Contacts
    2. เลือก เชิญเข้าร่วมเครือข่ายของฉัน
  • หน้าการกำหนดค่าตามความชอบ ของกิจกรรมเปลี่ยนแปลงในวิธีการต่อไปนี้:
    1. หลังจากที่คุณระบุเซิร์ฟเวอร์ที่คุณต้องการเชื่อมต่อบนหน้าการกำหนดค่าตามความชอบ ของการเชื่อมต่อ คุณสามารถเปิดหน้าการกำหนดค่าตามความชอบ ของกิจกรรมเพื่อระบุชื่อที่แสดงผลสำหรับเซิร์ฟเวอร์นั้น ชื่อที่แสดงผล คือชื่อที่ปรากฏในแถบเครื่องมือสถานะที่ด้านบนของพาเนลแถบข้าง เพื่อบ่งชี้สถานะการเชื่อมต่อของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งดีฟอลต์ คือคำแรกในแอดเดรสของเซิร์ฟเวอร์ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณระบุ enterprise.example.com ใน ฟิลด์ Server URL แล้วค่าของฟิลด์ ชื่อที่แสดงผลจะถูกตั้งค่าเป็น Enterprise ตามค่าดีฟอลต์
    2. ฟิลด์ใหม่ที่ชื่อ URL การพิสูจน์ตัวตน จะถูกเพิ่มลงในไดอะล็อกบ็อกซ์ การตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ขั้นสูง หากคุณต้องการระบุค่าในฟิลด์ URL ของเซิร์ฟเวอร์ บนหน้าคุณสมบัติการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ Connections Server และได้เลือก Java Form หรือ SiteMinder Form จากฟิลด์ โปรโตคอลการพิสูจน์ตัวตน ดังนั้นคุณสามารถคลิกปุ่ม เติมโดยอัตโนมัติ เพื่อเติมฟิลด์นี้ด้วยเว็บแอดเดรสที่ปลอดภัยโดยอัตโนมัติที่ Notes ไคลเอ็นต์จะใช้เพื่อพิสูจน์ตัวตนกับ IBM Connections ฟิลด์จะไม่ถูกเติมหากคุณยังไม่ระบุเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections หรือหากเลือก Tivoli Access Manger Form สำหรับฟิลด์โปรโตคอลการพิสูจน์ตัวตน ผู้ดูแลระบบของคุณอาจขอให้คุณแก้ไขเว็บแอดเดรสในฟิลด์นี้ ให้แสดงถึงคอนฟิกูเรชันที่ระบุของบริษัทของคุณ อัพเดตค่าของฟิลด์นี้ ถ้าได้รับการร้องขอ มิฉะนั้น ห้ามเปลี่ยนค่าของฟิลด์นี้
    หมายเหตุ: ตั้งแต่ Domino 8.5.2 ผู้ดูแลระบบสามารถตั้งนโยบายได้มากกว่าหนึ่งนโยบายที่กำหนดว่าเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections ใดที่ผู้ใช้จะใช้ ถ้าคุณไม่สามารถแก้ไขฟิลด์ในหน้า Connections preference เช่น ฟิลด์ Server URL ก็เป็นไปได้ที่ผู้ดูแลระบบของคุณ ได้ระบุข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ไว้ให้คุณแล้วโดยใช้นโยบาย ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงค่าของหนึ่งในฟิลด์บนหน้า Connections preferences ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ

IBM Lotus Notes 8.5.1

  • ใน IBM Lotus Connections 2.5 ชื่อของคุณลักษณะ "Dogear" จะเปลี่ยนเป็น "Bookmarks" เมนูอ็อพชัน สำหรับการค้นหา Dogear และการสร้างบุ๊กมาร์ก Dogear มีการอัพเดต เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงชื่อ
  • คุณสามารถหาเนื้อหาที่บุคคลจัดส่งไปยังคุณลักษณะ Lotus Connections ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ที่พร้อมใช้งานจาก นามบัตร
  • ดูและจัดส่งไปยัง กิจกรรมชุมชน ที่สร้างขึ้นโดยใช้คุณลักษณะชุมชนใน IBM Connections คุณสามารถทำภารกิจต่างๆ ในกิจกรรมชุมชนได้เช่นเดียวกับที่ทำใน กิจกรรมมาตรฐาน ยกเว้นว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยน ความเป็นสมาชิก ของ กิจกรรมชุมชน แต่ละกิจกรรมชุมชนมีไอคอนชุมชน ซึ่งแสดงขึ้นถัดจากชื่อของกิจกรรมในแถบข้าง ไอคอนนี้ช่วย แยกแยะความแตกต่างระหว่างกิจกรรมชุมชนและกิจกรรมมาตรฐาน
  • ขณะนี้ คุณลักษณะเพิ่มเติมของ IBM Connections จะพร้อมใช้งานจากภายใน Notes ไคลเอ็นต์ หน้าการกำหนดค่าตามความชอบสำหรับ IBM Connections ที่พร้อมใช้งาน ซึ่งเรียกว่าหน้าความต้องการ Connections ใช้หน้านี้เพื่อระบุข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections คุณยังคงสามารถใช้หน้าความต้องการกิจกรรม เพื่อกำหนดการตั้งค่าสำหรับแถบข้างกิจกรรม ขยายหน้าความต้องการ Connections เพื่อค้นหาหน้าความต้องการกิจกรรม
  • การซิงโครไนซ์กิจกรรมถูกรวมเข้ากับการเรพลิเคทและการซิงโครไนซ์ Notes ข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์กิจกรรมจะถูกส่งไปยังที่เก็บแบบโลคัลตามกำหนดเวลาเดียวกันกับที่ใช้สำหรับการเรพลิเคทฐานข้อมูล Notes มาตรฐาน กระบวนการของการส่งเนื้อหาจาก ฐานข้อมูลโลคัลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ไม่เป็นไปตามตารางเวลานี้ แต่มีการ เริ่มต้นขึ้นโดยอัตโนมัติหลังจากที่คุณกลับไปออนไลน์อีกครั้ง
  • ผู้ดูแลระบบสามารถตั้งนโยบายที่กำหนดชุดของการกำหนดค่าตามความชอบสำหรับ IBM Connections และสามารถนำนโยบายไปใช้กับไคลเอ็นต์หลายระบบ โปรดดู การสร้างเอกสารการตั้งค่านโยบายกิจกรรม ในวิธีใช้สำหรับผู้ดูแลระบบ Domino
  • ขณะนี้ แถบข้างได้รับการสนับสนุนบนแพลตฟอร์ม Apple Mac OS X

Lotus Notes 8.5

การล็อกอินเข้าสู่กิจกรรม

จากพาเนล กิจกรรม ของแถบข้าง ให้ล็อกอินเข้าสู่คุณลักษณะพิเศษ กิจกรรม เพื่อดูกิจกรรมของคุณ

คุณอาจต้องการข้อมูลต่อไปนี้เพื่อเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์กิจกรรม:

  • เว็บแอดเดรสของเซิร์ฟเวอร์กิจกรรม (ไม่ใช่เพียงชื่อเซิร์ฟเวอร์ แต่เป็นเว็บแอดเดรสแบบเต็ม เช่น https://activities.example.com)
  • ล็อกอินด้วยหนังสือรับรอง ซึ่งประกอบด้วยชื่อผู้ใช้ เช่น: your_name@example.com และรหัสผ่านที่เชื่อมโยงถึง
    หมายเหตุ: ถ้าคุณได้เข้าถึงคุณลักษณะพิเศษ กิจกรรม ก่อนหน้านี้จากเว็บเบราว์เซอร์ คุณสามารถใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเดียวกันกับที่คุณใช้เพื่อล็อกออนเวอร์ชันของเว็บของกิจกรรม

เฉพาะผู้ดูแลระบบเท่านั้นที่สามารถตั้งค่าการเข้าถึงคุณลักษณะพิเศษ กิจกรรม ให้แก่ผู้ใช้ ถ้าคุณไม่ทราบชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน โปรดติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณ ถ้าคุณต้องการให้กำหนดสิทธิในการเข้าถึง กิจกรรม สำหรับผู้ร่วมงาน โปรดติดต่อผู้ดูแลระบบให้เพิ่มผู้ใช้ใหม่ บุคคลต้องถูกเพิ่มลงในไดเร็กทอรีผู้ใช้ที่เหมาะสมก่อนที่เขาจะสามารถล็อกอินเข้าสู่กิจกรรมได้

เมื่อคุณเปิดพาเนล กิจกรรม ในแถบข้างเป็นครั้งแรก ถ้าการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ไม่พร้อมใช้งาน คุณจะถูกพร้อมต์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการเชื่อมต่อ ขั้นตอนต่อไปนี้อธิบายถึงวิธีการล็อกอินจากพาเนลกิจกรรม ของแถบข้าง:
  1. ในพาเนลกิจกรรมของแถบข้าง ให้คลิก แสดงการกำหนดค่าตามความชอบของการเชื่อมต่อ เพื่อเปิดหน้าต่างการกำหนดค่าตามความชอบ การเชื่อมต่อ
  2. กรอกข้อมูลลงในฟิลด์ต่อไปนี้ใน ส่วนค่าติดตั้งเซิร์ฟเวอร์การเชื่อมต่อ:
    ฟิลด์ รายละเอียด
    Server URL พิมพ์เว็บแอดเดรสของเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections เริ่มต้นด้วย https:// หรือ http://

    ตัวอย่างเช่น: https://enterprise.example.com

    ถ้าคุณทราบว่าเซิร์ฟเวอร์ต้องการความปลอดภัย การเชื่อมต่อแบบเข้ารหัส ให้พิมพ์แอดเดรสโดยขึ้นต้นด้วย https://

    ผู้ดูแลระบบบางรายเปลี่ยนรากบริบทที่ใช้เพื่อเข้าถึงคุณลักษณะ IBM Connections หากเว็บแอดเดรสซึ่งโดยปกติคุณใช้เพื่อเข้าถึงคุณลักษณะกิจกรรมมีค่าที่ไม่ใช่ <server_name>/activities ให้ระบุ URL ของเซิร์ฟเวอร์โดยใช้ไวยากรณ์ที่เหมือนกับสิ่งนี้: http://enterprise.example.com/activities

    หมายเหตุ: ผู้ดูแลระบบของคุณอาจระบุค่าสำหรับฟิลด์นี้แล้ว โดยใช้นโยบายการดูแล ถ้าเป็นเช่นนั้น อย่าเปลี่ยน ค่า
    ชื่อผู้ใช้ พิมพ์ชื่อผู้ใช้สำหรับการล็อกอินเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ IBM Connections
    รหัสผ่านของผู้ใช้ พิมพ์รหัสผ่านที่เชื่อมโยง
  3. ถ้าคุณถูกสั่งให้ดำเนินการตามขั้นตอนนี้โดยผู้ดูแลระบบ: ถ้า Tivoli Access Manager หรือ Computer Associates eTrust SiteMinder ถูกตั้งค่าอยู่ในสภาวะแวดล้อมของคุณ ให้คลิก ระดับสูง แล้วเลือกอ็อพชันที่เหมาะสม
แถบข้าง กิจกรรม ควรแสดงรายการของกิจกรรมของคุณในตอนนี้ ถ้าไม่มีสิ่งใดปรากฏขึ้น ให้คลิกปุ่ม แสดงมุมมอง ไอคอนโฮม หรือปุ่มรีเฟรชจากเครื่องมือ กิจกรรม เพื่อรีเฟรชรายการ
คุณสามารถเข้าร่วมประชุมในกิจกรรมใดๆ ที่แสดงได้ คุณมองไม่เห็นกิจกรรมใดๆ ในรายการ? ให้สร้างขึ้นใหม่!

ครั้งถัดไปที่คุณล็อกอินเข้าสู่ Notes คุณจะถูกล็อกอินไปยัง กิจกรรม โดยอัตโนมัติ

การทำบุ๊กมาร์กเอกสาร Notes ใน IBM Connections

บุ๊กมาร์กเป็นคุณลักษณะของ IBM Connections ที่คุณสามารถใช้เพื่อจัดระเบียบบุ๊กมาร์กและติดตามเว็บเพจที่คุณสนใจ คุณสามารถสร้างบุ๊กมาร์กให้กับเอกสาร Notes หรือข้อความอีเมลใน Bookmarks จาก Notes อย่างไรก็ตาม คุณไม่สามารถขอรับรายการบุ๊กมาร์กที่จัดเก็บไว้ในคุณลักษณะ Bookmarks และไม่สามารถใช้รายการบุ๊กมาร์กจากไคลเอ็นต์ Notes เมื่อต้องการหาบุ๊กมาร์กใดๆ ที่คุณสร้างโดยใช้โพรซีเดอร์นี้ คุณต้องเริ่มต้นผลิตภัณฑ์ IBM Connections ในเว็บเบราว์เซอร์ แล้วคลิกบุ๊กมาร์กเพื่อเปิดคุถณลักษณะบุ๊กมาร์ก

บุ๊กมาร์กต้องได้รับการติดตั้งและเปิดใช้งานในองค์กรของคุณเพื่อให้คุณสามารถสร้างบุ๊กมาร์ก IBM Connections จาก Notes

ตั้งค่าการกำหนดค่าตามความชอบของเซิร์ฟเวอร์กิจกรรมก่อนที่คุณจะพยายามสร้างบุ๊กมาร์ก IBM Connections เซิร์ฟเวอร์กิจกรรมต้องถูกกำหนดและสามารถเข้าถึงได้ เนื่องจาก Notes เป็นตัวกำหนดเซิร์ฟเวอร์บุ๊กมาร์กที่ต้องเพิ่มบุ๊กมาร์กตามการนำไปใช้งานซึ่งโฮสต์เซิร์ฟเวอร์กิจกรรม
เมื่อต้องการเพิ่มบุ๊กมาร์กเอกสาร Notes หรือข้อความอีเมลให้กับ Bookmarks ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • จากมุมมองในแอ็พพลิเคชัน Notes หรือจากกล่องรับจดหมายของคุณ ให้คลิกขวาที่เอกสารหรือข้อความอีเมล
    • จากเอกสารที่เปิดอยู่ ให้คลิกขวาที่พื้นหลังของเอกสาร

    เลือก การเชื่อมต่อ > เพิ่มลงในบุ๊กมาร์ก

  2. ทางเลือก: แก้ไข หัวเรื่อง ของบุ๊กมาร์ก ตามค่าดีฟอลต์ หัวเรื่องถูกตั้งค่าให้กับหัวเรื่องของเอกสารที่จะเป็นบุ๊กมาร์ก
  3. ทางเลือก: ในฟิลด์ แท็ก ให้ป้อนแท็กเพื่อแบ่งแยกบุ๊กมาร์ก แท็กช่วยจัดหมวดหมู่บุ๊กมาร์ก และเปิดให้คุณค้นหาบุ๊กมาร์กได้ในภายหลัง ระบุแท็กเป็นคำเดี่ยว ถ้าคุณต้องการเพิ่มแท็กด้วยคำจำนวนมาก ให้ใช้ขีดเส้นใต้หรือเส้นประเพื่อเชื่อมต่อคำ เมื่อต้องการเพิ่มแท็กจำนวนมาก ให้แยกแท็กด้วยเครื่องหมายจุลภาค
  4. ทางเลือก: เพิ่มรายละเอียดเพิ่มเติมของบุ๊คมาร์คในฟิลด์ รายละเอียด
  5. ทางเลือก: ถ้าคุณไม่ต้องการให้ผู้ใช้ Bookmarks รายอื่นสามารถมองเห็นบุ๊กมาร์กของคุณได้ ให้เลือกเช็กบ็อกซ์ ไพรเวต ไม่เช่นนั้น บุ๊กมาร์กของคุณจะสามารถมองเห็นได้โดยผู้ใช้ Bookmarks ทั้งหมด
  6. คลิก ตกลง เพื่อสร้างบุ๊กมาร์ก
  7. คลิก ตกลง เพื่อปิดพร้อมต์ที่ยืนยันว่า บุ๊คมาร์คได้ถูกสร้างแล้ว
เมื่อคุณคลิกบุ๊กมาร์กเอกสาร Notes จาก Bookmarks บนเว็บ เอกสารจะเปิดอยู่ ในไคลเอ็นต์ Notes ของคุณ หรือถ้า Notes ไม่ได้เริ่มต้นอยู่ใน ปัจจุบัน ระบบจะเริ่มต้น Notes แล้วเปิดเอกสารที่ทำบุ๊กมาร์กไว้

การใช้แถบข้างกิจกรรม

กิจกรรมคือวิธีใหม่ในการจัดการ แบ่งใช้ และนำงานของคุณกลับมาใช้ใหม่

คุณค้นหาการทำงานกับเครื่องมือที่หลากหลายด้วยตนเอง เช่น อีเมล ฐานข้อมูล การสนทนาผ่าน instant messaging และเว็บเพจ เพื่อทำให้งานของคุณเสร็จสิ้นหรือไม่? คุณพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะค้นหาการแบ่งใช้ ที่ทำงานร่วมกับบุคคลอื่นหรือทีมอื่นด้วยวิธีแบบตรงไปตรงมาหรือไม่? คุณต้องการมีวิธีที่ดีกว่า ในการดูงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโปรเจ็กต์ในครั้งเดียวหรือไม่? กิจกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานกับวิธีที่คุณทำ การทำกิจกรรมที่ง่ายสำหรับคุณเพื่อให้คุณจัดการกับงานของคุณ ที่คุณกำลังทำอยู่ มากกว่าเครื่องมือที่คุณใช้

  • ติดตามงานโปรเจ็กต์ของคุณในปัจจุบันจากพาเนล กิจกรรม ของแถบข้าง Lotus Notes
  • ใช้กิจกรรมเพื่อแบ่งใช้ไฟล์และบุ๊กมาร์ก โพสต์ข้อความ ติดตามรายการสิ่งที่ต้องทำ และจัดการกับวันที่ครบกำหนดของคุณ
  • การรวบรวมกิจกรรมด้วยเครื่องมือการทำงานร่วมกันที่มีอยู่: เว็บเบราว์เซอร์ของคุณ Lotus Notes instant messaging client และอื่นๆ

กิจกรรมคืออะไร?

กิจกรรมคือคอลเล็กชันของบุคคล รายการงาน การสื่อสาร และกระบวนการที่แสดงถึงความพยายามในการร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย

สมาชิกของกิจกรรมจะโต้ตอบกันแบบออนไลน์ในตำแหน่งที่พวกเขาเป็นผู้สร้าง รวบรวม และแบ่งใช้ชุดของรีซอร์สความคิดและข้อมูล เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของโปรเจ็กต์ ตัวอย่างเช่น:
  • การผลักดันให้ปิดกระบวนการของการขาย
  • การจัดเตรียมการประชุมที่สำคัญ
  • การเขียนรายงานสำหรับไคลเอ็นต์
  • การว่าจ้างพนักงานใหม่
กิจกรรมคือวิธีที่คุณใช้เพื่อจัดการกับงานของคุณและทำงานร่วมกันกับผู้อื่น ในพื้นที่เว็บที่แบ่งใช้ร่วมกัน คุณสามารถเริ่มต้นกิจกรรมจากความคิดเดี่ยว หรือแตกความคิดออกเป็นส่วนๆ ในข้อความการสนทนาหรืออีเมลได้ เนื่องจากสมาชิกสามารถเชิญสมาชิกใหม่ได้ง่าย ดังนั้นคุณจึงสามารถ ดึงเฉพาะบุคคลที่ถูกต้อง และรีซอร์สที่คุณต้องใช้ทำงานมารวมกัน ได้อย่างรวดเร็ว คุณสามารถโพสต์ข้อความ แบ่งใช้ไฟล์และลิงก์ไปยังเว็บไซต์ และสร้างและกำหนดไอเท็มสิ่งที่ต้องทำ คุณสามารถใช้ไคลเอ็นต์ Notes หรือคุณลักษณะพิเศษกิจกรรมแบบอิงเว็บ เพื่อเก็บการติดตามของกิจกรรมปัจจุบันและกิจกรรมที่ทำเสร็จแล้ว

การใช้กิจกรรมเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงความรู้และการมีส่วนร่วมของทีมที่มีขนาดเล็ก เมื่อต้องการเริ่มต้นการใช้งาน ให้ระบุเป้าหมาย ("สร้างงานนำเสนอ" หรือ "แก้ปัญหาเกี่ยวกับบั๊ก" หรือ "ค้นหาหัวข้อ") และสร้างกิจกรรมสำหรับเป้าหมายนั้น ทุกๆ สิ่งที่คุณได้โพสต์ไว้ในกิจกรรมจะถูกแบ่งใช้กับผู้ร่วมงานของคุณโดยอัตโนมัติ; ทีมทั้งหมดจะยังคงอยู่บนหน้าเดียวกัน โพสต์เนื้อหาลงในกิจกรรมและ ทำงานร่วมกันกับเครื่องมือที่ถูกแบ่งใช้ที่หลากหลาย ใช้แท็กเพื่อติดตามข้อความที่ล่องลอยอยู่ เพื่อให้คุณสามารถค้นหาสิ่งต่างๆ ได้ในภายหลังโดยไม่ต้องเสียเวลาในการเรียงลำดับ เมื่อคุณทำกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถทำเครื่องหมายกิจกรรมนั้นว่าเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อให้มุมมอง กิจกรรมของฉัน ทันสมัยอยู่เสมอ

กิจกรรมชุมชน

เริ่มต้นด้วย IBM Connections 2.5 ผู้ใช้เว็บเวอร์ชันของ IBM Connections สามารถสร้างกิจกรรมชุมชนได้ กิจกรรมชุมชน คือกิจกรรมที่สร้างขึ้นในคุณลักษณะชุมชน กิจกรรมชุมชนจะถูกรวมอยู่ในมุมมองกิจกรรมมาตรฐานและสามารถเปิดและแก้ไขได้จากคุณลักษณะกิจกรรมภายในแถบข้างของ Notes สิ่งที่แตกต่างเพียงอย่างเดียวเกี่ยวกับ กิจกรรมชุมชนคือความเป็นสมาชิกของกิจกรรมชุมชน รายการสมาชิกของกิจกรรมชุมชน ถูกกำหนดโดยรายการความเป็นสมาชิกของชุมชน ซึ่งกิจกรรมเป็นสมาชิกอยู่ คุณไม่สามารถเปลี่ยนรายการสมาชิกของกิจกรรม ชุมชน นอกจากนี้ สถานะพับลิกของกิจกรรมชุมชน ถูกกำหนดโดยชุมชนซึ่งกิจกรรมเป็นสมาชิกอยู่ ถ้าชุมชนเป็นพับลิกหรือ ระดับปานกลาง กิจกรรมที่เชื่อมโยงของชุมชนนั้นทั้งหมดจะเป็นพับลิก ถ้าชุมชนเป็นส่วนตัว กิจกรรมที่เชื่อมโยงของชุมชนนั้น ทั้งหมดจะเป็นส่วนตัว

คุณสามารถแยกแยะกิจกรรมชุมชนจากกิจกรรมมาตรฐาน โดยดูจากไอคอนกิจกรรมซึ่งแสดงขึ้นถัดจากชื่อกิจกรรมใน แถบข้าง กิจกรรมชุมชนมีไอคอนชุมชนและกิจกรรมมาตรฐาน มีไอคอนกิจกรรม

การทำงานกับกิจกรรม

ส่วนนี้อธิบายถึงการดำเนินการที่คุณสามารถทำได้ในกิจกรรม

การขยายพาเนลกิจกรรมให้ใหญ่สุด

รายการอื่นๆ ในหน้าต่าง Notes และแถบข้างสามารถร่วมกันเป็นกลุ่ม และเป็นการยากสำหรับคุณในการดูพาเนล กิจกรรม ในแถบข้าง เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คุณสามารถขยายพาเนล กิจกรรม ให้ใหญ่สุดได้

ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ให้เสร็จสิ้น เพื่อขยายขนาดของพาเนลกิจกรรม ให้ใหญ่สุดในแถบข้าง:
  1. ถ้าคุณไม่สามารถมองเห็นแถบข้างได้ทั้งหมด คุณอาจต้องปิดแถบข้าง เมื่อต้องการเปิดแถบข้าง จากเมนู Notes ให้เลือก มุมมอง > แถบข้างด้านขวา > เปิด
    หมายเหตุ: ถ้าระบบของคุณถูกตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาในทิศทางจากขวาไปซ้าย เมนูอ็อพชันจะชื่อ แถบข้างด้านซ้าย
  2. ถ้าคุณไม่สามารถมองเห็นพาเนล กิจกรรม ที่แสดงอยู่ในแถบข้าง กิจกรรมนั้นอาจยังไม่ได้เปิดใช้งาน จากเมนู Notes ให้เลือก มุมมอง > พาเนลแถบข้างด้านขวา > กิจกรรม
    หมายเหตุ: ถ้าระบบของคุณถูกตั้งค่าเพื่อแสดงเนื้อหาในทิศทางจากขวาไปซ้าย อ็อพชันเมนูจะชื่อ พาเนลแถบข้างด้านซ้าย
  3. ถ้าพาเนลอื่นที่เปิดอยู่ในแถบข้างทำให้ยากต่อการมองเห็นพาเนล กิจกรรม ให้คลิกไอคอน ขยายให้ใหญ่สุด ไอคอนขยายให้ใหญ่สุด จากแถบหัวเรื่องพาเนล กิจกรรม

การเปลี่ยนตำแหน่งของพาเนลกิจกรรม

คุณสามารถลากพาเนล กิจกรรม ไปยังตำแหน่งใหม่ภายในแถบข้าง คุณสามารถดึงพาเนล กิจกรรม จากแถบข้างออกมาได้ ดังนั้น คุณจึงสามารถย้ายพาเนล กิจกรรม ไปยังส่วนอื่นๆ ของจอภาพ หรือลดขนาดพาเนล กิจกรรม คุณยังสามารถซ่อนพาเนล กิจกรรม หรือพาเนลแถบข้างอื่นๆ จากแถบข้าง ให้เพิ่มพื้นที่ว่างสำหรับพาเนลที่เหลือ

เมื่อต้องการเปลี่ยนตำแหน่งของพาเนล กิจกรรม ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  • เมื่อต้องการย้ายพาเนลไปยังตำแหน่งอื่นภายในแถบข้าง ให้คลิกและลากหัวเรื่องของพาเนล กิจกรรม ไปยังตำแหน่งใหม่
  • เมื่อต้องการดึงพาเนลออกมา ให้เปิดเมนูพาเนล กิจกรรม แล้วเลือก เปิดในหน้าต่างใหม่

    เมื่อต้องการดึงพาเนลออกมาใหม่อีกครั้ง ให้เปิดเมนูของพาเนล กิจกรรม แล้วเลือก Dock

  • เมื่อต้องการลบพาเนล กิจกรรม จากแถบข้างพร้อมกัน ให้เปิดเมนูของพาเนล กิจกรรม แล้วเลือก ซ่อนพาเนล: กิจกรรม
    หมายเหตุ: ถ้าคุณได้เลือกเช็กบ็อกซ์ แจ้งฉันหากฉันสามารถส่งคืนพาเนลกลับไปยังแถบข้างจากเมนู มุมมองได้ ใน การกำหนดค่าตามความชอบ Notes Windows และ Themesไดอะล็อกบ็อกซ์จะถูกแสดงพร้อมทั้งอธิบายวิธีการส่งพาเนลกลับสู่แถบข้าง

    เมื่อต้องการส่งพาเนลกลับคืนแถบข้าง ให้เลือก มุมมอง > พาเนลแถบข้างด้านขวา > กิจกรรม จากเมนู Notes

    หมายเหตุ:
    • ถ้ากิจกรรมถูกปิดใช้งาน (สีเทา) ในเมนูย่อย พาเนลแถบข้างด้านขวา ให้เลือก มุมมอง > แสดง > ซ่อนจาก Notes จากเมนู Notes
    • ถ้าระบบของคุณถูกตั้งค่าเพื่อแสดงเนื้อหาในทิศทางจากขวาไปซ้าย เมนูอ็อพชัน พาเนลแถบข้างด้านขวา จะถูกตั้งชื่อเป็น พาเนลแถบข้างด้านซ้าย

การเปลี่ยนมุมมอง

ตามค่าดีฟอลต์ มุมมอง กิจกรรมของฉัน ที่เรียงลำดับตามวันที่จะปรากฏขึ้นในแถบข้าง กิจกรรม คุณสามารถเปลี่ยนไปเป็นมุมมองอื่นได้โดยคลิกเมนูลูกศรที่อยู่ถัดจากปุ่มมุมมอง แสดง จากแถบเครื่องมือ กิจกรรม

มุมมอง กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ แสดงกิจกรรมตามวันที่แก้ไข คุณสามารถเปลี่ยนไปเป็นมุมมองอื่นได้โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
คลิกเมนูลูกศรที่อยู่ถัดจากปุ่ม แสดงมุมมองอ็อพชันมุมมองโฮม แล้วคลิกหนึ่งในอ็อพชันของมุมมองต่อไปนี้:
ทางเลือก คำอธิบาย
เรียกดูรายการทั้งหมด รายการของกิจกรรมที่มีคุณเป็นสมาชิก พร้อมกับรายการจากกิจกรรมเหล่านั้น ทั้งหมดนี้จะเรียงลำดับตามวันที่แก้ไข
กิจกรรมที่เสร็จสิ้นแล้ว รายการของกิจกรรมที่มีคุณเป็นสมาชิกและถูกทำเครื่องหมายว่าเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งเรียงลำดับตามเวลาที่เสร็จสิ้น
กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ รายการของกิจกรรมที่มีคุณเป็นสมาชิก ซึ่งเรียงลำดับตามวันที่แก้ไข
กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามระดับความสำคัญ รายการของกิจกรรมที่มีคุณเป็นสมาชิก เรียงลำดับตามระดับความสำคัญ ซึ่งจะแสดงกิจกรรมที่มีระดับความสำคัญสูงเป็นอันดับแรก ตามด้วยกิจกรรมที่มีระดับความสำคัญปานกลาง แล้วจึงแสดงกิจกรรมที่ไม่ระดับความสำคัญ
ภาพรวม จัดเตรียมการอ้างอิงแบบเร็วเพื่อดูรายการที่พ้นกำหนดแล้วหรือรายการที่ครบกำหนดในสัปดาห์นี้ และยังจัดเตรียมรายการของอัพเดตล่าสุดที่ได้ทำไว้กับกิจกรรมของคุณทั้งหมด
กิจกรรมแบบพับลิก รายการของกิจกรรมตั้งค่าให้เข้าถึงแบบพับลิก
ถังขยะ แสดงรายการของกิจกรรมและรายการกิจกรรมที่คุณและสมาชิกรายอื่นๆ ได้ลบทิ้งจากกิจกรรมของคุณ รายการจะถูกเรียงลำดับตามเวลาที่ลบ
กิจกรรมที่เพิกเฉย รายการของกิจกรรมที่มีคุณเป็นสมาชิก แต่คุณได้ตั้งค่าระดับความสำคัญเป็นเพิกเฉย

การเปิดกิจกรรม

เปิดกิจกรรมเพื่อทำงานกับรายการและสมาชิก

เมื่อต้องการเปิดกิจกรรมและแสดงรายการของกิจกรรม ให้ดับเบิลคลิกที่หัวเรื่องกิจกรรม
การแสดงรายการและสมาชิก

เมื่อคุณเปิดกิจกรรมในครั้งแรก รายการจะแสดงขึ้น ซึ่งจะเรียงลำดับตามวันที่แก้ไข คุณสามารถสลับมุมมองเพื่อแสดงรายการด้วยวิธีที่สามารถทำได้

เมื่อต้องการเปลี่ยนมุมมองซึ่งมีรายการแสดงอยู่ในกิจกรรม ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้:
  1. เปิดกิจกรรม
  2. จากแถบการดำเนินการกิจกรรม ให้คลิก แสดง ไอคอนของมุมมองที่ถูกแสดงอยู่ในปัจจุบันจะถูกไฮไลต์ สลับเป็นมุมมองอื่นโดยเลือกหนึ่งในอ็อพชันมุมมองต่อไปนี้จากรายการ:
    ทางเลือก คำอธิบาย
    อัพเดตล่าสุด แสดงรายการตามวันที่แก้ไขล่าสุด โดยแสดงรายการที่เปลี่ยนแปลงล่าสุดเป็นรายการแรก นี่คือมุมมองดีฟอลต์
    ส่วน แสดงส่วนในกิจกรรม ส่วนประกอบด้วยกลุ่มของรายการ คุณสามารถขยายหรือย่อส่วนโดยคลิกเครื่องหมายบวก (+) และเครื่องหมายลบ (-) ที่อยู่ถัดจากหัวเรื่องของส่วน
    รายการสิ่งที่ต้องทำ แสดงรายการสิ่งที่ต้องทำทั้งหมดในกิจกรรม โดยแสดงรายการล่าสุดเป็นรายการแรก
    หมายเหตุ: คุณสามารถทำเครื่องหมายว่าเสร็จสิ้นแล้วโดยคลิกขวาที่รายการ แล้วเลือก ทำเครื่องหมายรายการสิ่งที่ต้องทำว่าเสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถทำเครื่องหมายรายการสิ่งที่ต้องทำว่าเสร็จสิ้นแล้วเฉพาะรายการที่คุณสร้างขึ้นหรือกำหนดให้กับคุณ
    สมาชิก แสดงชื่อของบุคคลและกลุ่มที่เป็นสมาชิกของกิจกรรม คลิกชื่อเพื่อเปิดนามบัตรของบุคคล จากนามบัตร คุณสามารถค้นหาข้อมูลการติดต่อของบุคคล หรือคุณสามารถคลิกหนึ่งในลิงก์คุณลักษณะ IBM Connections เพื่อเปิดคุณลักษณะในเว็บเบราว์เซอร์
    หมายเหตุ: ถ้าคุณกำลังใช้กิจกรรมชุมชน อ็อพชันสมาชิกจะเป็นสีเทาเนื่องจากคุณไม่สามารถ จัดการความเป็นสมาชิกของกิจกรรมชุมชน

การเริ่มต้นกิจกรรม

สร้างกิจกรรมเพื่อจัดเตรียมสถานที่สำหรับบุคคลที่เข้าร่วมในโปรเจ๊กต์เพื่อแบ่งใช้ข้อมูล เพื่อกำหนดงาน และเพื่อแบ่งใช้รีซอร์ส เช่น เครื่องมือ เว็บไซต์ และไฟล์

การสร้างกิจกรรมสามารถทำได้โดยง่าย: เพียงคลิกที่ปุ่ม และกรอกข้อมูลในฟอร์ม ไม่มีฟิลด์ที่ต้องการอยู่ คุณสามารถแก้ไขกิจกรรมได้ในภายหลังโดยการเพิ่มหรือเปลี่ยนข้อมูล

ไม่จำเป็นต้องมีสิทธิ์ในการเข้าถึงพิเศษที่ใช้ในการสร้างกิจกรรม ถ้าคุณมีสิทธิ์ในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์กิจกรรม คุณจะสามารถสร้างกิจกรรมได้

คุณไม่สามารถใช้โพรซีเดอร์นี้เพื่อสร้าง กิจกรรมชุมชน คุณสามารถสร้างกิจกรรมชุมชนโดยใช้ คุณลักษณะชุมชนเท่านั้น โปรดดู การสร้างกิจกรรมชุมชน ในวิธีใช้ชุมชน ที่ให้มาพร้อมกับ เว็บเวอร์ชันของผลิตภัณฑ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

  1. จาก มุมมองกิจกรรมของฉัน ให้คลิก เริ่มต้นกิจกรรมแถบเครื่องมือ กิจกรรม ให้คลิกปุ่ม เริ่มต้นกิจกรรมใหม่

    ถ้าคุณมีกิจกรรมที่เปิดอยู่ คุณจะมองไม่เห็นปุ่ม เริ่มต้นกิจกรรม ในบานหน้าต่างนำทาง คลิกที่แท็บ กิจกรรม เพื่อออกจากรายการกิจกรรมที่เปิดอยู่

  2. ในที่ฟิลด์ ชื่อ กิจกรรม พิมพ์ชื่อแบบสั้นที่อธิบายวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ตัวอย่างเช่น ชื่อโปรเจ็กต์

    ชื่อกิจกรรมแสดงขึ้นในชื่อเรื่องของการแจ้งเตือน ซึ่งส่งไปยังบุคคลที่คุณเพิ่มเป็นสมาชิกไว้ในกิจกรรม

    ถ้าคุณไม่ได้ใส่ชื่อไว้ กิจกรรมนั้นจะถูกกำหนดชื่อเป็น ไม่มีหัวเรื่อง คุณสามารถกำหนดชื่อได้ในภายหลังโดยแก้ไขกิจกรรม

    ฟิลด์นี้จำเป็นต้องใส่ข้อมูล

  3. ในฟิลด์ แท็ก ให้พิมพ์เงื่อนไขของแท็ก ขณะที่คุณพิมพ์ รายการของแท็กที่ตรงกันจากคอลเล็กชันของแท็กจะถูกแสดง คลิกที่แท็กเพื่อเพิ่มแท็ก หรือพิมพ์ต่อไปเพื่อเพิ่มแท็กที่ไม่มีอยู่ในรายการ แยกแท็กจำนวนมากด้วยเครื่องหมายจุลภาค

    แท็กคือเลเบล คำเดี่ยว หรือคีย์เวิร์ดที่คุณกำหนดให้กับกิจกรรมเพื่อจัดหมวดหมู่ หลังจากที่บันทึกกิจกรรมแล้ว แท็กจะถูกเพิ่มลงในคอลเล็กชันแท็ก หลังจากนั้น คุณสามารถใช้แท็กเพื่อหากิจกรรมนี้โดยการคลิกแท็กจากแท็กคอลเล็กชัน ไม่เฉพาะกิจกรรมนี้ที่ถูกส่งคืนในรายการผลลัพธ์ แต่กิจกรรมแท็กที่เหมือนกันจะถูกรวมอยู่ด้วย ซึ่งช่วยให้คุณค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง โปรดจำไว้ว่า คอลเล็กชันแท็กประกอบด้วยแท็กที่ถูกสร้างโดยคุณและผู้ร่วมงานของคุณ ถ้าไม่มีใครสร้างแท็กใดๆ ไว้ คุณจะมองไม่เห็นรายการของแท็กที่จับคู่กันตามที่คุณได้พิมพ์ลงในฟิลด์นี้

  4. เพิ่มสมาชิกเข้ากับกิจกรรมโดยการลากบุคคลหรือกลุ่มไปยังฟิลด์ สมาชิก

    ถ้าคุณต้องการเพิ่มสมาชิกให้กับบทบาทที่ไม่ใช่บทบาทที่เป็นดีฟอลต์ของผู้เขียน ให้คลิกลูกศรชี้ลงที่อยู่ถัดจากฟิลด์ผู้เขียน แล้วเลือก เจ้าของ หรือ ผู้อ่าน และคุณจะมองไม่เห็นฟิลด์ ผู้อ่าน และ เจ้าของ คลิก แสดง > อ็อพชันความเป็นเจ้าของ อ็อพชันระดับการเข้าถึงถูกกำหนดไว้ดังนี้:

    • ผู้เขียน สามารถดูเนื้อหาและเพิ่มรายการ
    • เจ้าของ สามารถเพิ่มเนื้อหาและสามารถดูและแก้ไขรายการทั้งหมด ในฐานะเป็นผู้สร้างกิจกรรม คุณจะถูกเพิ่มในฐานะเป็นเจ้าของโดยอัตโนมัติ
    • ผู้อ่าน ไม่สามารถสร้างกิจกรรมได้ การเข้าถึงถูกจำกัดให้ดูเนื้อหาได้เท่านั้น
    เริ่มต้นพิมพ์ชื่อกลุ่มหรือบุคคลหรืออีเมลแอดเดรสลงในฟิลด์ ที่สอง ขณะที่คุณพิมพ์ รายการของชื่อที่จับคู่กันจะถูกแสดง คลิกชื่อในรายการเพื่อเพิ่มบุคคลหรือกลุ่ม
    หมายเหตุ: หากผลิตภัณฑ์ถูกกำหนดคอนฟิกเพื่อซ่อนอีเมลแอดเดรส ดังนั้นจะไม่มีค่าที่ตรงกันส่งกลับคืนเมื่อคุณพิมพ์อีเมลแอดเดรสลงในฟิลด์ ให้พิมพ์ชื่อกลุ่มหรือชื่อบุคคลแทน

    ทำซ้ำขั้นตอนนี้เพื่อเพิ่มสมาชิกเพิ่มเติม

    แยกชื่อสมาชิกจำนวนมากด้วยเครื่องหมายจุลภาค

  5. เมื่อต้องการเพิ่มสมาชิกของชุมชนเข้ากับกิจกรรม ให้ขยาย แบ่งใช้กับชุมชน เลือกระดับของการเข้าถึงที่คุณต้องการให้สมาชิกชุมชนเข้าถึงกิจกรรม และจากนั้นพิมพ์ชื่อชุมชนลงในฟิลด์ที่สอง ขณะที่คุณพิมพ์ชื่อชุมชน รายการของชุมชนที่คุณเป็นสมาชิกจะถูกแสดง เลือกชุมชนจากรายการ
  6. ในฟิลด์ เป้าหมายของกิจกรรม เนื้อความของ ฟอร์ม ให้เพิ่มคำอธิบายของกิจกรรม จัดเตรียมประโยคที่สรุปเป้าหมายของกิจกรรม การสนทนา หรือชนิดเนื้อหาที่คุณต้องการให้สมาชิกเพิ่มให้กับกิจกรรม

    จัดเตรียมข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับเป้าหมายเพื่อช่วยให้สมาชิกแบ่งแยกระหว่างกิจกรรมที่มีชื่อเหมือนกัน ข้อมูลในฟิลด์นี้สามารถค้นหาได้ และถูกแสดงในข้อความแจ้งเตือนที่สมาชิกได้รับ เมื่อสมาชิกถูกเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม

  7. ในฟิลด์ วันครบกำหนด ให้เพิ่มวันที่ที่ต้องทำกิจกรรมนี้ ให้เสร็จสิ้น ให้พิมพ์วันที่หรือคลิกที่ฟิลด์เพื่อเลือกวันที่จากตัวควบคุมปฏิทิน
  8. เมื่อต้องการสร้างกิจกรรมจากเทมเพลต ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

    เทมเพลตดักจับงานที่ระบุเฉพาะซึ่งต้องทำให้เสร็จสิ้น ตัวอย่างเช่น เทมเพลตสิทธิบัตรอาจลิงก์ไปยังไฟล์ ฐานข้อมูล เครื่องมือ หรือเว็บไซต์ที่นักประดิษฐ์อาจจำเป็นต้องค้นหาสิทธิบัตร ซึ่งอาจดักจับรายการสิ่งที่ต้องทำที่นักประดิษฐ์ต้องการทำให้เสร็จสิ้นเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการของแอ็พพลิเคชันสิทธิบัตร คุณสามารถสร้างเทมเพลตกิจกรรมในเว็บเวอร์ชัน ของผลิตภัณฑ์เท่านั้น

    1. คลิก เลือกเทมเพลตกิจกรรม แล้วเลือกเทมเพลตจากรายการ คุณสามารถพิมพ์ชื่อเทมเพลตลงในฟิลด์เพื่อจำกัดรายการให้แคบลงได้ เมื่อคุณเลือกเทมเพลต รายละเอียดของเทมเพลตจะถูกแสดง หากคุณเลือกที่จะไม่ใช้เทมเพลตที่มีอยู่ ให้เลือก ไม่มี จากรายการ
    2. ถ้าคุณต้องการคัดรายชื่อสมาชิกด้วยสมาชิกที่ถูกกำหนดในเทมเพลต ให้เลือก ใช้สมาชิกจากเทมเพลต
    1. คลิก แสดง > อ็อพชันเทมเพลต
    2. เลือกเทมเพลตจากรายการของเทมเพลตที่มีอยู่
    3. ถ้าคุณต้องการเก็บแท็กที่ถูกใช้ในเทมเพลต ให้เลือก ใช้แท็กจากเทมเพลตนี้
    4. ถ้าคุณต้องการเก็บสมาชิกที่ถูกใช้อยู่ในเทมเพลต ให้เลือก ใช้สมาชิกจากเทมเพลตนี้
  9. คลิก บันทึก เพื่อสิ้นสุดการสร้างกิจกรรม หลังจากสร้างกิจกรรมแล้ว เซิร์ฟเวอร์จะส่งข้อความอีเมลหรือการแจ้งไปยังแท็บอัพเดตของคุณลักษณะโฮมเพจเพื่อแจ้งบุคคลที่คุณเพิ่มไว้เป็นสมาชิกเกี่ยวกับกิจกรรม
ถึงตอนนี้ คุณสามารถเพิ่มรายการให้กับกิจกรรมได้
การสร้างกิจกรรมจากเทมเพลตกิจกรรม

เทมเพลตกิจกรรมคือต้นแบบของกิจกรรม คุณสามารถใช้เทมเพลตกิจกรรมเพื่อดักจับขั้นตอน ผู้ติดต่อ รีซอร์ส และเครื่องมือที่จะเป็น เพื่อใช้ดำเนินการตามกระบวนการทั่วไป

คุณต้องใช้เวอร์ชันของไคลเอ็นต์ของกิจกรรมเพื่อสร้างเทมเพลตกิจกรรม แต่หลังจากที่สร้างเท็มเพลตแล้ว คุณสามารถระบุว่า คุณต้องการสร้างกิจกรรมจากเท็มเพลต เมื่อคุณสร้างกิจกรรมจากแถบข้าง Notes ความสามารถนี้มีประโยชน์ ถ้าคุณกำลังสร้างกิจกรรมสำหรับโปรเจ็กต์ที่ใช้กระบวนการที่ได้ถูกดักจับไว้แล้วในเทมเพลต
เมื่อต้องการสร้างกิจกรรมจากเทมเพลตกิจกรรมที่มีอยู่ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. จากแถบเครื่องมือ กิจกรรม คลิกปุ่ม เริ่มต้นกิจกรรมใหม่ ปุ่มกิจกรรมใหม่
  2. ตั้งชื่อกิจกรรม
  3. จากแถบการดำเนินการ Notes ให้คลิก แสดง แล้วเลือก อ็อพชันเท็มเพลต
  4. เลือกเทมเพลตจากรายการของเทมเพลต
    หมายเหตุ: ไม่มีเทมเพลตอยู่ในรายการจนกว่าเทมเพลตจะถูกสร้าง ใช้เวอร์ชันของไคลเอ็นต์ของเว็บของกิจกรรมเพื่อสร้างเทมเพลต
  5. ทางเลือก: ถ้าคุณต้องการใช้แท็กที่ตั้งค่าในเทมเพลต ให้เลือก ใช้แท็กจากเทมเพลตนี้
  6. ทางเลือก: ถ้าคุณต้องการเพิ่มบุคคลเดียวกับที่แสดงเป็นสมาชิกของเทมเพลตให้กับกิจกรรมนี้ ให้เลือก ใช้สมาชิกจากเทมเพลตนี้
  7. กรอกข้อมูลในฟิลด์ที่เหลืออยู่ที่คุณต้องการ แล้วคลิก บันทึก เพื่อสร้างกิจกรรมจากเทมเพลตที่เลือกไว้
แท็กคืออะไร?

แท็กคือคำอธิบายที่คุณได้กำหนดให้กับกิจกรรมหรือรายการกิจกรรม คุณสามารถกำหนดแท็กให้กับกิจกรรมและรายการกิจกรรมของคุณ เพื่อจัดการกับรายการตามหัวเรื่อง เพื่อทำให้กิจกรรมง่ายต่อการค้นหา และแบ่งใช้เนื้อหาร่วมกับสมาชิกรายอื่น คุณและสมาชิกรายอื่นๆ ของกิจกรรมสามารถค้นหาตามแท็ก เพื่อค้นหากิจกรรมที่เกี่ยวข้องหรือเพื่อระบุบุคคลที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันหรือมีความชำนาญเฉพาะด้าน

คุณสามารถกำหนดแท็กให้กับกิจกรรม หรือรายการเมื่อคุณโพสต์ในครั้งแรก หรือโพสต์ในภายหลัง คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมเพื่อกำหนดแท็กให้กับกิจกรรมหรือรายการใดๆ ของกิจกรรม ผู้เขียนและเจ้าของยังสามารถเปลี่ยนหรือลบเแท็กทิ้งได้

คุณสามารถกำหนดแท็กจำนวนมากให้กับรายการตามที่คุณต้องการได้ คุณสามารถสร้างแท็กหรือเลือกได้จากรายการของแท็กที่ใช้ก่อนหน้านี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง

แท็กสามารถมีอักขระ เช่น ขีดเส้นใต้หรือเครื่องหมาย sign (@) และยังสามารถมีช่องว่างได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้ follow_up, follow-up และ follow up

แท็กประกอบด้วยตัวอักษรตัวพิมพ์เล็ก ถ้าคุณเพิ่มแท็กที่มีตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวอักษรจะถูกแปลงให้เป็นตัวพิมพ์เล็ก เมื่อเพิ่มแท็กลงในรายการหรือกิจกรรม ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณระบุ followUp แท็ก followup จะถูกเพิ่ม

แท็กบนกิจกรรมแบบพับลิก จะพร้อมใช้งานกับทุกคน แท็กบนกิจกรรมแบบไพรเวตจะพร้อมใช้งานกับสมาชิกของกิจกรรมทุกคน แท็กบนรายการกิจกรรมจะพร้อมใช้งานกับสมาชิกของกิจกรรมทุกคน ถ้าคุณกำหนดแท็กใหม่ให้กับรายการที่ได้ทำเครื่องหมายไพรเวต สมาชิกรายอื่นจะไม่สามารถมองเห็นแท็กได้

ถ้าคุณไม่คุ้นเคยกับการสร้างแท็กใหม่และต้องการศึกษาเพิ่มเติม โปรดดู คำแนะนำในการสร้างแท็ก

คำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างแท็ก

คุณไม่เคยแท็กมาก่อน แต่พร้อมที่จะลองแท็กใช่หรือไม่? ให้ตรวจดูความคิดเหล่านี้ เกี่ยวกับยุทธวิธีในการสร้างแท็กที่มีประโยชน์

คุณไม่จำเป็นต้องแท็กรายการหรือกิจกรรมของคุณ แต่หลังจากที่คุณเริ่มต้น คุณอาจประหลาดใจว่า ทำไมแท็กจึงช่วยคุณเรียงลำดับและรวบรวมข้อมูลที่คุณต้องการได้อย่างง่ายดาย การแท็กยอมให้คุณค้นหาตามเงื่อนไขของคุณแทนที่จะบังคับให้คุณค้นหาวิธีการบุคคลอื่นจัดหมวดหมู่ข้อมูลที่คุณกำลังค้นหา

ในการสร้างแท็กที่คุณต้องการทำงาน คุณต้องทำงานบางอย่างเป็นอันดับแรก การสร้างแท็กไม่ใช่ระบบที่ซับซ้อนและไม่ต้องการให้คุณทำตามกฎเฉพาะ คุณสามารถตัดสินใจว่า แท็กใดที่เหมาะกับการทำงานสำหรับคุณมากที่สุด และยังคงช่วยให้ได้ผลลัพธ์การค้นหาที่มีประโยชน์ และแม่นยำ (และยังช่วยสมาชิกรายอื่นในการค้นหาข้อมูล) ให้พิจารณาถึงจุดเหล่านี้ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการสร้างแท็ก:

สิ่งที่ต้องทำ
ฝึกนิสัยในการสร้างแท็กกับสิ่งที่คุณโพสต์ไว้ทุกครั้ง แท็กสิ่งที่คุณไม่ได้โพสต์ แต่ได้อ่านและอาจต้องการใช้อ้างอิงในภายหลัง ก่อนที่คุณจะรู้จัก การสร้างแท็กจะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับคุณ ถ้าคุณต้องการศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของการสร้างแท็ก คุณต้องเริ่มต้นสร้างแท็ก
การทำให้แท็กของคุณพร้อมใช้งาน
ให้สร้างแท็กด้วยวิธีที่เป็นไปได้กับคุณ ไม่มีการมองข้ามความรับผิดชอบของคณะกรรมการสำหรับการอนุมัติแท็กของคุณ หรือบอกคุณถึงสิ่งที่คุณควรแท็ก แท็กที่คุณต้องกำหนดให้กับรายการควรอธิบายวิธีที่ทำให้เหมาะกับมุมมองของคุณ เมื่อคุณโพสต์รายการ ถ้าฟิลด์แท็กมีรายการดีฟอลต์ซึ่งไม่ใช่งานของคุณ ให้ลบรายการนั้นออก และเพิ่มรายการที่คุณเป็นเจ้าของ
ห้ามหยุด
การเพิ่มแท็กเพียงเล็กน้อยจะมีผลดีกว่าการเพิ่มแท็กจำนวนมาก โปรดจำไว้ว่า: รายการใดๆ สามารถทำให้เหมาะกับหมวดหมู่จำนวนมากได้ ใช้ชุดของแท็กเพื่อทาสีรูปภาพที่สะท้อนถึงขนาดต่างๆ ใช้แท็กอื่นเพื่อเรียกความสนใจในคุณสมบัติเฉพาะของรายการ หรือเพื่อจัดหมวดหมู่รายการด้วยวิธีต่างๆ

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังโพสต์รูปถ่ายของบุคคลสองคนที่อยู่ในสวนสาธารณะ คุณอาจต้องกำหนดแท็กทั่วไปที่อ้างถึงอายุของบุคคลเหล่านี้ (child, adult) ความสัมพันธ์ (daughter, parent, mother) และเพศ (girl, female); ค่าติดตั้ง (park, playground, outdoor, afternoon, summer); และกิจกรรม (travel, play, swing, eating, food, sitting) คุณอาจกำหนดแท็กที่ระบุเฉพาะเพื่ออ้างถึงตำแหน่ง (NYC, Central Park, swing) สี (green, blue) และคุณสมบัติอื่นๆ (hat, balloon, ice cream)

พยายามทำให้แท็กของคุณดูง่าย
พยายามอย่าใช้แท็กเดี่ยวมากเกินไป แม้ว่าคุณจะสามารถใช้เงื่อนไขใดๆ ที่คุณต้องการให้เป็นแท็ก พยายามหลีกเลี่ยงการใช้แท็กผสม ตัวอย่างเช่น แทนที่จะใช้แท็ก summer_project ให้แยกแท็กออกเป็น summer และ project วิธีนั้นจะทำให้รายการแสดงอยู่ในผลลัพธ์การค้นหาแท็ก
แท็กที่เหมือนกับที่คุณให้ความหมาย
ให้ทำแท็กของคุณให้มีประโยชน์ ให้คิดถึงสาเหตุและคอนเท็กซ์ที่คุณอาจจำเป็นต้องเรียกคืนเนื้อหาที่คุณกำลังแท็ก เมื่อแท็กรายการ ให้พยายามคิดถึงคำที่สมาชิกอื่นอาจใช้เพื่อค้นหารายการ ก่อนที่คุณจะเพิ่มแท็ก ให้พิจารณาว่าคุณอาจต้องใช้แท็กอีกครั้งหรือไม่; แท็กอาจนำไปใช้กับรายการอื่นหรือไม่ แท็กที่ถูกใช้เพียงครั้งเดียวจะไม่มีประโยชน์สำหรับการจัดหมวดหมู่ข้อมูล
ให้พิจารณาถึงคอนเท็กซ์
เมื่อแท็กกิจกรรม ซึ่งตรงกันข้ามกับรายการ ให้เก็บขอบเขตไว้เสมอ กิจกรรมอาจมีรายการอื่นๆ ที่หลากหลาย ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ต้องเก็บแท็กที่คุณใช้ทั่วไป โปรดจำไว้ว่า แท็กที่คุณกำหนดให้กับกิจกรรมจะสืบทอดโดยรายการที่โพสต์ ตามค่าดีฟอลต์ แท็กที่คุณใช้เหมาะสมหรือไม่ เมื่อใช้กับรายการแต่ละรายการ?
ใช้แท็กที่สอดคล้องกัน
ถ้าคุณใช้แท็กเพียงครั้งเดียว ให้หลีกเลี่ยงการใช้การเปลี่ยนแปลงของแท็กเดียวกันกับกิจกรรมอื่นหรือรายการอื่น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้แท็ก laptops สำหรับรายการที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แบบพกพา ห้ามใช้แท็ก laptops lap-top หรือ notebook สำหรับรายการที่เหมือนกัน หากคุณพิมพ์แท็กใหม่ ให้สนใจไปที่รายการของแท็กที่ตรงกันที่แสดงอยู่ และถ้ามีแท็กที่เหมือนกันอยู่ในรายการ ให้ใช้แท็กนั้น หลังจากนั้น คุณสามารถแก้ไขแท็กในกิจกรรม เพื่อลบความไม่สอดคล้องกันได้

ความเป็นสมาชิก

รายการความเป็นสมาชิกของกิจกรรมกำหนดบุคคลผู้ซึ่งสามารถเข้าถึงกิจกรรม และการเปลี่ยนแปลงที่บุคคลเหล่านั้นสามารถทำได้

คุณจัดการความเป็นสมาชิกแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับว่าเป็น กิจกรรมมาตรฐานหรือกิจกรรมชุมชน และขึ้นอยู่กับว่าเป็นพับลิกหรือส่วนตัว

กิจกรรมมาตรฐาน

กิจกรรมมาตรฐานคือกิจกรรมที่คุณสร้างจากคุณลักษณะ กิจกรรม
  • ส่วนตัว

    คุณต้องเป็นสมาชิกของกิจกรรมส่วนตัวเพื่อให้สามารถ มองเห็นกิจกรรม รายการของกิจกรรม และรายการความเป็นสมาชิกของกิจกรรม โดยค่าดีฟอลต์ กิจกรรมใหม่เป็นกิจกรรมส่วนตัว เฉพาะสมาชิกซึ่งคุณเพิ่มลงใน กิจกรรมเท่านั้นสามารถเข้าถึงกิจกรรมส่วนตัวได้

    โดยปกติ คุณจะเพิ่มสมาชิกลงในกิจกรรม มาตรฐานเมื่อคุณสร้างสมาชิกขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณและสมาชิกรายอื่นๆ ของ กิจกรรมสามารถเพิ่มสมาชิกใหม่ต่อไปหลังจากที่กิจกรรม เริ่มต้นแล้วได้ คุณสามารถเพิ่มสมาชิกแต่ละรายและสมาชิกกลุ่มได้

    เมื่อคุณเพิ่มสมาชิกลงในกิจกรรมมาตรฐาน คุณจะกำหนดสมาชิก ให้กับบทบาทเฉพาะ สมาชิกสามารถอยู่ในบทบาทอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:
    ผู้เขียน
    สามารถดูและโพสต์ และเพิ่มสมาชิกที่เป็นผู้เขียนหรือผู้อ่าน
    เจ้าของ
    สามารถเพิ่ม แก้ไข และลบเนื้อหาใดๆ หรือสมาชิกใดๆ ของกิจกรรม
    ผู้อ่าน
    สามารถดูเนื้อหาและสมาชิก แต่ไม่สามารถเพิ่มหรือแก้ไขได้
    เมื่อต้องการดูว่าใครอยู่ในกิจกรรมมาตรฐาน ให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ต่อไปนี้:
    • จากมุมมองกิจกรรม ให้คลิกขวาที่กิจกรรมหรือรายการ แล้วเลือก ความเป็นสมาชิกกิจกรรม
    • จากภายในกิจกรรม ให้เลือก แสดง > สมาชิก จากแถบการดำเนินการกิจกรรม

    บุคคลผู้ซึ่งสร้างกิจกรรมจะถูกกำหนดให้กับบทบาทของเจ้าของโดยอัตโนมัติ

    บุคคลผู้ซึ่งถูกเพิ่มลงในรายการความเป็นสมาชิกทั้งแบบเฉพาะบุคคล และแบบเป็นส่วนของกลุ่มจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงที่เชื่อมโยงกับรายการความเป็นสมาชิกแต่ละรายการ ตัวอย่างเช่น ถ้าเพิ่มชื่อ Mary ให้กับบทบาทผู้อ่านของกิจกรรม และเพิ่มส่วนของกลุ่มให้กับบทบาทผู้เขียน Mary จะได้รับสิทธิในการเข้าถึงกิจกรรมในระดับผู้อ่านเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าบุคคลเป็น สมาชิกของสองกลุ่มซึ่งถูกเพิ่มเป็นสมาชิก และแต่ละกลุ่ม มีบทบาทสมาชิกที่แตกต่างกัน บุคคลจะได้รับสิทธิความเป็นสมาชิก ของกลุ่มที่มีระดับของสิทธิการเข้าถึงสูงกว่า ดังนั้น ถ้ากลุ่ม A ไม่ได้ถูกเพิ่มลงในบทบาทผู้เขียนกิจกรรม และกลุ่ม B ถูกเพิ่มให้กับบทบาทผู้อ่าน และ John คือสมาชิกของทั้งสองกลุ่ม John จะได้รับสิทธิในการเข้าถึงกิจกรรม

  • พับลิก
    กิจกรรมพับลิกสามารถเข้าถึงได้โดยใครก็ตามที่มี สิทธิเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์กิจกรรม
    หมายเหตุ: กิจกรรมพับลิกแสดงขึ้น ในมุมมองกิจกรรมพับลิกเท่านั้น และไม่แสดงขึ้นในมุมมองอื่นๆ รวมถึงมุมมองระดับความสำคัญ

กิจกรรมชุมชน

กิจกรรมชุมชนเป็นกิจกรรมที่สร้างขึ้นจากคุณลักษณะชุมชนของเว็บเวอร์ชันของ IBM Connections รายการสถานะพับลิกและความเป็นสมาชิกของกิจกรรมชุมชน เหมือนกับชุมชนซึ่งกิจกรรมเป็นสมาชิกอยู่ คุณไม่สามารถจัดการความเป็นสมาชิกของกิจกรรมชุมชน จากแถบข้างกิจกรรม
  • ส่วนตัว

    ถ้าชุมชนเป็นส่วนตัว กิจกรรมที่เชื่อมโยงของชุมชนนั้น ทั้งหมดจะเป็นส่วนตัว รายการความเป็นสมาชิกของกิจกรรมชุมชน ส่วนตัวถูกกำหนดโดยรายการความเป็นสมาชิกของชุมชน ซึ่งกิจกรรมเป็นสมาชิกอยู่ คุณไม่สามารถเปลี่ยนรายการสมาชิกของกิจกรรม ชุมชนโดยใช้คุณลักษณะกิจกรรม

  • พับลิก

    ถ้าชุมชนเป็นพับลิกหรือระดับปานกลาง กิจกรรมที่เชื่อมโยงของชุมชน นั้นทั้งหมดจะเป็นพับลิก โดยแรกเริ่ม ผู้ใช้มีสิทธิเข้าถึงแบบอ่าน อย่างเดียวในกิจกรรม ถ้าผู้ใช้เข้าร่วมหรือถูกเพิ่มลงในชุมชนที่เชื่อมโยง สิทธิเข้าถึงของผู้ใช้นั้นจะเปลี่ยนเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเขียนเนื้อหา ในกิจกรรมได้ด้วย

การเพิ่มสมาชิกให้กับกิจกรรม

เมื่อต้องการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงกิจกรรม คุณสามารถเพิ่มบุคคลที่เป็นสมาชิกได้

คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมเพื่อเพิ่มสมาชิก ผู้เขียนสามารถเพิ่มผู้อ่านและผู้เขียนรายอื่นได้ เจ้าของสามารถเพิ่มสมาชิกในบทบาทใดๆ ได้ คุณไม่สามารถเพิ่มสมาชิกลงใน กิจกรรมชุมชน เนื่องจากความเป็นสมาชิกของกิจกรรมชุมชนถูกกำหนดโดย ความเป็นสมาชิกของชุมชนซึ่งกิจกรรมเป็นสมาชิกอยู่

คุณสามารถเพิ่มได้ทั้งสมาชิกรายบุคคลและเป็นกลุ่มได้ คุณกำหนดสมาชิกแต่ละรายให้กับหนึ่งในสามของบทบาทความเป็นสมาชิกต่อไปนี้: เจ้าของ ผู้เขียน หรือผู้อ่าน

เมื่อต้องการเพิ่มความเป็นสมาชิกให้กับกิจกรรมที่มีอยู่ ให้ทำตามขั้นตอนนี้ให้เสร็จสิ้น:

  1. เปิดกิจกรรมที่คุณต้องการเพิ่มสมาชิก
  2. คลิก เพิ่ม > สมาชิก
    หมายเหตุ: ถ้าคุณกำลังใช้ กิจกรรมชุมชน อ็อพชันสมาชิกจะเป็นสีเทาเนื่องจากคุณ ไม่สามารถเพิ่มสมาชิกลงในกิจกรรมชุมชน
  3. เพิ่มสมาชิกให้กับบทบาทในกิจกรรม
    • เมื่อต้องการเพิ่มความเป็นสมาชิกให้กับบทบาทผู้เขียน ให้พิมพ์ชื่อของบุคคลหรืออีเมลแอดเดรส หรือพิมพ์ชื่อกลุ่มลงในกล่อง ผู้เขียน ขณะที่คุณพิมพ์ รายการของชื่อที่ตรงกันจะแสดงขึ้น คลิกที่ชื่อเพื่อเพิ่มชื่อลงในกล่อง หรือพิมพ์ชื่อต่อไป พิมพ์เครื่องหมายจุลภาคระหว่างชื่อ
    • เมื่อต้องการเพิ่มสมาชิกให้กับบทบาทอื่น ให้คลิก เพิ่มเจ้าของ หรือ เพิ่มผู้อ่าน และพิมพ์ชื่อหรือที่อยู่อีเมลของบุคคลนั้นลงในกล่อง พิมพ์เครื่องหมายจุลภาคระหว่างชื่อ ถ้าคุณไม่ใช่เจ้าของกิจกรรมปัจจุบัน คุณไม่สามารถเพิ่มเจ้าของได้ ปุ่ม เพิ่มเจ้าของ จะถูกปิดใช้งาน
  4. คลิก ตกลง เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
การเพิ่มผู้ติดต่อ Sametime ให้กับกิจกรรม

คุณสามารถเพิ่มสมาชิกลงในกิจกรรมโดยลากชื่อจากหน้าต่างลอย ผู้ติดต่อ Sametime

คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมเพื่อเพิ่มผู้ติดต่อ คุณไม่สามารถเพิ่มผู้ติดต่อ Sametime เข้ากับกิจกรรมชุมชนได้
ผู้ติดต่อที่คุณลากไปยังกิจกรรมจะถูกเพิ่มเป็นผู้เขียน
  1. เปิดผู้ติดต่อ Sametime ในหน้าต่างลอย คุณสามารถทำได้โดยคลิกขวาที่แถบหัวเรื่อง ผู้ติดต่อ Sametime และเลือก เปิดในหน้าต่างใหม่
  2. จากแถบข้าง ให้เปิดพาเนลกิจกรรม เพื่อแสดงกิจกรรมที่คุณต้องการเพิ่มผู้ติดต่อ
  3. จาก ผู้ติดต่อ Sametime ให้ลากชื่อของผู้ติดต่อลงในกิจกรรม คุณสามารถเลือกและลากชื่อจำนวนมากในเวลาเดียวกันได้
  4. คลิก ตกลง เพื่อยืนยันการเพิ่มสมาชิกใหม่
กลุ่มในรายการความเป็นสมาชิก

การเพิ่มกลุ่มให้กับกิจกรรม เป็นวิธีที่สะดวกในการจัดเตรียมความเป็นสมาชิก ให้กับชุดของบุคคลที่กำหนดไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะใช้กลุ่ม คุณควรมีความรู้เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง วิธีที่กิจกรรมจะปฏิบัติต่อรายการกลุ่ม และวิธีที่กิจกรรมจะปฏิบัติต่อรายการความเป็นสมาชิก

คุณสามารถเพิ่มกลุ่มพับลิกที่มีอยู่ให้กับกิจกรรมได้ กลุ่มพับลิกที่มีอยู่คือกลุ่มที่ได้ถูกกำหนดไว้ในไดเร็กทอรีที่เซิร์ฟเวอร์กิจกรรมใช้เพื่อ พิสูจน์ตัวตนของสมาชิก (ซึ่งตรงข้ามกับกลุ่มที่คุณได้กำหนดไว้ในสมุดที่อยู่ส่วนบุคคล) เมื่อคุณเพิ่มกลุ่มพับลิกให้กับบทบาทความเป็นสมาชิกที่อยู่ในกิจกรรมแล้ว บุคคลในกลุ่มนั้นจะถูกให้สิทธิ์ในการเข้าถึงสิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับบทบาท

ถ้าบุคคลแต่ละคนที่อยู่ในกลุ่มถูกเพิ่มให้กับกิจกรรมแล้ว ( ไม่ว่าจะเป็นรายการแต่ละรายการหรือเป็นบางส่วนของรายการกลุ่มอื่นๆ ก็ตาม) ก็อาจจะมีความขัดแย้ง ในบทบาทความเป็นสมาชิกของรายการอื่น ตารางต่อไปนี้แสดงสิทธิ์ความเป็นสมาชิกที่บุคคลนั้นได้รับในเหตุการณ์ของความขัดแย้งระหว่างรายการความเป็นสมาชิกกลุ่มและความเป็นสมาชิกอื่น

ความขัดแย้งเกี่ยวกับรายการความเป็นสมาชิก ผลลัพธ์ของสิทธิ์ความเป็นสมาชิก
กลุ่มและบุคคล บุคคลผู้ซึ่งถูกเพิ่มให้กับกิจกรรมโดยเป็นส่วนของกลุ่มและเป็นแบบเฉพาะบุคคล จะได้รับสิทธิ์ความเป็นสมาชิกของรายการแต่ละรายการ

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเพิ่มกลุ่มพับลิกที่ชื่อ "การตลาด" ให้กับบทบาทผู้เขียนของกิจกรรม และคุณเพิ่ม Mary ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มการตลาด ให้กับบทบาทผู้อ่านของกิจกรรมเดียวกัน Mary จะได้รับสิทธิในการเข้าถึงกิจกรรม

กลุ่มจำนวนมาก บุคคลผู้ซึ่งไม่มีรายการความเป็นสมาชิกเฉพาะบุคคลอยู่ในกิจกรรม และผู้ซึ่งถูกเพิ่มให้กับกิจกรรมซึ่งเป็นส่วนของกลุ่มจำนวนมากจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึง ที่เชื่อมโยงกับบทบาทที่สูงกว่า

ตัวอย่างเช่น Tom ไม่ใช่สมาชิกของกิจกรรม "โปรแกรมการตลาดภาคฤดูร้อน (Summer Marketing Program)" แต่เขาเป็นสมาชิกของกลุ่ม "การตลาด" และ "การตลาดภาคตะวันออก (Eastern Marketing)" ซึ่งคุณได้เพิ่มให้กับบทบาทผู้เขียนและผู้อ่านของกิจกรรม ตามลำดับ ผลที่ได้คือ Tom จะได้รับสิทธิในการเข้าถึงกิจกรรม

ข้อจำกัดต่อไปนี้จะนำมาใช้กับสมาชิกกลุ่ม:

  • คุณไม่สามารถลบสมาชิกกลุ่มเดี่ยวออกจากกิจกรรมได้ ถ้าคุณต้องการลบสมาชิกรายหนึ่งของกลุ่ม คุณต้องลบกลุ่มทั้งหมดทิ้ง หรือให้สิทธิ์บุคคลอื่นในการลบชื่อของบุคคลออกจากกลุ่มพับลิก ในไดเร็กทอรี อย่างใดอย่างหนึ่ง
  • รายการความเป็นสมาชิกไม่ได้แสดงชื่อของบุคคลที่เพิ่มลงในกิจกรรม ผ่านรายการกลุ่ม
  • คุณไม่สามารถกำหนดไอเท็มสิ่งที่ต้องทำให้กับสมาชิกกลุ่มเดี่ยว (คุณยังไม่สามารถกำหนดไอเท็มสิ่งที่ต้องทำให้กับกลุ่ม)
  • คุณไม่สามารถส่งการแจ้งเตือนจากรายการกิจกรรมไปยังสมาชิกกลุ่มเดี่ยวได้ ชื่อของสมาชิกกลุ่มแต่ละรายจะไม่ถูกแสดง
  • คุณไม่สามารถส่งการแจ้งเตือนจากรายการกจิกรรมไปยังสมาชิกทุกคนของกลุ่มได้ รายการกลุ่มจะไม่ถูกแสดงในรายการแจ้งเตือน
  • การค้นหาตามชื่อของบุคคลไม่ได้ค้นหากิจกรรมที่บุคคลนั้นเป็นเข้าของ ตามผลที่ได้ของรายการความเป็นสมาชิกกลุ่ม ผลลัพธ์การค้นหาจะแสดงเฉพาะกิจกรรมที่บุคคลนั้นมีชื่อเป็นสมาชิกโดยชัดแจ้งเท่านั้น
บทบาทความเป็นสมาชิก

บทบาทความเป็นสมาชิกของคุณในกิจกรรมจะกำหนดสิ่งที่คุณสามารถทำได้ใน กิจกรรม

เมื่อคุณเพิ่มบุคคลลงในกิจกรรมมาตรฐาน คุณจะกำหนดบทบาทที่กำหนดงานซึ่งพวกเขาสามารถทำได้ให้แก่ บุคคลนั้น ตารางต่อไปนี้แสดงงานที่สมาชิกในแต่ละบทบาท สามารถดำเนินการได้

ผู้อ่าน ผู้เขียน เจ้าของ
  • ดูกิจกรรม
  • ดูรายการที่แบ่งใช้ร่วมกันในกิจกรรม
  • ดูสมาชิกทั้งหมดของกิจกรรม
  • แจ้งเตือนสมาชิกอื่นเกี่ยวกับรายการ
  • งานของผู้อ่านทั้งหมด
  • เพิ่มรายการ
  • เพิ่ม เปลี่ยน ลบแท็กของกิจกรรมและรายการของกิจกรรม
  • แก้ไขและลบรายการที่ตนเป็นเจ้าของ
  • ย้ายรายการที่ตนเป็นเจ้าของ
  • เพิ่มและลบผู้อ่านและผู้เขียน
  • งานของผู้เขียนทั้งหมด
  • แก้ไขและลบรายการทั้งหมดในกิจกรรม
  • แก้ไขและลบกิจกรรม
  • ย้ายรายการใดๆ
  • เพิ่มและลบสมาชิกในบทบาทใดๆ
การลบสมาชิกออกจากกิจกรรม

คุณสามารถลบสมาชิกออกจากกิจกรรมเพื่อหยุดการเข้าถึงกิจกรรมของบุคคลใดๆ

คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมที่ต้องการลบสมาชิกออก เจ้าของสามารถลบสมาชิกใดๆ ได้ ส่วนผู้เขียนสามารถลบผู้อ่านและผู้เขียนรายอื่นได้เท่านั้น คุณไม่สามารถลบสมาชิกออกจาก กิจกรรมชุมชน เนื่องจากความเป็นสมาชิกของกิจกรรมชุมชนถูกกำหนดโดย ความเป็นสมาชิกของชุมชนซึ่งกิจกรรมเป็นสมาชิกอยู่
  • คุณไม่สามารถลบตัวคุณเองออกจากกิจกรรมได้
  • คุณไม่สามารถลบสมาชิกของกลุ่มแต่ละรายได้

เมื่อต้องการลบสมาชิกออกจากกิจกรรม ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. จากพาเนล กิจกรรม ให้เปิดกิจกรรม แล้วคลิก แสดงผล > สมาชิก เพื่อเปิดรายการความเป็นสมาชิก
    หมายเหตุ: ถ้าคุณกำลังใช้กิจกรรมชุมชน อ็อพชันสมาชิกจะเป็นสีเทาเนื่องจากคุณไม่สามารถ จัดการความเป็นสมาชิกของกิจกรรมชุมชน
  2. คลิกขวาที่ชื่อของสมาชิก แล้วคลิก ลบออก
หลังจากที่คุณลบสมาชิกแล้ว รายการที่สร้างโดยสมาชิกรายนั้นยังคงสามารถดูได้ตามสมาชิกที่เหลืออยู่ และยังสามารถแก้ไขหรือลบทิ้งโดยเจ้าของกิจกรรม
การทำให้กิจกรรมเป็นแบบพับลิก

ตามค่าดีฟอลต์ กิจกรรมใหม่สามารถมองเห็นสมาชิกที่ได้รับเชิญเท่านั้น คุณสามารถทำกิจกรรมให้เป็นแบบพับลิกได้โดยแบ่งใช้กิจกรรมกับบุคคลใดๆ ที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึง เซิร์ฟเวอร์กิจกรรม

เจ้าของกิจกรรมสามารถทำกิจกรรมให้เป็นแบบพับลิกได้; ซึ่งผู้อ่านและผู้เขียนไม่สามารถทำได้
เมื่อต้องการทำกิจกรรมให้เป็นแบบพับลิก ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. หลังจากที่สร้างกิจกรรมแล้ว จากแถบหัวเรื่องของกิจกรรม ให้คลิก เพิ่ม > การเข้าถึง แบบพับลิก
    หมายเหตุ: ถ้าคุณกำลังใช้ กิจกรรมชุมชน อ็อพชันการเข้าถึงแบบพับลิกจะเป็นสีเทาเนื่องจาก คุณไม่สามารถเปลี่ยนระดับการเข้าถึงของกิจกรรมชุมชน
  2. เลือกระดับการเข้าถึงจากรายการต่อไปนี้ของอ็อพชัน:
    ไพรเวต (ดีฟอลต์)
    เฉพาะสมาชิกของกิจกรรมที่ได้รับเชิญเท่านั้นที่สามารถดูและเพิ่มรายการให้กับกิจกรรมได้
    พับลิก (อ่านอย่างเดียวเท่านั้น)
    บุคคลใดๆ ที่มีสิทธิในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ กิจกรรม สามารถดูเนื้อหาของกิจกรรมนี้ได้ แต่มีเพียงสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเพิ่มรายการให้กับกิจกรรมได้
    พับลิก
    บุคคลใดๆ ที่มีสิทธิในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ กิจกรรม สามารถดูและเพิ่มรายการให้กับกิจกรรมนี้ได้
  3. คลิก ตกลง

การแก้ไขกิจกรรม

คุณสามารถแก้ไขกิจกรรมเพื่อเปลี่ยนชื่อ เป้าหมาย หรือวันที่ครบกำหนดของกิจกรรม คุณยังสามารถแก้ไขแท็กของกิจกรรมได้ด้วยเช่นกัน

เมื่อต้องการแก้ไขกิจกรรม คุณต้องเป็นเจ้าของกิจกรรมนั้น ถึงแม้ว่า ผู้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจกรรมจะสามารถแท็กกิจกรรมได้ แต่พวกเขาจะไม่สามารถใช้กระบวนการที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อนี้ได้ โปรดดูหัวข้อ การแท็กกิจกรรม และ การแก้ไขแท็ก เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มแท็กให้กับกิจกรรม
แก้ไขกิจกรรมเพื่อเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่แสดงอยู่ในรายการกิจกรรม และที่ได้ระบุไว้เมื่อสร้างกิจกรรม การแก้ไขกิจกรรมไม่มีผลกระทบกับเนื้อหาของรายการที่โพสต์ไว้ในกิจกรรม

เมื่อต้องการแก้ไขกิจกรรม ให้ดำเนินการตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:

  1. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • จากหนึ่งในมุมมองกิจกรรม ให้คลิกขวาที่กิจกรรม แล้วคลิก แก้ไข
    • จากกิจกรรมที่เปิดอยู่ ให้คลิก เพิ่มเติม แล้วเลือก แก้ไขกิจกรรม
  2. แก้ไขฟิลด์ที่คุณต้องการเปลี่ยน
  3. คลิก บันทึก

การเปิดเวอร์ชันของเว็บของกิจกรรม

คุณสามารถเข้าถึงเวอร์ชันของเว็บของกิจกรรมได้จากแถบข้างกิจกรรม

ใช้วิธีใดๆ ต่อไปนี้เพื่อเปิดเว็บแอ็พพลิเคชันกิจกรรม
  • ถ้าคุณกำลังใช้ Lotus Notes (Configuration แบบมาตรฐาน) จากพาเนล กิจกรรม ของแถบข้างของ Notes ให้คลิก เปิดในเว็บเบราว์เซอร์ ที่ด้านล่างของพาเนล หน้าต่างเบราว์เซอร์จะเปิด และแสดงเว็บแอ็พพลิเคชันกิจกรรม
  • ถ้าคุณได้รับข้อความอีเมลที่แจ้งคุณว่า คุณได้ถูกเพิ่มไว้ในกิจกรรมแล้ว ในข้อความ ให้คลิก เปิดกิจกรรมนี้ เพื่อดูกิจกรรม หรือคลิก เปิดกิจกรรม dashboard ของคุณ เพื่อดูรายการของกิจกรรมของคุณทั้งหมด
  • ถ้าคุณทราบเว็บแอดเดรสของเซิร์ฟเวอร์กิจกรรม ให้พิมพ์แอดเดรสลงในกล่องตำแหน่งของเว็บเบราว์เซอร์ ตัวอย่างเช่น:

    http://activities_server.yourcompany.com/activities

การเพิ่มรายการให้กับกิจกรรม

เมื่อต้องการเพิ่มเนื้อหาให้กับกิจกรรม คุณต้องเพิ่มรายการ รายการสามารถแสดงถึงเนื้อหาที่คุณอิมพอร์ตหรืออ้างอิงจากแหล่งที่มาภายนอกที่มีอยู่ (ไฟล์ เว็บเพจ) หรือคุณสามารถสร้างเนื้อหาในกิจกรรมได้โดยตรง (ข้อความ รายการสิ่งที่ต้องทำ)

คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมเพื่อเพิ่มรายการให้กับกิจกรรม
รายการสามารถเพิ่มได้จากกิจกรรม หรือจากเครื่องมืออื่นๆ ที่คุณทำงานด้วย ตัวอย่างเช่น การทำงานจากเว็บเบราว์เซอร์ คุณสามารถคลิกไอคอนที่เชื่อมโยงกับแอดเดรสของเว็บไซต์และลากไปยังแถบข้าง กิจกรรม จากระบบไฟล์ คุณสามารถลากไฟล์ไปยังแถบข้างได้ จาก Lotus Notes คุณสามารถลากไฟล์จากแอ็พพลิเคชัน Notes ไปยังแถบข้างได้ และจากหน้าต่างสนทนา Sametime คุณสามารถคลิกปุ่มเพื่อเพิ่มบันทึกการสนทนาลงในกิจกรรม

ตามค่าดีฟอลต์ รายการสามารถถูกอ่านได้โดยสมาชิกทุกๆ รายของกิจกรรม เมื่อต้องการซ่อนรายการ คุณสามารถทำเครื่องหมายรายการว่าเป็นไพรเวตได้

โปรดดูหัวข้อต่อไปนี้ เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการกิจกรรม และวิธีการเพิ่มรายการเหล่านั้นให้กับกิจกรรม:

รายการคืออะไร?

รายการกิจกรรมคือ ยูนิตของเนื้อหาที่คุณเพิ่มให้กับกิจกรรม ชนิดของเนื้อหาที่คุณสามารถเพิ่มประกอบด้วยข้อความ ไฟล์ และบุ๊กมาร์ก คุณยังสามารถเพิ่มชนิดรายการสิ่งที่ต้องทำหรือรายการแบบกำหนดเอง ที่คุณกำหนดที่ถูกสร้างโดยใช้เว็บไคลเอ็นต์

แต่ละรายการจะประกอบด้วยหัวเรื่องและชนิดเนื้อหาบางอย่าง คุณยังสามารถเพิ่มรายละเอียดของข้อความเผื่อเลือกและแท็กลงในรายการได้ ข้อความรายละเอียดและแท็กสามารถค้นหาได้ เพื่อช่วยให้คุณค้นหารายการได้ในภายหลัง

ตามค่าดีฟอลต์ รายการที่อยู่ในกิจกรรมจะถูกแบ่งใช้ร่วมกับสมาชิกทั้งหมดของกิจกรรม คุณสามารถซ่อนรายการจากสมาชิกอื่นได้โดยการทำเครื่องหมายไพรเวต

คุณสามารถเพิ่มชนิดของรายการต่อไปนี้ให้กับกิจกรรมได้:
ชนิดรายการ รายละเอียด
มาตรฐาน คุณสามารถเพิ่มข้อความที่จัดรูปแบบแล้ว ไฟล์แนบตั้งแต่หนึ่งไฟล์ และบุ๊กมาร์กตั้งแต่หนึ่งรายการซึ่งอ้างอิงเว็บเพจ คุณยังสามารถเพิ่มฟิลด์กำหนดเองตั้งแต่หนึ่งฟิลด์ขึ้นไป ให้กับรายการเพื่อสร้างฟิลด์ชื่อ ข้อความ และวันที่ หลังจากที่คุณเพิ่มสิ่งที่แนบ บุ๊กมาร์ก และฟิลด์ใหม่แล้ว คุณสามารถเปลี่ยนเลเบลของฟิลด์เพื่อให้สะท้อนถึงข้อมูลที่จะถูกจัดเตรียมในฟิลด์ ไฟล์แนบ และบุ๊กมาร์ก
รายการสิ่งที่ต้องทำ รายการสิ่งที่ต้องทำที่คุณเขียนไว้ภายในกิจกรรม คุณสามารถมีวันครบกำหนดและกำหนดรายการให้กับสมาชิกเฉพาะของกิจกรรม เมื่องานเสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถเลือกเช็กบ็อกซ์รายการสิ่งที่ต้องทำเพื่อทำเครื่องหมายว่าเสร็จสิ้นแล้ว เช่นเดียวกับรายการมาตรฐาน คุณสามารถเพิ่มไฟล์แนบตั้งแต่หนึ่งไฟล์ขึ้นไปและบุ๊กมาร์กมากกว่าหนึ่งรายการที่อ้างอิงเว็บเพจกับรายการสิ่งที่ต้องทำ คุณยังสามารถเพิ่มฟิลด์กำหนดเองตั้งแต่หนึ่งฟิลด์ขึ้นไปให้กับรายการสิ่งที่ต้องทำเพื่อสร้างฟิลด์ชื่อ ข้อความและวันที่ หลังจากที่เพิ่มสิ่งที่แนบ บุ๊กมาร์ก และฟิลด์ใหม่แล้ว คุณสามารถเปลี่ยนเลเบลของฟิลด์ได้
กำหนดเอง รายการที่ถูกสร้างจากเทมเพลตรายการ เทมเพลตรายการคือต้นฉบับของรายการ จากเว็บไคลเอ็นต์ หาก คุณสร้างรายการที่คุณต้องการใช้ใหม่ คุณสามารถบันทึกรายการนั้นเป็นเทมเพลตรายการ และใช้เทมเพลตในครั้งถัดไปที่คุณสร้างรายการ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังใช้กิจกรรมเพื่อเก็บรวบรวมรายงานสถานะของสมาชิกทีม คุณสามารถสร้างรายการมาตรฐาน และเพิ่มฟิลด์ใหม่ให้กับรายการที่เก็บรวมรวมชื่อสมาชิก วันที่รายงานสถานะ และข้อมูลอื่นๆ คุณยังสามารถบันทึกรายการมาตรฐานให้เป็นเทมเพลตรายการใหม่ที่ชื่อ รายงานสถานะ หลังจากที่บันทึก เมื่อคุณและสมาชิกกิจกรรมอื่นๆ สร้างรายการเพื่อดักจับข้อมูลสถานะ คุณสามารถเลือกเทมเพลตรายการที่ชื่อ รายงานสถานะ จากรายการของชนิดของรายการเพื่อสร้าง รายการที่กำหนดเองสามารถถูกสร้างและนำกลับมาใช้ภายในกิจกรรมหนึ่งเท่านั้น คุณไม่สามารถสร้างเทมเพลตรายการจาก IBM Lotus Notes ไคลเอ็นต์ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถสร้างรายการแบบกำหนดเองตามเทมเพลตที่สร้างจากเว็บไคลเอ็นต์
ความคิดเห็น เมื่อต้องการเพิ่มความคิดเห็นให้กับกิจกรรมอย่างรวดเร็ว ให้สร้างรายการมาตรฐานและเพิ่มความคิดเห็นไปยังฟิลด์ หัวเรื่อง คุณยังสามารถเพิ่มความคิดเห็นเป็นการตอบกลับไปยังรายการอื่น เมื่อคุณสร้างความคิดเห็นเป็นการตอบกลับไปยังรายการ คุณสามารถเพิ่มไฟล์แนบตั้งแต่หนึ่งไฟล์ขึ้นไป และบุ๊กมาร์กตั้งแต่หนึ่งรายการขึ้นไป แต่คุณไม่สามารถเพิ่มฟิลด์กำหนดเองได้
กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ลิงก์ที่อ้างถึงกิจกรรมที่มีอยู่ รายการความเป็นสมาชิกและวันครบกำหนดของกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง อาจแตกต่างจากรายการของกิจกรรมหลัก คุณต้องเป็นสมาชิกของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถเข้าถึงกิจกรรมผ่านลิงก์กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
เอกสาร Notes การอ้างอิงถึงเอกสาร Lotus Notes ที่มีอยู่ ใน Notes 8 และเวอร์ชันถัดมา คุณสามารถเพิ่มเอกสาร Notes ให้กับกิจกรรมได้โดยลากเอกสารไปยังแถบข้าง กิจกรรม ใน Notes 7.x คุณสามารถเพิ่มเอกสาร Notes เข้ากับกิจกรรมโดยใช้ IBM Lotus Connections ปลั๊กอินสำหรับ Lotus Notes 7/8 เมื่อต้องการเปิดเอกสาร สมาชิกของกิจกรรมต้องสามารถเข้าถึงเอกสารต้นฉบับ คุณสามารถเพิ่มเอกสาร Notes เข้ากับกิจกรรมโดยการลากเอกสารไปยังแถบข้างกิจกรรม หรือการคลิกขวาที่เอกสารในมุมมอง และจากนั้นเลือก การเชื่อมต่อ > เพิ่มเข้ากับกิจกรรม
ข้อความเมล การแสดง rich text ของข้อความอีเมลที่ถูกเพิ่มจาก Lotus Notes ไคลเอ็นต์ หลังจากที่เพิ่มให้กับกิจกรรมแล้ว คุณไม่สามารถแก้ไขเนื้อหาของข้อความเมล หลังจากที่เพิ่มให้กับกิจกรรมแล้ว ถ้าคุณเป็น เจ้าของกิจกรรมหรือเป็นผู้เขียนรายการ คุณสามารถแก้ไขเนื้อหาของ ข้อความเมลได้ ใน Notes 8 และเวอร์ชันถัดมา คุณสามารถเพิ่มข้อความอีเมล Notes ให้กับกิจกรรมได้โดยลากข้อความอีเมลไปยังแถบข้าง กิจกรรมใน Notes 7.x คุณสามารถเพิ่มข้อความอีเมล Notes เข้ากับกิจกรรมโดยใช้ IBM Lotus Connections 2.0.1 ปลั๊กอินสำหรับ Notes 7/8 หรือโดยการคลิกขวาที่ข้อความจาก Inbox และเลือก การเชื่อมต่อ > เพิ่มเข้ากับกิจกรรม
บันทึกการสนทนา Sametime บันทึกจากการสนทนา IBM Lotus Sametime เพิ่มการสนทนาเข้ากับกิจกรรมจาก Sametime ไคลเอ็นต์ โดยใช้ IBM Connections ปลั๊กอินสำหรับ IBM Lotus Sametimeโดยการคลิกไอคอน บันทึกบันทึกการสนทนาไปยังกิจกรรม จากหน้าต่างการสนทนา

คุณสามารถดาวน์โหลดปลั๊กอินสำหรับ Sametime, Notes และส่วนขยายอื่นจากแค็ตตาล็อก IBM Connection เมื่อต้องการเข้าถึงแค็ตตาล็อก ให้ไปที่เว็บไซต์ภายนอกต่อไปนี้:

https://greenhouse.lotus.com/catalog

ฉันจะเพิ่มรายการได้อย่างไร?

คุณสามารถเพิ่มรายการเข้ากับกิจกรรมเพื่อแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อ ทำการประกาศ ถามคำถาม แบ่งใช้ไฟล์ หรือแบ่งใช้เว็บแอดเดรสกับทีมงาน

คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมเพื่อเพิ่มรายการให้กับกิจกรรม

เมื่อต้องการเพิ่มรายการ ให้เปิดกิจกรรม แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. คลิก เพิ่มรายการเพิ่ม > รายการ

    หากอ็อพชันรายการเพิ่มเติมถูกแสดง ดังนั้นอ็อพชันเหล่านี้เป็นชนิดรายการแบบกำหนดเองที่สร้างขึ้นโดยใช้กิจกรรมเวอร์ชันที่ใช้เว็บ รายการที่กำหนดเองคือรายการที่มีชุดของฟิลด์ที่มีเลเบลซึ่งกำหนดไว้แล้วและคุณสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เลือกหนึ่งในชนิดของรายการเหล่านี้ ถ้าคุณต้องการสร้างรายการด้วยชนิดนั้น

  2. ในฟิลด์ หัวเรื่อง ให้พิมพ์หัวเรื่องของรายการ
  3. คุณสามารถเพิ่มเนื้อหาให้กับรายการโดยคลิกลิงก์ต่อไปนี้:
    ไฟล์แนบ
    เพิ่มไฟล์ให้กับรายการ คลิก เรียกดู ซึ่งอยู่ด้านข้างฟิลด์เพื่อหาตำแหน่งของไฟล์
    หมายเหตุ: ขีดจำกัดขนาดสูงสุดสำหรับไฟล์ที่แนบ คือ 10 MB ตามค่าดีฟอลต์ แต่ค่านี้สามารถเปลี่ยนได้โดย ผู้ดูแลระบบของคุณ
    หมายเหตุ: ถ้าคุณกำลังพยายามแนบไฟล์ขนาดใหญ่ในรายการขณะออฟไลน์ และไม่สามารถทำได้ ให้ลองใหม่อีกครั้งเมื่อคุณออนไลน์ในครั้งต่อไป ถ้าผู้ดูแลระบบของคุณสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดเกี่ยวกับขนาดของไฟล์ที่เป็นดีฟอลต์ แต่การเปลี่ยนแปลงจะใช้ได้เมื่อคุณออนไลน์ การเปลี่ยนแปลงจะไม่สามารถใช้ได้ขณะออฟไลน์
    เพิ่มบุ๊กมาร์ก
    เพิ่มเว็บแอดเดรสเข้ากับรายการ พิมพ์หัวเรื่องของเว็บเพจลงในฟิลด์ หัวเรื่องบุ๊กมาร์ก และจากนั้นคัดลอกเว็บแอดเดรสลงในฟิลด์ที่เริ่มต้นด้วย http://
    เพิ่มฟิลด์ที่กำหนดเอง > ฟิลด์วันที่
    เพิ่มฟิลด์ วันที่ ให้กับรายการ เมื่อคุณคลิกฟิลด์ว่าง ตัวควบคุมปฏิทินจะถูกแสดง คุณสามารถพิมพ์วันที่ลงในฟิลด์ หรือเลือกวันที่จากตัวควบคุมปฏิทิน
    เพิ่มฟิลด์กำหนดเอง > ฟิลด์บุคคลเพิ่มฟิลด์กำหนดเอง > ฟิลด์ชื่อ
    เพิ่มฟิลด์ บุคคลชื่อให้กับรายการ ขณะที่คุณพิมพ์ชื่อลงในฟิลด์ รายการของชื่อจากไดเร็กทอรีจะถูกแสดง คุณสามารถเลือกชื่อจากรายการหรือพิมพ์ชื่อเต็มของบุคคลหรืออีเมลแอดเดรส
    เพิ่มฟิลด์ที่กำหนดเอง > ฟิลด์ข้อความ
    เพิ่มฟิลด์ ข้อความ ให้กับรายการ

    คุณสามารถเพิ่มชนิดของฟิลด์ต่างๆ ได้ตามที่คุณต้องการ และคุณสามารถเพิ่มฟิลด์ของชนิดเดียวกันได้หลายครั้ง ถ้าคุณต้องการลบฟิลด์ที่คุณเพิ่มทิ้ง ให้คลิก X ซึ่งอยู่ถัดจากฟิลด์ที่ต้องการลบ

  4. ทางเลือก: เปลี่ยนชื่อฟิลด์ที่คุณเพิ่มโดยคลิกเลเบลของฟิลด์เพื่อแก้ไขชื่อ

    หลังจากที่คุณเพิ่มไฟล์ บุ๊กมาร์ก หรือกำหนดฟิลด์ให้กับรายการ คุณสามารถเปลี่ยนชื่อที่เชื่อมโยงกับฟิลด์ตามค่าดีฟอลต์ให้เป็นชื่อที่อธิบายจุดประสงค์ของฟิลด์ได้ดีกว่า ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังใช้รายการเพื่อจัดเตรียมการตรวจทานความคิดเห็น คุณต้องเพิ่มฟิลด์ชื่อสองฟิลด์ และเปลี่ยนชื่อของฟิลด์หนึ่งไปเป็น ผู้เขียน และเปลี่ยนชื่อของอีกฟิลด์หนึ่งไปเป็น ผู้ตรวจทาน คุณยังสามารถเพิ่มฟิลด์วันที่ที่มีเลเบล ตรวจทานตามวันที่ แล้วจึงเพิ่มไฟล์แนบที่มีเลเบลของฟิลด์ เอกสารเพื่อตรวจทาน

  5. ในฟิลด์ รายละเอียด เนื้อความของรายการ อธิบายถึงรายการหรือเพิ่มเนื้อหาของรายการ คุณสามารถใช้ปุ่มเครื่องมือเพื่อจัดรูปแบบข้อความที่เพิ่ม
  6. ในฟิลด์ แท็ก ให้พิมพ์เงื่อนไขของแท็ก ขณะที่คุณพิมพ์ รายการของแท็กที่ตรงกันจากคอลเล็กชันของแท็กจะถูกแสดง คลิกที่แท็กเพื่อเพิ่มแท็ก หรือพิมพ์ต่อไปเพื่อเพิ่มแท็กที่ไม่มีอยู่ในรายการ แยกแท็กจำนวนมากด้วยเครื่องหมายจุลภาค

    แท็กคือเลเบล คำเดี่ยว หรือคีย์เวิร์ดที่คุณกำหนดให้กับรายการเพื่อจัดหมวดหมู่ หลังจากที่บันทึกรายการแล้ว แท็กจะถูกเพิ่มให้กับคอลเล็กชันแท็กสำหรับกิจกรรม หลังจากนั้น คุณสามารถใช้แท็กเพื่อค้นหารายการนี้ได้โดย คลิกแท็กจากคอลเล็กชันแท็กเพื่อค้นหากิจกรรมสำหรับแท็กนี้ ไม่เฉพาะรายการนี้ที่ถูกส่งคืนในรายการผลลัพธ์ แต่รายการแท็กที่เหมือนกันจะถูกรวมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงช่วยคุณค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ โปดจำไว้ว่า คอลเล็กชันแท็กประกอบด้วยแท็กที่สร้างโดยคุณและผู้ร่วมงานของคุณ ถ้าไม่มีใครสร้างแท็กไว้ คุณจะไม่สามารถมองเห็นรายการของแท็กที่จับคู่กันตามที่คุณได้พิมพ์ลงในฟิลด์นี้

  7. เมื่อต้องการเพิ่มรายการนี้ให้กับส่วนที่ระบุเฉพาะของกิจกรรม ให้คลิกลูกศรชี้ลงที่อยู่ถัดจากฟิลด์ ส่วน แล้วจึงเลือกส่วนจากรายการ
  8. เมื่อต้องการซ่อนรายการจากสมาชิกอื่น ให้เลือก ทำเครื่องหมายรายการนี้ว่าเป็นไพรเวต
  9. ถ้าคุณต้องการแจ้งสมาชิกกิจกรรมเกี่ยวกับรายการนี้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. เลือก แจ้งบุคคลของรายการนี้
    2. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
      • กิจกรรมมาตรฐาน:
        • เมื่อต้องการแจ้งทุกคน ให้เลือกเช็กบ็อกซ์ สมาชิกแต่ละคนของกิจกรรมนี้
        • เมื่อต้องการแจ้งเป็นบางคน ให้เลือก สมาชิกกิจกรรมแต่ละราย และจากนั้นเลือกกล่องที่อยู่ถัดจากชื่อของสมาชิกแต่ละรายที่คุณต้องการแจ้ง เมื่อต้องการหาบุคคล ให้เลื่อนผ่านรายชื่อที่เรียงตามตัวอักษร หรือพิมพ์ชื่อบุคคลลงในฟิลด์ พิมพ์เพื่อกรองรายการนี้
        • หากกิจกรรมมีการแบ่งใช้กับชุมชน ดังนั้นคุณสามารถแจ้งชุดย่อยของสมาชิกชุมชนโดยการเลือก ชุมชน: <community_name> โดยที่ <community_name> เป็นชื่อของชุมชน และจากนั้นเลือกกล่องที่อยู่ถัดจากชื่อของสมาชิกที่คุณต้องการแจ้ง
      • กิจกรรมชุมชนที่เพิ่มสมาชิกชุมชนทั้งหมด:
        • เลือกกล่องที่อยู่ถัดจากชื่อของสมาชิกแต่ละรายที่คุณต้องการแจ้ง เมื่อต้องการหาบุคคล ให้เลื่อนผ่านรายชื่อที่เรียงตามตัวอักษร หรือพิมพ์ชื่อบุคคลลงในฟิลด์ พิมพ์เพื่อกรองรายการนี้
          หากกิจกรรมมีสมาชิกมากกว่า 500 ราย คุณสามารถคลิก ถัดไป เพื่อดูชื่อเพิ่มเติมได้
          หมายเหตุ: ตัวกรองค้นหา ชื่อบนหน้าปัจจุบันเท่านั้น หากมีหลายหน้า ให้คลิก ถัดไป จนกว่าคุณจะได้รับหน้าที่มีชื่อในช่วงตัวอักษรเดียวกันกับชื่อที่คุณกำลังหา และจากนั้นพิมพ์ชื่อลงในกล่องตัวกรอง
      • กิจกรรมชุมชนที่เพิ่มเฉพาะชุดย่อยของสมาชิกชุมชน:
        • เมื่อต้องการแจ้งชุดย่อยของสมาชิกชุมชน ให้เลือก สมาชิกกิจกรรมแต่ละราย และจากนั้นเลือกกล่องที่อยู่ถัดจากชื่อของสมาชิกแต่ละรายที่คุณต้องการแจ้ง เมื่อต้องการหาบุคคล ให้เลื่อนผ่านรายชื่อที่เรียงตามตัวอักษร หรือพิมพ์ชื่อบุคคลลงในฟิลด์ พิมพ์เพื่อกรองรายการนี้
          หากกิจกรรมมีสมาชิกมากกว่า 500 ราย คุณสามารถคลิก ถัดไป เพื่อดูชื่อเพิ่มเติมได้
          หมายเหตุ: ตัวกรองค้นหา ชื่อบนหน้าปัจจุบันเท่านั้น หากมีหลายหน้า ให้คลิก ถัดไป จนกว่าคุณจะได้รับหน้าที่มีชื่อในช่วงตัวอักษรเดียวกันกับชื่อที่คุณกำลังหา และจากนั้นพิมพ์ชื่อลงในกล่องตัวกรอง
        • เมื่อต้องการแจ้งเฉพาะเจ้าของชุมชนเท่านั้น ให้เลือก <community_name> (เจ้าของชุมชน) โดย <community_name> เป็นชื่อของชุมชน
    3. ถ้าคุณต้องการเพิ่มความคิดเห็นที่จะแสดงขึ้นใน ข้อความแจ้งเตือนซึ่งส่งไปยังสมาชิก ให้เพิ่มความคิดเห็นลงในฟิลด์ ข้อความแจ้งเตือน

      ตามค่าดีฟอลต์ การแจ้งเตือนจะบ่งชี้ว่า คุณต้องการแจ้งสมาชิกเกี่ยวกับรายการนี้

  10. คลิก บันทึก เพื่อเสร็จสิ้นการเพิ่มรายการ

การเพิ่มรายการสิ่งที่ต้องทำ

คุณสามารถเพิ่มรายการสิ่งที่ต้องทำให้กับกิจกรรม และกำหนดรายการให้กับสมาชิกของกิจกรรม

รายการสิ่งที่ต้องทำแสดงงานที่ควรจะทำให้เสร็จสิ้น คุณสามารถกำหนดรายการสิ่งที่ต้องทำให้กับสมาชิกแต่ละรายของกิจกรรม และเลือกวันที่ครบกำหนดของรายการนั้น คุณสามารถดูรายการสิ่งที่ต้องทำสำหรับกิจกรรมได้ในมุมมอง รายการสิ่งที่ต้องทำ
หมายเหตุ: รายการสิ่งที่ต้องทำของกิจกรรมไม่เกี่ยวข้องกับรายการสิ่งที่ต้องทำของ Lotus Notes

เมื่อต้องการเพิ่มรายการสิ่งที่ต้องทำ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. เปิดกิจกรรม
  2. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • เมื่อต้องการเพิ่มรายการสิ่งที่ต้องทำให้กับกิจกรรมโดยตรง ให้คลิก เพิ่มรายการสิ่งที่ต้องทำเพิ่ม > รายการสิ่งที่ต้องทำ จากแถบการดำเนินการกิจกรรม
    • เมื่อต้องการเพิ่มรายการสิ่งที่ต้องทำที่เป็นการตอบกลับรายการอื่น ให้เปิดคลิกขวา ที่รายการ แล้วคลิก รายการสิ่งที่ต้องทำเพิ่ม > รายการสิ่งที่ต้องทำ
  3. พิมพ์งานในฟิลด์ สิ่งที่ต้องทำ ชื่อจะกลายเป็นเลเบลข้อความที่ระบุรายการ และจะแสดงอยู่ในมุมมองใดๆ ที่แสดงรายการ

    คลิก อ็อพชันเพิ่มเติม ถ้าคุณต้องการกำหนดรายการสิ่งที่ต้องทำให้กับสมาชิกกิจกรรม และเพิ่มวันครบกำหนดหรือข้อมูลอื่นๆ

  4. ในฟิลด์ วันครบกำหนด กำหนดวันที่ต้องทำรายการสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จสิ้น พิมพ์วันที่ หรือเลือกวันที่จากตัวควบคุมปฏิทิน
  5. กำหนดรายการสิ่งที่ต้องทำโดยคลิกลูกศรชี้ลง ซึ่งอยู่ถัดจากฟิลด์ กำหนดให้กับ แล้วเลือกชื่อจากรายการ

    ตามค่าดีฟอลต์ งานจะถูกกำหนดให้กับบุคคลใดๆ (ที่แบ่งใช้) นั่นหมายความว่า สมาชิกใดๆ ของกิจกรรมสามารถทำงานได้ แล้วจึงยกเลิกการกำหนดค่าหลังจากงานเสร็จสิ้นแล้ว

  6. คุณสามารถเพิ่มเนื้อหาให้กับรายการโดยคลิกลิงก์ต่อไปนี้:
    ไฟล์แนบ
    เพิ่มไฟล์ให้กับรายการ คลิก เรียกดู ซึ่งอยู่ด้านข้างฟิลด์เพื่อหาตำแหน่งของไฟล์
    หมายเหตุ: ขีดจำกัดขนาดสูงสุดสำหรับไฟล์ที่แนบ คือ 10 MB ตามค่าดีฟอลต์ แต่ค่านี้สามารถเปลี่ยนได้โดย ผู้ดูแลระบบของคุณ
    หมายเหตุ: ถ้าคุณกำลังพยายามแนบไฟล์ขนาดใหญ่ในรายการขณะออฟไลน์ และไม่สามารถทำได้ ให้ลองใหม่อีกครั้งเมื่อคุณออนไลน์ในครั้งต่อไป ถ้าผู้ดูแลระบบของคุณสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดเกี่ยวกับขนาดของไฟล์ที่เป็นดีฟอลต์ แต่การเปลี่ยนแปลงจะใช้ได้เมื่อคุณออนไลน์ การเปลี่ยนแปลงจะไม่สามารถใช้ได้ขณะออฟไลน์
    เพิ่มบุ๊กมาร์ก
    เพิ่มเว็บแอดเดรสเข้ากับรายการ พิมพ์หัวเรื่องของเว็บเพจลงในฟิลด์ หัวเรื่องบุ๊กมาร์ก และจากนั้นคัดลอกเว็บแอดเดรสลงในฟิลด์ที่เริ่มต้นด้วย http://
    เพิ่มฟิลด์ที่กำหนดเอง > ฟิลด์วันที่
    เพิ่มฟิลด์ วันที่ ให้กับรายการ เมื่อคุณคลิกฟิลด์ว่าง ตัวควบคุมปฏิทินจะถูกแสดง คุณสามารถพิมพ์วันที่ลงในฟิลด์ หรือเลือกวันที่จากตัวควบคุมปฏิทิน
    เพิ่มฟิลด์กำหนดเอง > ฟิลด์บุคคลเพิ่มฟิลด์กำหนดเอง > ฟิลด์ชื่อ
    เพิ่มฟิลด์ บุคคลชื่อให้กับรายการ ขณะที่คุณพิมพ์ชื่อลงในฟิลด์ รายการของชื่อจากไดเร็กทอรีจะถูกแสดง คุณสามารถเลือกชื่อจากรายการหรือพิมพ์ชื่อเต็มของบุคคลหรืออีเมลแอดเดรส
    เพิ่มฟิลด์ที่กำหนดเอง > ฟิลด์ข้อความ
    เพิ่มฟิลด์ ข้อความ ให้กับรายการ

    คุณสามารถเพิ่มชนิดของฟิลด์ต่างๆ ได้ตามที่คุณต้องการ และคุณสามารถเพิ่มฟิลด์ของชนิดเดียวกันได้หลายครั้ง ถ้าคุณต้องการลบฟิลด์ที่คุณเพิ่มทิ้ง ให้คลิก X ซึ่งอยู่ถัดจากฟิลด์ที่ต้องการลบ

  7. ทางเลือก: เปลี่ยนชื่อของฟิลด์ที่คุณต้องการเพิ่มโดยคลิกเลเบลของฟิลด์เพื่อแก้ไขชื่อ

    หลังจากที่คุณเพิ่มไฟล์ บุ๊กมาร์ก หรือกำหนดฟิลด์ให้กับรายการ คุณสามารถเปลี่ยนชื่อที่เชื่อมโยงกับฟิลด์ตามค่าดีฟอลต์ให้เป็นชื่อที่อธิบายจุดประสงค์ของฟิลด์ได้ดีกว่า ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังใช้รายการสิ่งที่ต้องทำเพื่อระบุไฟล์ที่คุณต้องตรวจทาน คุณอาจต้องการแนบไฟล์กับรายการสิ่งที่ต้องทำ และเปลี่ยนชื่อของฟิลด์ ไฟล์แนบ ใน เอกสารที่ต้องตรวจทาน คุณยังสามารถเพิ่มฟิลด์ข้อความที่ชื่อ การเปลี่ยนแปลง เพื่อติดตามอัพเดตใดๆ ที่คุณได้ทำไว้กับไฟล์

  8. ในฟิลด์ รายละเอียด เนื้อความของรายการ อธิบายถึงรายการหรือเพิ่มเนื้อหาของรายการ คุณสามารถใช้ปุ่มเครื่องมือเพื่อจัดรูปแบบข้อความที่เพิ่ม
  9. ในฟิลด์ แท็ก ให้พิมพ์เงื่อนไขของแท็ก ขณะที่คุณพิมพ์ รายการของแท็กที่ตรงกันจากคอลเล็กชันของแท็กจะถูกแสดง คลิกที่แท็กเพื่อเพิ่มแท็ก หรือพิมพ์ต่อไปเพื่อเพิ่มแท็กที่ไม่มีอยู่ในรายการ แยกแท็กจำนวนมากด้วยเครื่องหมายจุลภาค

    แท็กคือเลเบล คำเดี่ยว หรือคีย์เวิร์ดที่คุณกำหนดให้กับรายการเพื่อจัดหมวดหมู่ หลังจากที่บันทึกรายการแล้ว แท็กจะถูกเพิ่มให้กับคอลเล็กชันแท็กสำหรับกิจกรรม หลังจากนั้น คุณสามารถใช้แท็กเพื่อค้นหารายการนี้ได้โดย คลิกแท็กจากคอลเล็กชันแท็กเพื่อค้นหากิจกรรมสำหรับแท็กนี้ ไม่เฉพาะรายการนี้ที่ถูกส่งคืนในรายการผลลัพธ์ แต่รายการแท็กที่เหมือนกันจะถูกรวมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงช่วยคุณค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ โปดจำไว้ว่า คอลเล็กชันแท็กประกอบด้วยแท็กที่สร้างโดยคุณและผู้ร่วมงานของคุณ ถ้าไม่มีใครสร้างแท็กไว้ คุณจะไม่สามารถมองเห็นรายการของแท็กที่จับคู่กันตามที่คุณได้พิมพ์ลงในฟิลด์นี้

  10. เมื่อต้องการเพิ่มรายการนี้ให้กับส่วนที่ระบุเฉพาะของกิจกรรม ให้คลิกลูกศรชี้ลงที่อยู่ถัดจากฟิลด์ ส่วน แล้วจึงเลือกส่วนจากรายการ
  11. เมื่อต้องการซ่อนรายการจากสมาชิกอื่น ให้เลือก ทำเครื่องหมายรายการนี้ว่าเป็นไพรเวต
  12. ถ้าคุณต้องการแจ้งสมาชิกกิจกรรมเกี่ยวกับรายการนี้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. เลือก แจ้งบุคคลของรายการนี้
    2. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
      • กิจกรรมมาตรฐาน:
        • เมื่อต้องการแจ้งทุกคน ให้เลือกเช็กบ็อกซ์ สมาชิกแต่ละคนของกิจกรรมนี้
        • เมื่อต้องการแจ้งเป็นบางคน ให้เลือก สมาชิกกิจกรรมแต่ละราย และจากนั้นเลือกกล่องที่อยู่ถัดจากชื่อของสมาชิกแต่ละรายที่คุณต้องการแจ้ง เมื่อต้องการหาบุคคล ให้เลื่อนผ่านรายชื่อที่เรียงตามตัวอักษร หรือพิมพ์ชื่อบุคคลลงในฟิลด์ พิมพ์เพื่อกรองรายการนี้
        • หากกิจกรรมมีการแบ่งใช้กับชุมชน ดังนั้นคุณสามารถแจ้งชุดย่อยของสมาชิกชุมชนโดยการเลือก ชุมชน: <community_name> โดยที่ <community_name> เป็นชื่อของชุมชน และจากนั้นเลือกกล่องที่อยู่ถัดจากชื่อของสมาชิกที่คุณต้องการแจ้ง
      • กิจกรรมชุมชนที่เพิ่มสมาชิกชุมชนทั้งหมด:
        • เลือกกล่องที่อยู่ถัดจากชื่อของสมาชิกแต่ละรายที่คุณต้องการแจ้ง เมื่อต้องการหาบุคคล ให้เลื่อนผ่านรายชื่อที่เรียงตามตัวอักษร หรือพิมพ์ชื่อบุคคลลงในฟิลด์ พิมพ์เพื่อกรองรายการนี้
          หากกิจกรรมมีสมาชิกมากกว่า 500 ราย คุณสามารถคลิก ถัดไป เพื่อดูชื่อเพิ่มเติมได้
          หมายเหตุ: ตัวกรองค้นหา ชื่อบนหน้าปัจจุบันเท่านั้น หากมีหลายหน้า ให้คลิก ถัดไป จนกว่าคุณจะได้รับหน้าที่มีชื่อในช่วงตัวอักษรเดียวกันกับชื่อที่คุณกำลังหา และจากนั้นพิมพ์ชื่อลงในกล่องตัวกรอง
      • กิจกรรมชุมชนที่เพิ่มเฉพาะชุดย่อยของสมาชิกชุมชน:
        • เมื่อต้องการแจ้งชุดย่อยของสมาชิกชุมชน ให้เลือก สมาชิกกิจกรรมแต่ละราย และจากนั้นเลือกกล่องที่อยู่ถัดจากชื่อของสมาชิกแต่ละรายที่คุณต้องการแจ้ง เมื่อต้องการหาบุคคล ให้เลื่อนผ่านรายชื่อที่เรียงตามตัวอักษร หรือพิมพ์ชื่อบุคคลลงในฟิลด์ พิมพ์เพื่อกรองรายการนี้
          หากกิจกรรมมีสมาชิกมากกว่า 500 ราย คุณสามารถคลิก ถัดไป เพื่อดูชื่อเพิ่มเติมได้
          หมายเหตุ: ตัวกรองค้นหา ชื่อบนหน้าปัจจุบันเท่านั้น หากมีหลายหน้า ให้คลิก ถัดไป จนกว่าคุณจะได้รับหน้าที่มีชื่อในช่วงตัวอักษรเดียวกันกับชื่อที่คุณกำลังหา และจากนั้นพิมพ์ชื่อลงในกล่องตัวกรอง
        • เมื่อต้องการแจ้งเฉพาะเจ้าของชุมชนเท่านั้น ให้เลือก <community_name> (เจ้าของชุมชน) โดย <community_name> เป็นชื่อของชุมชน
    3. ถ้าคุณต้องการเพิ่มความคิดเห็นที่จะแสดงขึ้นใน ข้อความแจ้งเตือนซึ่งส่งไปยังสมาชิก ให้เพิ่มความคิดเห็นลงในฟิลด์ ข้อความแจ้งเตือน

      ตามค่าดีฟอลต์ การแจ้งเตือนจะบ่งชี้ว่า คุณต้องการแจ้งสมาชิกเกี่ยวกับรายการนี้

  13. คลิก บันทึก เพื่อเสร็จสิ้นการเพิ่มรายการ

การแสดงรายการสิ่งที่ต้องทำของกิจกรรมในปฏิทิน Notes

ตั้งค่าแถบข้างเพื่อแสดงรายการสิ่งที่ต้องทำจากกิจกรรมของคุณภายในปฏิทิน Notes เฉพาะรายการสิ่งที่ต้องทำที่ได้กำหนดให้กับคุณและมีการกำหนดวันครบกำหนดจะถูกแสดงในปฏิทินเท่านั้น

คุณต้องใช้เท็มเพลตเมล Notes 8.5 เพื่อให้สามารถแสดงรายการสิ่งที่ต้องการของกิจกรรมในปฏิทิน Notes เมื่อต้องการกำหนดเทมเพลตที่คุณกำลังใช้ ให้เลือก ไฟล์ > แอ็พพลิเคชัน > คุณสมบัติ จากมุมมองของกล่องรับขาเข้า ภายใต้ การถ่ายทอด บนแท็บ ออกแบบ ให้ตรวจสอบค่าของฟิลด์ ชื่อเทมเพลต ถ้า StdR85Mail ไม่ถูกแสดง แสดงว่าคุณไม่ได้ใช้เท็มเพลตเมล Notes โปรดติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณเพื่อร้องขอเท็มเพลตเมล Notes 8.5

เมื่อต้องการแสดงรายการสิ่งที่ต้องทำของกิจกรรมในปฏิทิน Notes ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้:
  1. เปิดปฏิทิน Notes
  2. จากบานหน้าต่างนำทาง ให้ขยาย แสดงปฏิทิน จากนั้นคลิก เพิ่มปฏิทิน
  3. คลิกลูกศรชี้ลงที่อยู่ด้านข้างฟิลด์ เพิ่ม แล้วเลือก กิจกรรม จากรายการ
  4. เพิ่มชื่อปฏิทินในฟิลด์ เลเบล
  5. ทางเลือก: เปลี่ยนรูปแบบของรายการในปฏิทินให้แตกต่างจากรายการสิ่งที่ต้องทำของกิจกรรม จากชนิดของรายการ คุณสามารถเปลี่ยนสีพื้นหลังและข้อความ และไอคอนที่ใช้แสดงรายการสิ่งที่ต้องทำของกิจกรรม
  6. คลิก ตกลง
  7. ค้นหาปฏิทินใหม่ที่คุณได้สร้างไว้ในส่วน แสดงปฏิทิน แล้วเลือกเช็กบ็อกซ์ที่อยู่ถัดจากส่วน ถ้ายังไม่ได้เลือกไว้
  8. เมื่อต้องการดูอัพเดตในสิ่งที่ต้องทำของกิจกรรม คุณต้องรีเฟรชปฏิทิน คุณสามารถรีเฟรชปฏิทินได้โดยกดปุ่ม F9

การเพิ่มความคิดเห็น

คุณสามารถเพิ่มความคิดเห็นแบบด่วนให้กับกิจกรรมหรือเป็นการตอบกลับไปยังรายการที่มีอยู่ได้โดยตรง

เมื่อต้องการเพิ่มความคิดเห็น ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • เมื่อต้องการเพิ่มความคิดเห็นแบบสแตนด์อะโลน ให้เปิดกิจกรรม แล้ว คลิก เพิ่มรายการเพิ่ม > รายการ ถ้าความคิดเห็นของคุณเป็นแบบย่อ ให้พิมพ์ลงในฟิลด์ หัวเรื่อง หรือ พิมพ์ความคิดเห็นลงในฟิลด์ รายละเอียด เนื้อความของรายการ
    • เมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นบนรายการของผู้อื่น ให้เปิดรายการ คลิก เพิ่มความคิดเห็น แล้วพิมพ์ความคิดเห็นลงในฟิลด์ ความคิดเห็น คลิกขวาที่รายการ เลือก เพิ่ม > ความคิดเห็น แล้วพิมพ์ความคิดเห็นของคุณลงในเนื้อความของรายการ
  2. คลิก บันทึก

การสร้างรายการจากเทมเพลตรายการ

เทมเพลตรายการคือต้นฉบับของรายการ คุณสามารถใช้เทมเพลตรายการเพื่อสร้างรายการที่กำหนดเอง ซึ่งมีชุดของฟิลด์ที่กำหนดไว้แล้ว

คุณต้องใช้เวอร์ชันของไคลเอ็นต์ของเว็บของ กิจกรรม เพื่อสร้างเทมเพลตรายการ แต่หลังจากที่สร้างเท็มเพลตแล้ว คุณสามารถระบุว่าคุณต้องการสร้างรายการจากเทมเพลต เมื่อคุณเพิ่มรายการให้กับกิจกรรมในแถบข้าง Notes เทมเพลตรายการไม่สามารถแบ่งใช้ระหว่างกิจกรรมที่ต่างกันได้ คุณสามารถเพิ่มรายการที่กำหนดเองให้กับกิจกรรมได้เท่านั้น ซึ่งเทมเพลตสำหรับรายการที่กำหนดเองจะถูกสร้างขึ้น

คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมเพื่อเพิ่มรายการให้กับกิจกรรม

เมื่อต้องการเพิ่มรายการจากเทมเพลต ให้เปิดกิจกรรม แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. คลิก เพิ่ม แล้วเลือกชนิดของรายการที่กำหนดเองจากรายการของอ็อพชัน

    ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสร้างเทมเพลตรายการที่เรียกว่ารายงาน สถานะ ในเวอร์ชันของเว็บของ กิจกรรม คุณสามารถเลือก รายการสถานะ จากรายการของชนิดของรายการได้

  2. ในฟิลด์ หัวเรื่อง ให้พิมพ์หัวเรื่องของรายการ
  3. จัดเตรียมค่าสำหรับฟิลด์ที่กำหนดเองซึ่งถูกกำหนดโดยเทมเพลตรายการที่คุณกำลังใช้
  4. คุณสามารถเพิ่มเนื้อหาเพิ่มเติมให้กับรายการได้โดยคลิกลิงก์ต่อไปนี้
    ไฟล์แนบ
    เพิ่มไฟล์ให้กับรายการ คลิก เรียกดู ซึ่งอยู่ด้านข้างฟิลด์เพื่อหาตำแหน่งของไฟล์
    เพิ่มบุ๊กมาร์ก
    เพิ่มเว็บแอดเดรสให้กับรายการ พิมพ์หัวเรื่องของเว็บเพจลงในฟิลด์ หัวเรื่องบุ๊กมาร์ก แล้วจึงคัดลอกเว็บแอดเดรสลงในฟิลด์ที่ขึ้นต้นด้วย http://
    เพิ่มฟิลด์ที่กำหนดเอง > ฟิลด์วันที่
    เพิ่มฟิลด์ วันที่ ให้กับรายการ คุณสามารถพิมพ์วันที่ลงในฟิลด์ หรือเลือกวันที่จากตัวควบคุมปฏิทิน
    เพิ่มฟิลด์ที่กำหนดเอง > ฟิลด์ชื่อ
    เพิ่มฟิลด์ ชื่อ ให้กับรายการ ขณะที่คุณพิมพ์ชื่อลงในฟิลด์ รายการของชื่อจากไดเร็กทอรีจะถูกแสดง คุณสามารถเลือกชื่อจากรายการ หรือพิมพ์ชื่อเต็มหรืออีเมลแอดเดรสของบุคคลนั้นต่อไป
    เพิ่มฟิลด์ที่กำหนดเอง > ฟิลด์ข้อความ
    เพิ่มฟิลด์ ข้อความ ให้กับรายการ

    คุณสามารถเพิ่มชนิดของฟิลด์ต่างๆ ได้ตามที่คุณต้องการ และคุณสามารถเพิ่มฟิลด์ของชนิดเดียวกันได้หลายครั้ง ถ้าคุณต้องการลบฟิลด์ที่คุณเพิ่มทิ้ง ให้คลิก X ซึ่งอยู่ถัดจากฟิลด์ที่ต้องการลบ

  5. ทางเลือก: เปลี่ยนชื่อฟิลด์ที่คุณเพิ่มโดยคลิกเลเบลของฟิลด์เพื่อแก้ไขชื่อ

    หลังจากที่คุณเพิ่มไฟล์ บุ๊กมาร์ก หรือกำหนดฟิลด์ให้กับรายการ คุณสามารถเปลี่ยนชื่อที่เชื่อมโยงกับฟิลด์ตามค่าดีฟอลต์ให้เป็นชื่อที่อธิบายจุดประสงค์ของฟิลด์ได้ดีกว่า ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังใช้รายการเพื่อจัดเตรียมการตรวจทานความคิดเห็น คุณต้องเพิ่มฟิลด์ชื่อสองฟิลด์ และเปลี่ยนชื่อของฟิลด์หนึ่งไปเป็น ผู้เขียน และเปลี่ยนชื่อของอีกฟิลด์หนึ่งไปเป็น ผู้ตรวจทาน คุณยังสามารถเพิ่มฟิลด์วันที่ที่มีเลเบล ตรวจทานตามวันที่ แล้วจึงเพิ่มไฟล์แนบที่มีเลเบลของฟิลด์ เอกสารเพื่อตรวจทาน

  6. ในเนื้อความของรายการ ให้อธิบายถึงรายการหรือเพิ่มเนื้อหารายการ คุณสามารถใช้ปุ่มเครื่องมือเพื่อจัดรูปแบบข้อความที่เพิ่ม
  7. ในฟิลด์ แท็ก ให้พิมพ์เงื่อนไขของแท็ก ขณะที่คุณพิมพ์ รายการของแท็กที่ตรงกันจากคอลเล็กชันของแท็กจะถูกแสดง คลิกที่แท็กเพื่อเพิ่มแท็ก หรือพิมพ์ต่อไปเพื่อเพิ่มแท็กที่ไม่มีอยู่ในรายการ แยกแท็กจำนวนมากด้วยเครื่องหมายจุลภาค

    แท็กคือเลเบลหรือคีย์เวิร์ดที่คุณกำหนดให้กับรายการที่ต้องการจัดหมวดหมู่ คุณสามารถใช้แท็กเพื่อค้นหารายการนี้ได้โดยค้นหากิจกรรมสำหรับแท็กนี้ ไม่เฉพาะรายการนี้ที่ถูกส่งคืนในรายการผลลัพธ์ แต่รายการแท็กที่เหมือนกันจะถูกรวมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงช่วยคุณค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ โปรดจำไว้ว่า คอลเล็กชันแท็กประกอบด้วยแท็กที่สร้างโดยคุณและผู้ร่วมงานของคุณ ถ้าไม่มีใครสร้างแท็กไว้ คุณจะไม่สามารถมองเห็นรายการของแท็กที่จับคู่กันตามที่คุณได้พิมพ์ลงในฟิลด์นี้

  8. เมื่อต้องการเพิ่มรายการนี้ให้กับส่วนที่ระบุเฉพาะของกิจกรรม ให้คลิกลูกศรชี้ลงที่อยู่ถัดจากฟิลด์ ส่วน แล้วจึงเลือกส่วนจากรายการ
  9. เมื่อต้องการซ่อนรายการจากสมาชิกอื่น ให้เลือก ทำเครื่องหมายรายการนี้ว่าเป็นไพรเวต
  10. คลิก บันทึก เพื่อเสร็จสิ้นการเพิ่มรายการ

การลากไฟล์ไปยังกิจกรรม

คุณสามารถลากไฟล์จากระบบไฟล์ของคุณไปยังกิจกรรม

คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมที่ต้องการเพิ่มไฟล์
หมายเหตุ: การดำเนินการนี้สนับสนุนในแถบข้าง Notes เท่านั้น ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานได้จาก เวอร์ชันเว็บของกิจกรรม
  1. จากระบบของคุณ ให้เปิดมุมมองแบบกราฟิกของระบบไฟล์ที่แสดงไฟล์ที่คุณต้องการเพิ่ม
    หมายเหตุ: ลดขนาดไคลเอ็นต์ของ Notes เพื่อให้คุณสามารถดูทั้งระบบไฟล์และแถบข้างพาเนล กิจกรรม ได้ในเวลาเดียวกัน
  2. จากพาเนล กิจกรรม ให้เปิดกิจกรรม ที่คุณต้องการเพิ่มไฟล์
  3. ลากไฟล์จากระบบไฟล์ไปยังกิจกรรม
    • เมื่อต้องการเพิ่มไฟล์ให้กับกิจกรรมโดยตรง ให้ทำหนึ่งในวิธีต่อไปนี้:
      • ถ้ากิจกรรมเปิดอยู่ในแถบข้าง ให้ลากกิจกรรมไปยังแถบหัวเรื่องของกิจกรรม
      • ถ้ามุมมองกิจกรรม เช่น กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ ถูกแสดงอยู่ในแถบข้าง ให้เลื่อนไปยังกิจกรรม แล้วลากไฟล์ไปยังชื่อกิจกรรม
    • เมื่อต้องการเพิ่มไฟล์ให้เป็นการตอบกลับไปยังรายการอื่น ให้เปิดกิจกรรมที่มีรายการ แล้วลากไฟล์ไปไว้บนหัวเรื่องของรายการ
    • เมื่อต้องการเพิ่มไฟล์ให้กับส่วน ให้เปิดกิจกรรมที่มีส่วน แล้วลากไฟล์ไปวางไว้บนหัวเรื่องส่วน
ชื่อของไฟล์ต้นฉบับจะกลายเป็นชื่อของรายการใหม่ที่ถูกโพสต์อยู่ในกิจกรรม คุณสามารถแก้ไขรายการเพื่อเปลี่ยนชื่อดีฟอลต์ เพื่อเพิ่มรายละเอียด หรือเพื่อกำหนดแท็กได้

การลากลิงก์ของเว็บเพจไปยังกิจกรรม

คุณสามารถลากลิงก์ไปยังเว็บแอดเดรสจากเว็บเบราว์เซอร์ของคุณให้กับพาเนล กิจกรรม ในแถบข้าง

ลิงก์ของเว็บเพจสามารถอ้างอิงถึงเว็บบนพับลิกอินเตอร์เน็ต หรือบนอินทราเน็ตขององค์กรของคุณ ลิงก์ของเว็บเพจยังถูกเพิ่มให้กับกิจกรรม เป็นรายการบุ๊กมาร์ก
หมายเหตุ: การดำเนินการนี้สนับสนุนในแถบข้าง Notes เท่านั้น ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานได้จาก เวอร์ชันเว็บของกิจกรรม
  1. จากเว็บเบราว์เซอร์ ให้เปิดเว็บเพจที่คุณต้งการเพิ่มให้กับกิจกรรม
  2. จากพาเนลกิจกรรมของแถบข้าง ให้เปิดกิจกรรมที่คุณต้องการเพิ่มบุ๊กมาร์ก
  3. คลิกไอคอนที่แสดงอยู่ด้านหน้าของเว็บแอดเดรส และลากจากเบราว์เซอร์ไปยังกิจกรรม
    หมายเหตุ: สำหรับ Mozilla Firefox คุณยังสามารถคลิกแท็บที่มีหน้าแสดงอยู่ และลากไปยังกิจกรรม

    ให้เบนความสนใจไปยังตำแหน่งที่คุณลากบุ๊กมาร์ก หรือคุณอาจพบปัญหาได้ในภายหลัง

    • เมื่อต้องการเพิ่มลิงก์ไปยังกิจกรรมโดยตรง ให้ทำตามหนึ่งในวิธีต่อไปนี้:
      • ถ้ากิจกรรมเปิดอยู่ในแถบข้าง ให้ลากลิงก์ไปยังแถบหัวเรื่องของกิจกรรม
      • ถ้ามุมมองกิจกรรม เช่น กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ เปิดอยู่ในแถบข้าง ให้เลื่อนไปยังกิจกรรม แล้วลากลิงก์ไปยังชื่อกิจกรรม
    • เมื่อต้องการเพิ่มลิงก์ให้เป็นการตอบกลับไปยังรายการที่ระบุเฉพาะ ให้ลากลิงก์ไปไว้บนหัวเรื่องรายการ
    • เมื่อต้องการเพิ่มลิงก์ให้กับส่วน ให้ลากลิงก์ไปไว้บนหัวเรื่องของส่วน
หลังจากที่คุณลากลิงก์ลงในกิจกรรมเพื่อสร้างรายการบุ๊กมาร์กแล้ว คุณสามารถแก้ไขรายการเพื่อเปลี่ยนชื่อดีฟอลต์ เพิ่มรายละเอียด หรือกำหนดแท็กให้กับกิจกรรมได้

การเพิ่มเอกสาร Lotus Notes ให้กับกิจกรรม

คุณสามารถเพิ่มเอกสาร Notes ให้กับกิจกรรมได้ เช่น ข้อความอีเมล หรือหน้าในแอ็พพลิเคชัน Notes

เมื่อคุณเพิ่มข้อความอีเมลให้กับกิจกรรม ข้อความอีเมลนั้นจะถูกอ่านโดยสมาชิกรายใดๆ ของกิจกรรม ยกเว้น คุณได้ทำเครื่องหมายว่าเป็นไพรเวต เจ้าของกิจกรรมและผู้เขียนรายการสามารถแก้ไขหัวข้อเรื่องและเนื้อหาของข้อความอีเมล และสามารถกำหนดแท็กให้กับกิจกรรมได้ รายการของข้อความเมลจะถูกระบุโดยไอคอนรูปซองจดหมาย: ไอคอน ลบ
หมายเหตุ: เมื่อคุณเพิ่มเมลที่เข้ารหัสแล้วไปยังกิจกรรม เมลนั้นจะถูกถอดรหัสก่อนที่จะถูกเพิ่มลงในกิจกรรม นั่นหมายความว่า เมลนั้นจะสูญเสียค่าติดตั้งการเข้ารหัสเดิม

รายการสำหรับเอกสาร Notes ชนิดอื่น จะมีลิงก์ไปยังเอกสารต้นฉบับ สมาชิกต้องมีสิทธิ์ในการเข้าถึงเอกสารเพื่อเปิดลิงก์นั้น หลังจากที่สร้างรายการแล้ว คุณสามารถเปลี่ยนชื่อของรายการ ซึ่งถูกตั้งค่าเป็นหัวเรื่องของเอกสารตามค่าดีฟอลต์ คุณยังสามารถกำหนดแท็กให้กับรายการนั้น และคุณยังสามารถเพิ่มรายละเอียดได้อีกด้วย ให้คลิกขวาที่รายการ และเลือก แก้ไข จากเมนู

เมื่อต้องการโพสต์เอกสาร Notes ให้กับกิจกรรม ให้ทำตามการดำเนินการต่อไปนี้:

  1. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • จากมุมมองในไฟล์เมลของ Notes หรือแอ็พพลิเคชัน Notes อื่นๆ ให้คลิกขวาที่ข้อความเมลหรือเอกสาร
    • จากเอกสารที่เปิดอยู่ ให้คลิกขวาที่พื้นหลังของเอกสาร
    เลือก การเชื่อมต่อ > เพิ่มลงในกิจกรรม
  2. เลือกกิจกรรมที่คุณต้องการเพิ่มเอกสาร หรือเพิ่มเอกสารเพื่อเป็นการตอบกลับไปยังรายการที่มีอยู่ในกิจกรรม ดับเบิลคลิกที่กิจกรรม แล้วคลิกรายการ

    คุณสามารถใช้ตัวควบคุมการค้นหาเพื่อค้นหารายการของกิจกรรมและรายการที่ถูกแสดง

  3. คลิก ตกลง
รายการเอกสารจะถูกสร้างไว้ในกิจกรรม ถ้าพาเนลกิจกรรมถูกเปิดอยู่ กิจกรรมที่คุณต้องการเพิ่มเอกสารจะปรากฏขึ้น

การลากเอกสาร Notes ไปยังกิจกรรม

คุณสามารถลากเอกสารจากมุมมองในเมลหรือแอ็พพลิเคชัน Notes อื่นๆ ไปยังพาเนลแถบข้าง กิจกรรม

คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมที่คุณต้องการลากเอกสาร
หมายเหตุ: การดำเนินการนี้สนับสนุนในแถบข้าง Notes เท่านั้น ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานได้จาก เวอร์ชันเว็บของกิจกรรม
  1. จากไคลเอ็นต์ ให้เปิดมุมมองที่แสดงเอกสารที่คุณต้องการเพิ่มให้กับกิจกรรม
  2. จากพาเนลแถบข้าง กิจกรรม ให้เปิดกิจกรรมที่คุณต้องการโพสต์เอกสาร
  3. คลิกและลากเอกสารจากมุมมองไปยังกิจกรรม
    • เมื่อต้องการเพิ่มเอกสารให้เป็นรายการกิจกรรม ให้ทำหนึ่งในวิธีต่อไปนี้:
      • ถ้ากิจกรรมเปิดอยู่ในแถบข้าง ให้ลากกิจกรรมไปยังแถบหัวเรื่องของกิจกรรม
      • ถ้ามุมมองกิจกรรม เช่น กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ ถูกแสดงอยู่ในแถบข้าง ให้เลื่อนไปยังกิจกรรม แล้วลากเอกสารไปยังชื่อกิจกรรม
    • เมื่อต้องการเพิ่มเอกสารให้เป็นการตอบกลับรายการที่ระบุเฉพาะ ให้ลากเอกสารไปไว้บนหัวเรื่องรายการนั้น
    • เมื่อต้องการเพิ่มเอกสารให้กับส่วน ให้ลากเอกสารไปไว้บนหัวเรื่องของส่วน
เจ้าของกิจกรรมหรือผู้เขียนรายการสามารถแก้ไขหัวข้อเรื่องและเนื้อหาของข้อความอีเมล และสามารถกำหนดแท็กให้กับกิจกรรมได้ เมื่อคุณลากอีเมลที่เข้ารหัสไปยังกิจกรรม อีเมลจะถูกถอดรหัสก่อนที่จะเพิ่มลงในกิจกรรม ซึ่งหมายความว่า เมลนั้นจะสูญเสียค่าติดตั้งการเข้ารหัสเดิม สำหรับชนิดอื่นๆ ของรายการเอกสาร Notes คุณสามารถเปลี่ยนชื่อดีฟอลต์ เพิ่มรายละเอียด และกำหนดแท็กได้

การเพิ่มบันทึกการสนทนาให้กับกิจกรรม

จากหน้าต่างการสนทนา Sametime คุณสามารถบันทึกการสนทนาของคุณลงในกิจกรรมได้

เมื่อต้องการเพิ่มบันทึกการสนทนาลงในกิจกรรม คุณต้องรันผู้ติดต่อ Sametime จากแถบข้าง Notes หรือรันการเชื่อมต่อ Sametime ด้วยปลั๊กอิน กิจกรรมที่ติดตั้งไว้ ถ้าปลั๊กอินกิจกรรมของ Sametime มีอยู่ในสภาวะแวดล้อมของคุณ คุณสามารถติดตั้งปลั๊กอินได้โดยใช้กลไกการอัพเดตเดียวกันกับที่คุณใช้ติดตั้งปลั๊กอินอื่น โปรดดู วิธีใช้การเชื่อมต่อ Sametime หรือติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดาวน์โหลดปลั๊กอิน
  1. เริ่มต้นการสนทนาใน Sametime กับผู้ใช้อื่น
  2. หลังจากการสนทนาเสร็จสิ้นแล้ว จากแถบการดำเนินการของหน้าต่างการสนทนา ให้คลิก บันทึกการสนทนาลงในกิจกรรมเครื่องหมายบวกที่อยู่ด้านบนของไอคอนกิจกรรมใช้สำหรับเพิ่มบันทึกการสนทนาลงในกิจกรรม
  3. พิมพ์ชื่อลงในฟิลด์ ชื่อ ชื่อจะกลายเป็นเลเบลข้อความที่ระบุรายการ และจะแสดงอยู่ในมุมมองใดๆ ที่แสดงรายการ ตามค่าดีฟอลต์ ฟิลด์ ชื่อ ระบุรายการที่เป็นการสนทนา และแสดงชื่อของผู้เข้าร่วมการสนทนา ถ้ามีชื่อดีฟอลต์อยู่ คุณสามารถใช้ชื่อนั้น หรือเปลี่ยนชื่อใหม่
  4. ในฟิลด์ แท็ก ให้พิมพ์เงื่อนไขของแท็กตั้งแต่หนึ่งเงื่อนไขขึ้นไปสำหรับรายการ
  5. เลือก ไพรเวต ถ้าคุณต้องการซ่อนรายการนี้จากสมาชิกอื่น คุณสามารถทำรายการพับลิกได้ในภายหลังโดยแก้ไขรายการและลบเช็กบ็อกซ์ ไพรเวต
  6. เลือกกิจกรรมที่คุณต้องการเพิ่มรายการใหม่
    • เมื่อต้องการเพิ่มรายการกิจกรรมที่มีอยู่ ให้เลือกชื่อจากรายการ
    • เมื่อต้องการสร้างกิจกรรมใหม่ ให้คลิก สร้าง แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. พิมพ์ชื่อในฟิลด์ กิจกรรม
    2. เพิ่มสมาชิกให้กับกิจกรรมโดยพิมพ์ชื่อสมาชิกลงในฟิลด์ที่มีบทบาทที่เหมาะสม คุณสามารถคลิก เพิ่มเจ้าของ เพื่อเพิ่มฟิลด์เจ้าของหรือ เพิ่มผู้อ่าน เพื่อเพิ่มฟิลด์ผู้อ่าน สมาชิกสามารถเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มพับลิกได้

      อ็อพชันระดับการเข้าถึงถูกกำหนดไว้ดังนี้:

      • ผู้เขียน สามารถดูเนื้อหาและเพิ่มรายการ พาร์ตเนอร์การสนทนาของคุณจะถูกเพิ่มลงในกิจกรรมโดยอัตโนมัติในฐานะเป็นผู้เขียน
      • เจ้าของ สามารถเพิ่มเนื้อหาและสามารถดูและแก้ไขรายการทั้งหมด ในฐานะเป็นผู้สร้างกิจกรรม คุณจะถูกเพิ่มในฐานะเป็นเจ้าของโดยอัตโนมัติ
      • ผู้อ่าน ไม่สามารถสร้างกิจกรรมได้ การเข้าถึงถูกจำกัดให้ดูเนื้อหาได้เท่านั้น
    3. อธิบายถึงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในฟิลด์ เป้าหมายของกิจกรรม
    4. ในฟิลด์ แท็กกิจกรรม ให้พิมพ์เงื่อนไขของแท็ก แยกแท็กจำนวนมากด้วยเครื่องหมายจุลภาค แท็กคือเลเบลหรือคีย์เวิร์ดที่คุณกำหนดให้กับกิจกรรมเพื่อจัดหมวดหมู่
    5. คลิก เพิ่มวันครบกำหนด แล้วเพิ่มวันที่ในฟิลด์ วันครบกำหนด เพื่อระบุเวลาที่กิจกรรมควรจะเสร็จสิ้น

      คุณสามารถเลือกวันที่ได้จากตัวควบคุมปฏิทิน หรือพิมพ์วันที่ลงในฟิลด์


  7. คลิก ตกลง เพื่อสร้างและเพิ่มบันทึกการสนทนาลงในกิจกรรม

การทำงานกับรายการ

คุณสามารถดู ตอบกลับ แก้ไข แท็ก และจัดการกับรายการในกิจกรรม

การดำเนินการที่คุณสามารถดำเนินการกับรายการขึ้นอยู่กับบทบาทของคุณในกิจกรรมและกิจกรรมที่คุณได้สร้างรายการไว้ สมาชิกใดๆ ของกิจกรรมสามารถดูรายการพับลิกได้ (นั่นคือ กิจกรรมที่ทำเครื่องหมายไพรเวตไว้) และสามารถส่งการแจ้งเตือนเกี่ยวกับรายการให้กับสมาชิกอื่นได้ เฉพาะผู้เขียนและเจ้าของ สามารถแท็กและตอบกลับไปยังรายการ ผู้เขียนสามารถแก้ไข ย้าย และลบรายการของตนเองออกได้ เจ้าของสามารถแก้ไข ย้าย และลบรายการใดๆ ออกได้

การแสดงตัวอย่างกิจกรรมและรายการ

เมื่อต้องการศึกษาเกี่ยวกับกิจกรรมหรือรายการและดำเนินการกับงานพื้นฐานอย่างรวดเร็ว ให้แสดงกล่องแสดงตัวอย่าง กล่องแสดงตัวอย่างมีชื่อ วัตถุประสงค์ และข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ เกี่ยวกับกิจกรรมหรือรายการ

เมื่อต้องการแสดงตัวอย่างกิจกรรม ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ให้เสร็จสิ้น:
  1. จากมุมมองใดๆ ที่มีกิจกรรมหรือรายการแสดงอยู่ ให้คลิกกิจกรรมหรือรายการที่คุณต้องการแสดงตัวอย่าง ถ้ากล่องแสดงตัวอย่างไม่ถูกแสดง การแสดงตัวอย่างอาจไม่ได้เปิดใช้งาน เมื่อต้องการเปิดใช้งาน ให้คลิกไอคอนเมนู กิจกรรม ไอคอนเมนูพาเนล จากแถบหัวเรื่องของพาเนล กิจกรรม แล้วเลือก เลื่อนการแสดงตัวอย่างออกไป
  2. เมื่อต้องการเปลี่ยนจุดสนใจจากรายการหนึ่งไปยังรายการถัดไปในกล่องแสดงตัวอย่าง ให้กดปุ่ม Tab ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังดูกล่องแสดงตัวอย่างสำหรับรายการที่มีบุ๊กมาร์กหรือไฟล์แนบ คุณสามารถกดปุ่ม Tab เพื่อกำหนดจุดสนใจของลิงก์หรือสิ่งที่แนบ แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อเปิดลิงก์ในเว็บเบราว์เซอร์หรือไฟล์แนบในแอ็พพลิเคชันที่เหมาะสม
  3. จากกล่องแสดงตัวอย่างของรายการ คุณสามารถคลิก เพิ่มการตอบกลับ เพื่อเพิ่มการตอบกลับให้กับรายการ หรือ การดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการกับรายการปัจจุบัน จากกล่องแสดงตัวอย่างของกิจกรรม คุณสามารถคลิก เปิด เพื่อเปิดกิจกรรม หรือ การดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการกับกิจกรรมปัจจุบัน
  4. เมื่อต้องการปิดกล่องแสดงตัวอย่างเมื่อคุณทำเสร็จสิ้นแล้ว ให้คลิก X ที่มุมบนขวาของกล่องแสดงตัวอย่าง หรือกดปุ่ม ลูกศรด้านขวา
  5. ทางเลือก: เมื่อต้องการแสดงตัวอย่างกิจกรรมหรือรายการถัดไปในมุมมอง ให้กดปุ่ม ลูกศรชี้ลงหรือลูกศรชี้ขึ้น แล้วกด ลูกศรด้านซ้าย เพื่อเปิดกล่องแสดงตัวอย่าง
  6. คุณสามารถปลดกล่องแสดงตัวอย่างจากแถบข้างได้ หากต้องการทำ ให้คลิกหัวเรื่องของกล่องแสดงตัวอย่าง และลากหัวเรื่องไปยังพื้นที่อื่นของหน้าต่าง

การเปิดรายการ

คุณสามารถเปิดรายการกิจกรรมจากพาเนล กิจกรรม ของแถบข้าง Notes

สมาชิกใดๆ ของกิจกรรมสามารถเปิดรายการได้
จากพาเนล กิจกรรม ของแถบข้าง Notes เมื่อคุณเปิดกิจกรรม คุณสามารถมองเห็นข้อมูลโดยสรุปสำหรับแต่ละรายการในกิจกรรมได้เท่านั้น ถึงแม้ว่าคุณสามารถคลิกรายการเพื่อดูตัวอย่างของเนื้อหา เพื่อดูรายการที่เสร็จสิ้น คุณต้องเปิดรายการ
  1. เปิดกิจกรรมที่รายการถูกโพสต์ แล้วดับเบิลคลิกที่รายการ หรือคลิกขวาที่รายการ แล้วคลิก เปิด
    หมายเหตุ:
    1. เมื่อต้องการเปิดรายการไฟล์ คุณต้องมีโปรแกรมที่สามารถเปิดชนิดของไฟล์ได้
    2. บุ๊คมาร์กเปิดอยู่ในเว็บเบราว์เซอร์ที่ระบุใน preference ของเว็บเบราว์เซอร์ของ Notes ของคุณ

    ขึ้นอยู่กับชนิดของรายการและค่าติดตั้ง การกำหนดค่าตามความชอบ ของคุณ รายการจะเปิดอยู่ในแท็บหน้าต่าง หน้าต่างใหม่ หรือในแอ็พพลิเคชันอื่น

  2. สำหรับรายการไฟล์ ถ้าคุณไม่ได้โพสต์รายการ และไม่ใช่เจ้าของกิจกรรม ข้อความจะแจ้งให้คุณทราบว่า การเปลี่ยนแปลงจะไม่ถูกบันทึก คลิก ตกลง เพื่อเปิดเวอร์ชันของไฟล์แบบอ่านอย่างเดียว

    ถ้าคุณโพสต์ไฟล์ หรือโพสต์ลงในกิจกรรมที่คุณเป็นเจ้าของ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณบันทึกไว้จะถูกบันทึกลงในกิจกรรมโดยอัตโนมัติ ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนไฟล์โดยไม่เปลี่ยนเวอร์ชันที่โพสต์ลงในกิจกรรม ให้บันทึกสำเนาของไฟล์โลคัล และทำการเปลี่ยนแปลงที่นั่น

การแก้ไขแท็ก

คุณสามารถแก้ไขแท็กของกิจกรรมหรือรายการกิจกรรมเพื่อแก้ไขแท็กได้ คุณยังสามารถเพิ่มและลบแท็กทิ้งได้

คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของเพื่อแก้ไขแท็กสำหรับรายการหรือกิจกรรม
คุณสามารถแก้ไขแท็กเพื่อทำให้แท็กสอดคล้องกับแท็กอื่นได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้แท็ก report สำหรับบางรายการในกิจกรรม แต่คุณใช้ในรูปของพหูพจน์ ซึ่งคือ reports สำหรับรายการอื่นๆ ในกิจกรรม คุณอาจต้องลบ s ออกจากตัวแปรที่สอง เพื่อให้แท็กของคุณทั้งหมดใช้ในรูปของเอกพจน์
  1. คลิกขวาที่รายการหรือกิจกรรม แล้วคลิก แก้ไขแท็ก
  2. จากหน้าต่าง แก้ไขแท็ก ให้แก้ไขแท็กที่มีอยู่ ลบแท็ก หรือพิมพ์แท็กใหม่ แยกแท็กจำนวนมากด้วยเครื่องหมายจุลภาค
  3. คลิก ตกลง เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ

การแก้ไขรายการ

คุณสามารถแก้ไขรายการเพื่อดัดแปลงเนื้อหาพร้อมกับชื่อของกิจกรรม รายละเอียด และแท็ก

ผู้เขียนกิจกรรมสามารถแก้ไขรายการของตนเองได้เท่านั้น ส่วนเจ้าของกิจกรรม สามารถแก้ไขรายการใดๆ ที่โพสต์อยู่ในกิจกรรม
เมื่อแก้ไขลิงก์ของไฟล์ คุณจะสามารถแทนที่ไฟล์ปัจจุบันด้วยไฟล์อื่นได้ เช่นเดียวกัน เมื่อแก้ไขบุ๊คมาร์กหรือลิงก์ Notes คุณสามารถแก้ไขแอดเดรสของลิงก์ เพื่อให้ชี้ไปยังเว็บเพจหรือแอ็พพลิเคชัน Notes อื่น เมื่อแก้ไขรายการสิ่งที่ต้องทำแล้ว คุณสามารถเปลี่ยนวันครบกำหนด และกำหนดรายการให้กับบุคคลอื่น เมื่อแก้ไขรายการข้อความอีเมล Notes คุณสามารถแก้ไขหัวข้อเรื่องและเนื้อหาได้ และเมื่อแก้ไขรายการสนทนา Sametime คุณสามารถเปลี่ยนชื่อและเพิ่มแท็ก แต่คุณไม่สามารถแก้ไขเนื้อหาของการสนทนา Sametime

เมื่อต้องการแก้ไขรายการ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

เปิดกิจกรรมที่มีรายการที่คุณต้องการแก้ไข ให้คลิกขวาที่รายการ แล้วเลือก แก้ไข
การทำเครื่องหมายรายการว่าเป็นไพรเวต

คุณสามารถทำเครื่องหมายรายการว่าเป็นไพรเวต ถ้าคุณต้องการบันทึกรายการลงในกิจกรรม แต่ไม่ต้องการแบ่งใช้รายการกับสมาชิกรายอื่นๆ คุณสามารถทำเครื่องหมายรายการว่าเป็นไพรเวต เมื่อคุณโพสต์รายการในครั้งแรก หรือแก้ไขรายการในภายหลัง

ผู้เขียนกิจกรรมสามารถทำเครื่องหมายรายการของตนเองให้เป็นไพรเวตได้ ส่วนเจ้าของกิจกรรมสามารถทำเครื่องหมายรายการใดๆ ให้เป็นไพรเวตได้
ตามค่าดีฟอลต์ เมื่อคุณโพสต์รายการลงในกิจกรรม สมาชิกของกิจกรรมทุกราย จะสามารถอ่านรายการได้ การทำเครื่องหมายรายการว่าเป็นไพรเวตอนุญาตให้คุณคงไว้ซึ่งพื้นที่การทำงานที่เป็นไพรเวต ภายในกิจกรรม ตัวอย่างเช่น คุณสามารถทำเครื่องหมายแบบร่างของรายการที่เป็นไพรเวต จนกว่าคุณพร้อมที่จะแบ่งใช้รายการนั้น คุณยังสามารถทำเครื่องหมายรายการที่เป็นไพรเวตได้ ถ้าข้อมูลนั้นไม่สัมพันธ์กับสมาชิกรายอื่นๆ
  1. เพิ่มรายการให้กับกิจกรรม หรือแก้ไขรายการที่มีอยู่โดยคลิกขวาที่รายการ และคลิก แก้ไข
  2. เลือกเช็กบ็อกซ์ ทำเครื่องหมายรายการนี้ว่าเป็นรายการส่วนบุคคล

    หลังจากที่คุณบันทึกรายการแล้ว สมาชิกอื่นไม่สามารถมองเห็นรายการนี้ได้ เมื่อพวกเขาเปิดกิจกรรม

คุณสามารถแบ่งใช้รายการกับสมาชิกอื่นได้ในภายหลัง โดยแก้ไขรายการและล้างเช็กบ็อกซ์ ทำเครื่องหมายรายการนี้ว่าเป็นรายการส่วนบุคคล

การแจ้งสมาชิกเกี่ยวกับกิจกรรมหรือรายการ

เมื่อต้องการนำกิจกรรม หรือรายการให้กับสมาชิกที่สนใจของกิจกรรม คุณสามารถแจ้งสมาชิกเกี่ยวกับรายการได้ สมาชิกที่คุณแจ้งจะได้รับข้อความอีเมลที่มีรายละเอียดของรายการ และลิงก์ไปยังรายการ

สมาชิกรายใดๆ ของกิจกรรมสามารถแจ้งสมาชิกรายอื่นเกี่ยวกับรายการใดๆ ในกิจกรรมได้
เมื่อคุณส่งการแจ้งเตือน เซิร์ฟเวอร์จะสร้างข้อความอีเมล และส่งข้อความนั้นไปยังสมาชิกที่คุณเลือกไว้โดยอัตโนมัติ เซิร์ฟเวอร์สามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาชิกปัจจุบันของกิจกรรมได้เท่านั้น

การส่งการแจ้งเตือนไม่ได้สร้างรายการใหม่ในกิจกรรม

การต้องการแจ้งสมาชิกเกี่ยวกับรายการ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • เมื่อต้องการแจ้งสมาชิกเกี่ยวกับกิจกรรม ให้คลิกขวาที่กิจกรรม
    • เมื่อต้องการแจ้งสมาชิกเกี่ยวกับรายการ ให้เปิดกิจกรรมที่เป็นของรายการนั้น แล้วคลิกขวาที่รายการ
  2. เลือก ส่งต่อลิงก์ เพื่อเปิดบันทึกช่วยจำที่มีไฮเปอร์เท็กซ์ลิงก์กับกิจกรรมหรือรายการในเนื้อความของอีเมล
  3. ใส่อีเมลแอดเดรสของสมาชิกกิจกรรมหรือสมาชิกที่คุณต้องการแจ้ง แล้วส่ง

การขอรับเว็บแอดเดรสของรายการหรือกิจกรรม

คุณสามารถดักจับเว็บแอดเดรสของรายการหรือกิจกรรม เพื่อบันทึกเป็นบุ๊กมาร์ก ส่งไปยังสมาชิกอื่นด้วยอีเมลหรือข้อความสนทนา หรือโพสต์เป็นรายการบุ๊กมาร์กในกิจกรรม บุคคลใดๆ ผู้เปิดลิงก์จะนำไปยังเว็บเพจของรายการหรือกิจกรรมโดยตรง

เมื่อต้องการเปิดลิงก์ไปยังรายการหรือกิจกรรม คุณต้องเป็นสมาชิกของกิจกรรมที่มีรายการ คุณไม่สามารถใช้ลิงก์ไปยังรายการเพื่อแบ่งใช้กับบุคคลอื่นผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกของกิจกรรม

เมื่อต้องการแบ่งใช้เว็บแอดเดรสของรายการหรือกิจกรรมด้วยสมาชิกกิจกรรมอื่น ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

คลิกขวาที่รายการหรือกิจกรรม แล้วทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ต่อไปนี้:
  • เมื่อต้องการเพิ่มที่อยู่เว็บลงใน chat หรือต้องการทำบุ๊กมาร์กที่อยู่เว็บ ให้เลือก คัดลอกลิงก์ แล้ววางลิงก์นั้นใน chat หรือใน ฟิลด์บุ๊กมาร์ก
  • เมื่อต้องการส่งอีเมลที่อยู่เว็บไปยังบางคน ให้เลือก ส่งต่อ ลิงก์ เมื่อข้อความอีเมลที่มีลิงก์แสดงขึ้น ให้ทำการแก้ไขใดๆ ซึ่งคุณต้องการทำ แล้วคลิก ส่ง เพื่อส่งข้อความ

การย้ายรายการ

คุณสามารถย้ายรายการไปยังตำแหน่งใหม่ในกิจกรรมเดียวกันหรือต่างกิจกรรมได้

ผู้เขียนสามารถย้ายรายการของตนเองได้เท่านั้น ส่วนเจ้าของสามารถย้ายรายการใดๆ ได้ เมื่อต้องการย้ายรายการไปยังกิจกรรมอื่น คุณต้องเป็นผู้เขียนหรือเจ้าของกิจกรรมปลายทาง
ย้ายรายการเมื่อคุณต้องการจัดกลุ่มกิจกรรมที่มีรายการที่เกี่ยวข้องในส่วน หรือเรียงลำดับรายการในลำดับที่ระบุเฉพาะ เมื่อคุณย้ายรายการไปยังรายการอื่น รายการนั้นจะกลายเป็นการตอบกลับไปยังรายการนั้น ถ้าคุณย้ายรายการที่มีการตอบกลับตั้งแต่หนึ่งรายการขึ้นไป การตอบกลับของรายการจะย้ายไปพร้อมกับรายการ คุณไม่สามารถย้ายรายการไปยังหนึ่งในการตอบกลับที่เป็นของตน
หมายเหตุ: ถ้าคุณย้ายรายการไปยังกิจกรรมอื่น สมาชิกของกิจกรรมต้นฉบับอาจสูญเสียการเข้าถึงกิจกรรมได้
  1. เปิดกิจกรรมที่มีรายการที่คุณต้องการย้าย
  2. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • เมื่อต้องการย้ายรายการไปยังส่วน ลากรายการบนหัวเรื่องส่วน
    • เมื่อต้องการย้ายรายการไปยังกิจกรรมต่างๆ คลิกขวาที่รายการที่คุณต้องการย้าย แล้วคลิก ย้าย จากหน้าต่าง เลือกรายการหลัก ให้คลิกชื่อกิจกรรม
  3. คลิก ตกลง

การลบรายการ

คุณสามารถลบรายการเพื่อย้ายรายการจากกิจกรรมได้

ผู้เขียนสามารถลบรายการของตนเองได้เท่านั้น ส่วนเจ้าของสามารถลบรายการใดๆ ได้
รายการที่ถูกลบทิ้งจะถูกย้ายไปยังถังขยะ และยังคงอยู่ที่นั่นจนกว่าผู้ดูแลระบบจะลบรายการนั้นอย่างถาวร โดยการทำถังขยะให้ว่างเปล่า
  1. เปิดกิจกรรมที่มีรายการที่คุณต้องการลบทิ้ง
  2. คลิกขวาที่รายการ แล้วคลิก ลบ
  3. คลิก ตกลง เพื่อยืนยันการลบ
เมื่อต้องการเรียกคืนรายการจากถังขยะให้กับกิจกรรมต้นฉบับ ให้เปิดมุมมอง ถังขยะ คลิกขวาที่รายการ แล้วเลือก เรียกคืน
หมายเหตุ: คุณต้องเป็นเจ้าของกิจกรรมหรือผู้เขียนรายการ เพื่อเรียกคืนรายการที่ลบทิ้ง ถ้าคุณไม่ใช่เจ้าของกิจกรรมหรือผู้เขียนรายการ เมนูอ็อพชัน เรียกคืน จะถูกปิดใช้งาน

การจัดการกับกิจกรรม

จัดการกับกิจกรรมของคุณเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงกิจกรรมที่คุณต้องการและค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น

การเพิ่มส่วน

ส่วนคือคอนเทนเนอร์สำหรับชุดของรายการกิจกรรม เพิ่มส่วนให้กับกิจกรรมเพื่อกำหนดกรอบโครงสร้างที่เป็นลำดับชั้น

เมื่อต้องการดูกิจกรรมที่จัดการโดยส่วน ให้เลือก แสดง > ส่วน จากแถบการดำเนินการกิจกรรม

เมื่อต้องการเพิ่มส่วนให้กับกิจกรรม ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. เปิดกิจกรรมที่คุณต้องการเพิ่มส่วน
  2. คลิก เพิ่มส่วนเพิ่ม > ส่วน
  3. เพิ่มหัวเรื่องส่วนให้กับฟิลด์ ชื่อส่วน แล้วคลิก บันทึกตกลง คุณได้สร้างส่วนใหม่แล้ว และสามารถเพิ่มรายการให้กับส่วนได้ในตอนนี้
  4. เมื่อต้องการเพิ่มรายการ ให้ทำหนึ่งในวิธีต่อไปนี้:
    • เมื่อต้องการเพิ่มรายการมาตรฐานให้กับส่วน ให้คลิก รายการ
    • เมื่อต้องการเพิ่มรายการสิ่งที่ต้องทำให้กับส่วน ให้คลิก รายการสิ่งที่ต้องทำ
    • เมื่อต้องการเพิ่มรายการตามเทมเพลตรายการ ให้คลิก เพิ่มเติม แล้วเลือกชนิดของรายการที่คุณต้องการเพิ่ม
      หมายเหตุ: อ็อพชันเพิ่มเติมไม่แสดงขึ้น ถ้าไม่มี เทมเพลตรายการที่กำหนดเองซึ่งถูกสร้างในกิจกรรมนี้
    • เมื่อต้องการย้ายรายการที่มีอยู่ไปยังส่วน ให้ลากรายการเข้าในส่วน
  5. เมื่อต้องการเพิ่มรายการให้กับส่วน ให้เลือก เพิ่ม แล้วเลือกชนิดของรายการที่คุณต้องการเพิ่ม ในฟิลด์ ส่วน ให้เลือกส่วนใหม่จากรายการของอ็อพชัน เมื่อต้องการย้ายรายการ ที่มีอยู่ไปยังส่วน ให้ลากรายการบนหัวเรื่องส่วน

การปรับกิจกรรม

คุณสามารถปรับกิจกรรมที่คุณไม่สนใจให้ลบออกไปจากรายการกิจกรรมหลักของคุณได้

ถ้าคุณมีกิจกรรมที่คุณไม่ต้องการมอนิเตอร์อีกต่อไป คุณสามารถหยุดความสนใจในกิจกรรมนั้นเพื่อไม่ให้ย้ายไปอยู่ด้านบนสุดของรายการกิจกรรมของคุณ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น หลังจากที่คุณปรับกิจกรรมแล้ว คุณยังคงเป็นสมาชิกของกิจกรรม และสามารถเข้าถึงกิจกรรมได้โดยสลับไปยังมุมมอง ปรับกิจกรรม สมาชิกอื่นๆ ของกิจกรรมยังสามารถส่งการแจ้งเตือนเกี่ยวกับรายการในกิจกรรมให้แก่คุณได้
  1. เมื่อต้องการปรับกิจกรรม จากมุมมอง กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ ให้คลิกกิจกรรม แล้วเลือก ระดับความสำคัญ > ย้ายเพื่อปรับ
  2. เมื่อต้องการปรับเข้าไปยังกิจกรรม ให้หาตำแหน่งกิจกรรมในมุมมอง ปรับกิจกรรม คลิกขวาที่กิจกรรม แล้วเลือก ระดับความสำคัญ เลือกระดับความสำคัญสำหรับกิจกรรม เช่น ไม่มีระดับความสำคัญ (ดีฟอลต์)

การจัดระดับความสำคัญของกิจกรรม

การจัดระดับความสำคัญของกิจกรรมเป็นสิ่งที่ง่ายสำหรับคุณในการค้นหากิจกรรมที่มีความสำคัญมากสำหรับคุณ

เมื่อคุณสร้างกิจกรรม ระบบจะกำหนดว่าไม่มีระดับความสำคัญตามค่าดีฟอลต์ คุณสามารถเปลี่ยนระดับความสำคัญของกิจกรรมได้ ขณะที่คุณกำลังสร้างกิจกรรม หรือหลังจากที่คุณได้เป็นสมาชิกของกิจกรรม และได้กำหนดประโยชน์ของกิจกรรม

ระดับความสำคัญที่คุณกำหนดให้กับกิจกรรมสามารถมองเห็นได้เฉพาะคุณเท่านั้น ซึ่งจะไม่กระทบระดับความสำคัญที่สมาชิกอื่นของกิจกรรมอาจกำหนดให้กับกิจกรรม

เมื่อต้องการจัดระดับความสำคัญของกิจกรรม ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • เมื่อต้องการตั้งค่าระดับความสำคัญของกิจกรรมขณะที่คุณกำลังสร้างกิจกรรม จากฟอร์มกิจกรรมใหม่ ให้คลิกเมนูลูกศรที่อยู่ถัดจากปุ่ม แสดงผล แล้วเลือก อ็อพชันระดับความสำคัญ
    • เมื่อต้องการแก้ไขระดับความสำคัญของกิจกรรมที่มีอยู่ จากมุมมอง กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ ให้คลิกขวาที่กิจกรรมที่คุณต้องการตั้งค่าระดับความสำคัญ แล้วเลือก ระดับความสำคัญ หรือภายในกิจกรรม ให้คลิก เพิ่มเติม ในแถบหัวเรื่อง แล้วเลือก ระดับความสำคัญ
  2. เลือกหนึ่งในอ็อพชันของระดับความสำคัญต่อไปนี้:
    ไอคอนระดับความสำคัญสูง ระดับความสำคัญสูง
    บ่งชี้ว่า กิจกรรมมีความสำคัญ
    ไอคอนระดับความสำคัญปานกลาง ระดับความสำคัญระดับกลาง
    บ่งชี้ว่า กิจกรรมมีความสำคัญกว่ากิจกรรมมาตรฐาน
    ไอคอนระดับความสำคัญปกติ ไม่มีระดับความสำคัญ (ดีฟอลต์)
    บ่งชี้ว่า กิจกรรมมีความสำคัญโดยเฉลี่ย
    ไอคอนการปรับ ย้ายเพื่อปรับออก
    ย้ายกิจกรรมไปยังมุมมอง ปรับกิจกรรม กำหนดระดับความสำคัญให้กับกิจกรรมที่คุณไม่สนใจ เพื่อลบกิจกรรมเหล่านั้นออกจากมุมมองหลักในแถบข้าง
    หมายเหตุ: อ็อพชันนี้จะมีอยู่ก็ต่อเมื่อคุณกำลังแก้ไขกิจกรรมที่มีอยู่เท่านั้น
  3. เมื่อต้องการดูกิจกรรมที่แสดงในแถบข้างจากระดับความสำคัญสูงสุดไปยังระดับความสำคัญต่ำสุด ให้คลิกเมนูลูกศรที่อยู่ถัดจากปุ่ม แสดงมุมมอง อ็อพชันมุมมองโฮม ในแถบเครื่องมือ กิจกรรม แล้วเลือก กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามระดับความสำคัญ

การทำเครื่องหมายกิจกรรมว่าเสร็จสิ้นแล้ว

คุณสามารถทำเครื่องหมายกิจกรรมว่าเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากที่บรรลุเป้าหมาย การดำเนินการนี้ไม่ได้ลบกิจกรรมทิ้ง หลังจากที่คุณทำเครื่องหมายกิจกรรมว่าเสร็จสิ้นแล้ว สมาชิกจะมองไม่เห็นกิจกรรมที่แสดงอยู่ท่ามกลางกิจกรรมอื่นๆ กิจกรรมที่เสร็จสิ้นแล้วจะมีอยู่ในมุมมอง เสร็จสิ้นแล้ว

คุณต้องเป็นเจ้าของกิจกรรมเพื่อทำเครื่องหมายกิจกรรมว่าเสร็จสิ้นแล้ว

ตามค่าดีฟอลต์ กิจกรรมที่ไม่แอ็คทีฟหลังจาก 90 วัน จะถูกทำเครื่องหมายว่าเสร็จสิ้นโดยอัตโนมัติ การแจ้งเตือนทางอีเมลถูกส่งไปยังเจ้าของกิจกรรม ก่อนเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น เพื่ออนุญาตให้เจ้าของกิจกรรมทราบว่า กิจกรรมจะถูกทำเครื่องหมายว่าเสร็จสิ้น ถ้าเจ้าของกิจกรรมไม่ได้ใช้กิจกรรม ระยะเวลา 90 ที่ไม่ได้ทำกิจกรรมเป็นค่าที่ผู้ดูแลระบบสามารถเปลี่ยนแปลงได้

เมื่อต้องการทำเครื่องหมายกิจกรรมว่าเสร็จสิ้น ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้:

จากมุมมอง กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ ให้คลิกขวาที่กิจกรรม แล้วคลิก ทำเครื่องหมายกิจกรรมว่าเสร็จสิ้น
กิจกรรมที่เสร็จสิ้นแล้วจะถูกแสดงอยู่ในมุมมอง กิจกรรมที่เสร็จสิ้นแล้ว
ถ้าคุณต้องการเรียกคืนกิจกรรมที่เสร็จสิ้นแล้วในรายการกิจกรรมของคุณ คุณสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. เปิดมุมมอง กิจกรรมที่เสร็จสิ้น
  2. คลิกขวาที่กิจกรรม แล้วคลิก ทำเครื่องหมายกิจกรรมว่ายังไม่เสร็จสิ้น
หมายเหตุ: คุณต้องเป็นเจ้าของกิจกรรมที่เสร็จสิ้นเพื่อทำเครื่องหมายกิจกรรมว่ายังไม่เสร็จสิ้น ถ้าคุณไม่ใช่เจ้าของ เมนูอ็อพชัน ทำเครื่องหมายกิจกรรมว่ายังไม่เสร็จสิ้น จะถูกปิดใช้งาน

การลบกิจกรรม

คุณสามารถลบกิจกรรมเพื่อย้ายออกจากมุมมองกิจกรรมหลักของคุณ กิจกรรมที่ถูกลบจะถูกย้ายไปยังมุมมอง ถังขยะ และสามารถเรียกคืนกิจกรรมได้ก่อนที่ถังขยะจะว่างเปล่า

คุณต้องเป็นเจ้าของกิจกรรมเพื่อลบกิจกรรมนั้น

เมื่อต้องการลบกิจกรรม ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้:

  1. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • จากมุมมอง กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ ให้คลิกขวาที่กิจกรรม แล้วคลิก ลบ
    • จากกิจกรรมที่เปิดอยู่ ให้คลิก เพิ่มเติม แล้วเลือก ลบกิจกรรม
  2. คลิก ตกลง เพื่อยืนยันการลบ
เมื่อต้องการเรียกคืนกิจกรรมที่ลบทิ้ง ให้เปิดมุมมอง ถังขยะ คลิกขวาที่กิจกรรม แล้วเลือก เรียกคืน
หมายเหตุ: คุณต้องเป็นเจ้าของกิจกรรมที่ลบทิ้งเพื่อเรียกคืนกิจกรรม ถ้าคุณไม่ใช่เจ้าของ เมนูอ็อพชัน เรียกคืน จะถูกปิดใช้งาน

การค้นหากิจกรรม

คุณสามารถใช้เงื่อนไขและวิธีอื่นเพื่อค้นหากิจกรรมของคุณภายในแถบข้าง ตัวอย่างเช่น คุณสามารถค้นหากิจกรรมตามชื่อบุคคล หรือตามแท็ก หรือคุณสามารถค้นหาสตริงข้อความ คุณยังสามารถค้นหากิจกรรมที่คุณมีด้วยผู้ติดต่อ Sametime หรือเกี่ยวข้องกับเอกสาร Notes

คุณสามารถค้นหากิจกรรมที่คุณเป็นสมาชิกได้เท่านั้น ผลลัพธ์การค้นหาจะไม่รวมรายการไพรเวตในกิจกรรมไว้

เมื่อคุณดำเนินการค้นหาภายในแถบข้างกิจกรรม คุณใช้ตัวควบคุมการค้นหาแบบด่วนในเแถบเครื่องมือแถบข้าง คุณยังสามารถค้นหากิจกรรมของคุณรวมถึงคุณลักษณะ IBM Connections อื่นโดยใช้ตัวควบคุมการค้นหา Notes ในแถบเครื่องมือ Notes โปรดดู ส่วน การค้นหา ของวิธีใช้ Lotus Notes สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การค้นหาคำหรือวลี

คุณสามารถใช้ตัวควบคุมการค้นหากิจกรรมแบบด่วนเพื่อค้นหา กิจกรรมหรือรายการกิจกรรมที่มีหัวเรื่องซึ่งขึ้นต้นด้วย คำหรือวลีที่ระบุเฉพาะ

เมื่อต้องการค้นหากิจกรรมหรือรายการกิจกรรม ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • ถ้าคุณกำลังค้นหากิจกรรม ให้เปิดมุมมอง กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่ หรือ กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตาม ระดับความสำคัญ
    • ถ้าคุณกำลังค้นหารายการภายในกิจกรรม ให้เปิดกิจกรรม ที่คุณต้องการค้นหา แล้วแสดงมุมมอง อัพเดตครั้งล่าสุด หรือ ส่วน
  2. คลิกที่แว่นขยาย ไอคอนแว่นขยายการค้นหาแบบเร็ว แล้วเลือกหนึ่งในอ็อพชันการค้นหาต่อไปนี้:
    • ถ้าคุณกำลังค้นหากิจกรรม ให้เลือก กิจกรรม
    • ถ้าคุณกำลังค้นหารายการ ให้เลือก รายการ
  3. ในกล่องการค้นหา ให้พิมพ์คำหรือวลีที่คุณต้องการค้นหา รายการของอ็อพชันจะปรากฏขึ้นตามที่คุณ เลือกอ็อพชัน จากรายการ

    กิจกรรมหรือรายการที่เลือก แสดงขึ้นในแถบข้าง

การค้นหาแท็ก

คุณสามารถใช้ตัวควบคุมการค้นหา กิจกรรม แบบด่วนเพื่อค้นหากิจกรรม หรือรายการกิจกรรมที่ได้กำหนดให้กับแท็กที่ระบุเฉพาะ

คุณสามารถค้นหาแท็กได้เพียงแท็กเดียวในหนึ่งครั้ง
เมื่อต้องการค้นหากิจกรรมหรือรายการกิจกรรมตามแท็ก ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ให้ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
    • ถ้าคุณกำลังค้นหากิจกรรม ให้เปิดมุมมอง กิจกรรมของฉันเรียงลำดับตามวันที่
      หมายเหตุ: คุณสามารถค้นหามุมมองทั้งหมด โดยใช้แท็ก
    • ถ้าคุณกำลังค้นหารายการภายในกิจกรรม ให้เปิดกิจกรรมที่คุณต้องการค้นหา
  2. คลิกที่แว่นขยาย ไอคอนแว่นขยายการค้นหาแบบเร็ว แล้วเลือก แท็ก
  3. ในกล่องการค้นหา ให้พิมพ์แท็กที่คุณต้องการค้นหา
    เมื่อคุณเริ่มต้นพิมพ์ รายการของอ็อพชันจะแสดงขึ้น
    หมายเหตุ: การพิมพ์ล่วงหน้าไม่ทำงานใน Browse All Entries หรือมุมมอง Trash
  4. เลือกแท็กจากรายการ แถบข้าง กิจกรรม จะแสดงผลลัพธ์ของการค้นหา ถ้าคุณได้ค้นหากิจกรรม กิจกรรมทั้งหมดที่ถูกเชื่อมโยงกับแท็กจะถูกแสดง ถ้าคุณได้ค้นหารายการ รายการทั้งหมดที่ถูกเชื่อมโยงกับแท็กที่ถูกแสดง

การทำงานแบบออฟไลน์

คุณสามารถทำงานกับกิจกรรมของคุณในขณะที่คุณออฟไลน์

ความสามารถในการทำงานแบบออฟไลน์มีประโยชน์ ถ้าคุณทำการอัพเดตกิจกรรม ขณะที่คุณกำลังเดินทาง หรืออยู่ที่ทำงาน ซึ่งภาวะเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กไม่มีอยู่.

เมื่อคุณทำงานแบบออฟไลน์เป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่สำคัญคือ การสลับไปยังโหมดออนไลน์ ขณะที่คุณออฟไลน์ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่คุณทำไว้จะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลบนโลคัล เมื่อคุณกลับไปออนไลน์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นจะถูกรายงานกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ คุณไม่สามารถแบ่งใช้อัพเดตและส่วนเพิ่มกับผู้ร่วมทีมของคุณจนกว่าคุณจะกลับไปสู่โหมดออนไลน์ นอกจากนี้ เมื่อคุณออนไลน์ ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์กิจกรรมจะถูกซิงโครไนซ์กับข้อมูลโลคัลของคุณตามการตั้งค่ากำหนดเวลาการซิงโครไนซ์ Notes สำหรับระบบของคุณ นั่นหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงที่ทำ ในกิจกรรมบนเซิร์ฟเวอร์มีการนำไปใช้กับกิจกรรมในฐานข้อมูลโลคัล ของคุณด้วย ลักษณะนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ถ้าคุณกำลังแบ่งใช้กิจกรรม กับกลุ่มของบุคคลจำนวนมาก เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งคุณไม่ต้องการพลาดข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

ในเหตุการณ์ที่คุณแก้ไขรายการขณะที่ออฟไลน์ ซึ่งสมาชิกกิจกรรมอื่นยังแก้ไขอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ กิจกรรม เมื่อคุณกลับสู่โหมดออนไลน์ คุณจะได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความขัดแย้ง ให้แก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันกิจกรรมออนไลน์จากร่วมเข้ากันเป็นกลุ่มด้วยข้อความขัดแย้ง

สำหรับบุคคลที่ใช้หลายระบบ: กิจกรรมใดๆ ที่คุณทำงานด้วยบนโลคัลจะถูกดาวน์โหลดไปยังระบบปัจจุบันเท่านั้น และไม่สามารถใช้ได้ขณะออฟไลน์ เมื่อคุณเปลี่ยนไปเป็นระบบอื่น คุณต้องดำเนินการซิงโครไนซ์กับระบบอื่นก่อนที่กิจกรรมจะออฟไลน์อีกครั้ง ค่าการกำหนดค่าตามความชอบการซิงโครไนซ์ของคุณไม่ได้ถูกบันทึกไว้บนเซิร์ฟเวอร์ คุณต้องกำหนดกิจกรรมที่คุณต้องการออฟไลน์สำหรับแต่ละระบบที่คุณใช้แยกจากกัน

ให้พิจารณาถึงการทำงานแบบออฟไลน์ เนื่องจากคุณแบ่งใช้ระบบกับผู้อื่นหรือไม่? ข้อห้าม ฐานข้อมูลบนโลคัลของคุณถูกเข้ารหัสไว้ ดังนั้นกิจกรรมที่คุณทำงานในขณะออฟไลน์ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยผู้ใด นอกจากคุณ

ข้อจำกัดต่อไปนี้ใช้กับการทำงานกับกิจกรรมแบบออฟไลน์:
  • คุณสามารถสร้างรายการจากเทมเพลตรายการที่ถูกกำหนดในไคลเอ็นต์ของเว็บ แต่คุณไม่สามารถสร้างกิจกรรมจากเทมเพลตกิจกรรมที่ถูกกำหนดในไคลเอ็นต์ของเว็บได้
  • การดำเนินการจัดการความเป็นสมาชิกของกิจกรรมมาตรฐานสนับสนุน ออฟไลน์ คุณสามารถลบสมาชิกออกจากกิจกรรมและคุณสามารถเพิ่ม สมาชิกให้กับกิจกรรมได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเพิ่มได้เฉพาะบุคคลที่เป็นสมาชิก ของกิจกรรมอื่นซึ่งคุณออฟไลน์แล้วเท่านั้น ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนั้นต้องมีอยู่ในคลังข้อมูลโลคัลก่อนที่คุณ สามารถเพิ่มบุคคลให้กับกิจกรรมได้
  • เมื่อสร้างรายการแล้ว ขนาดและชนิดของไฟล์ที่คุณสามารถแนบไปกับกิจกรรมจะตรงตามข้อจำกัดดีฟอลต์ที่กำหนดไว้สำหรับคุณลักษณะพิเศษของกิจกรรม ผู้ดูแลผลิตภัณฑ์สามารถแก้ไขข้อจำกัดที่เป็นดีฟอลต์เพื่ออนุญาตให้คุณแนบไฟล์ขนาดใหญ่และชนิดอื่นๆ ของไฟล์เมื่อออนไลน์ แต่การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่สามารถใช้ได้เมื่อออฟไลน์
  • รูปแบบที่แสดงอยู่ในเนื้อความของรายการข้อความอีเมล จะถูกแปลงเป็นไฟล์แนบเมื่อคุณเปลี่ยนจากสถานะออนไลน์ไปเป็นออฟไลน์ หรือด้วยวิธีอื่น รูปภาพจะแสดงได้อย่างถูกต้องในรายการอีเมลต้นฉบับเมื่อคุณกลับสู่สถานะออนไลน์หรือออฟไลน์ ซึ่งสร้างรูปภาพนี้

เมื่อต้องการกำหนดโหมดที่คุณอยู่ในปัจจุบัน ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

มองที่ลิงก์ซึ่งอยู่ด้านข้างลิงก์ เปิดในเว็บเบราว์เซอร์ ในส่วนท้ายของแถบข้างกิจกรรม การเปลี่ยนหัวเรื่องของลิงก์นี้ขึ้นอยู่กับโหมดปัจจุบัน อ็อพชันมีดังนี้:
ออนไลน์
บ่งชี้ว่า คุณกำลังทำงานอยู่ในโหมดออนไลน์ โหมดนี้หมายความถึงการเปลี่ยนแปลงที่คุณทำจะถูกทำกับเซิร์ฟเวอร์ กิจกรรม โดยตรง
โลคัล
บ่งชี้ว่า คุณกำลังทำงานออฟไลน์ โหมดนี้หมายความถึงการเปลี่ยนแปลงที่คุณทำกับฐานข้อมูลบนโลคัล การเปลี่ยนแปลงของคุณจะไม่ถูกแสดงกับสมาชิกกิจกรรมอื่นจนกว่าคุณจะออนไลน์ และ คุณจะไม่สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ทำโดยสมาชิกกิจกรรมอื่นๆ จนกว่าฐานข้อมูลบนโลคัลจะถูกซิงโครไนซ์กับเซิร์ฟเวอร์ กิจกรรม ในระหว่างการซิงโครไนซ์ที่ได้กำหนดตารางเวลาแล้วในครั้งถัดไป หรือโดยการซิงโครไนซ์ที่คุณเริ่มต้น

การออฟไลน์กิจกรรม

ถ้าคุณต้องการทำการเปลี่ยนแปลงไปยังกิจกรรมที่มีอยู่ของคุณ หรือสร้างกิจกรรมใหม่ แต่ไม่มีการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กที่เชื่อถือได้ ให้ออฟไลน์แถบข้าง กิจกรรม

เมื่อต้องการออฟไลน์กิจกรรม ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ถ้านี่เป็นการออฟไลน์ครั้งแรกของคุณ ให้สร้างสำเนาโลคัลของกิจกรรมของคุณ หรือให้ข้ามไปยังขั้นตอนที่ 2
    1. คลิก ออนไลน์ > ตั้งค่ากิจกรรมให้อยู่ในโหมดออฟไลน์ เพื่อเปิดไดอะล็อกบ็อกซ์ การกำหนดค่าตามความชอบ ซึ่งคุณสามารถระบุกิจกรรมที่คุณต้องการออฟไลน์ได้ โปรดดู การตั้งค่า การกำหนดค่าตามความชอบ การซิงโครไนซ์กิจกรรม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม
    2. หลังจากที่ติดตั้งการซิงโครไนซ์แล้ว ให้คลิก ตกลง เพื่อบันทึก ไดอะล็อกจะถูกแสดงเพื่อแจ้งคุณว่า สำเนาโลคัลได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว ให้คลิก ตกลง เพื่อออกจากไดอะล็อก

      ตัวบ่งชี้การดำเนินการ ซิงโครไนซ์ จะแสดงอยู่ที่ส่วนท้ายของแถบข้าง เพื่อบ่งชี้ว่า การซิงโครไนซ์กำลังดำเนินการอยู่ การซิงโครไนซ์จะเรียกคืนข้อมูลกิจกรรมจากเซิร์ฟเวอร์และคัดลอกลงในฐานข้อมูลบนโลคัลในเบื้องต้น งานนี้อาจใช้เวลาในการรันนาน เมื่อต้องการยกเลิกการซิงโครไนซ์ คุณสามารถคลิก ซิงโครไนซ์ เพื่อเปิดแถบแสดงความก้าวหน้าของการซิงโครไนซ์ แล้วคลิก ยกเลิก

      เมื่อการซิงโครไนซ์เสร็จสิ้น ลิงก์ ออนไลน์ จะถูกแสดงขึ้นในส่วนท้ายอีกครั้ง

  2. คลิก ออนไลน์ > ทำงานกับสำเนาโลคัล
หลังจากที่ออฟไลน์แล้วหนึ่งครั้ง ในครั้งถัดไปที่คุณออฟไลน์ไคลเอ็นต์ Notes แถบข้างกิจกรรมจะสลับ ไปเป็นโหมดออฟไลน์โดยอัตโนมัติเช่นเดียวกัน ในลักษณะเดียวกัน เมื่อคุณออนไลน์ไคลเอ็นต์ Notes แถบข้างกิจกรรมจะสลับกลับไปเป็น โหมดออนไลน์โดยอัตโนมัติ

การออนไลน์กิจกรรม

หลังจากที่คุณทำงานกับกิจกรรมแบบออฟไลน์ คุณสามารถกลับสู่โหมดออนไลน์เพื่อทำให้การเปลี่ยนแปลงกลับสู่เซิร์ฟเวอร์

เมื่อต้องการออนไลน์กิจกรรม ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
จากส่วนท้ายของแถบข้าง กิจกรรม ให้คลิก โลคัล > ทำงานแบบออนไลน์
เมื่อคุณออนไลน์แล้ว การซิงโครไนซ์จะเริ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ คุณไม่สามารถทำงานกับกิจกรรมในแถบข้างได้จนกว่าการซิงโครไนซ์ เสร็จสิ้นแล้ว ตัวบ่งชี้ความก้าวหน้า ซิงค์ ในแถบข้าง ส่วนท้ายเปลี่ยนเป็นลิงก์ ออนไลน์ เมื่อ การซิงโครไนซ์เสร็จสมบูรณ์

ถ้าคุณได้รับแจ้งถึงความขัดแย้ง ให้แก้ปัญหาความขัดแย้ง โปรดดู การแก้ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับการซิงโครไนซ์

การซิงโครไนซ์การเปลี่ยนแปลง

คุณสามารถดำเนินการซิงโครไนซ์แบบทันทีเพื่อดึงการเปลี่ยนแปลงล่าสุดจากเซิร์ฟเวอร์ กิจกรรม และคัดลองไปยังฐานข้อมูลบนโลคัล

คุณต้องอยู่ในโหมดออนไลน์ก่อนที่คุณจะสามารถเริ่มต้นการซิงโครไนซ์

โปรดดู การตั้งค่าตารางเวลาการซิงโครไนซ์ ถ้าคุณต้องการดำเนินการซิงโครไนซ์เป็นประจำ

ก่อนภารกิจนี้จะเสร็จสมบูรณ์ ให้กำหนดกิจกรรมที่คุณต้องการออฟไลน์โดยทำตามขั้นตอนซึ่งอธิบายไว้ใน การตั้งค่าความต้องการซิงโครไนซ์กิจกรรม ให้เสร็จสมบูรณ์

ไม่มีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นในระหว่างการซิงโครไนซ์ ถ้ามีความขัดแย้งระหว่างเนื้อหาของรายการหรือกิจกรรมในฐานข้อมูลโลคัลของคุณ และรายการหรือกิจกรรมเดียวกันบนเซิร์ฟเวอร์ เวอร์ชันบนเซิร์ฟเวอร์จะเขียนทับเวอร์ชันบนโลคัล

เมื่อต้องการซิงโครไนซ์ การเปลี่ยนแปลงของคุณในทันที ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิกปุ่ม เปิด บนแถบเครื่องมือ Notes แล้วเลือก การเรพลิเคทและซิงค์
  2. คลิกขวาที่ ซิงโครไนซ์กิจกรรม แล้วเลือก เรพลิเคตแอ็พพลิเคชันที่เลือก

การตั้งค่าตารางเวลาซิงโครไนซ์

กิจกรรมในแถบข้างจะถูกซิงโครไนซ์บนกำหนดเวลาเดียวกันกับที่ใช้สำหรับการเรพลิเคทฐานข้อมูล Notes คุณสามารถทำ ขั้นตอนนี้เพื่อเปลี่ยนตารางเวลาได้ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณทำในกำหนดเวลาการซิงโครไนซ์กิจกรรมจะมีผลกับกำหนเเวลาการเรพลิเคทสำหรับแอ็พพลิเคชัน Notes ทั้งหมดของคุณด้วย

ไม่มีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นในระหว่างการซิงโครไนซ์ ถ้ามีความขัดแย้งระหว่างเนื้อหาของรายการหรือกิจกรรมในฐานข้อมูลโลคัลของคุณ และรายการหรือกิจกรรมเดียวกันบนเซิร์ฟเวอร์ เวอร์ชันบนเซิร์ฟเวอร์จะเขียนทับเวอร์ชันบนโลคัล

เมื่อต้องการเปลี่ยน ตารางเวลาซิงโครไนซ์ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. เลือก File > Preferences จากเมนู Notes
  2. คลิก เรพลิเคชันและซิงค์
  3. เลือกกล่อง เรพลิเคต/ซิงค์ที่ช่วงเวลานี้สำหรับ ระดับความสำคัญปกติ ในส่วน ตารางเวลาระดับความสำคัญปกติ
    หมายเหตุ: คุณไม่สามารถกำหนดการซิงโครไนซ์สำหรับ แถบข้างกิจกรรมในส่วน ตารางเวลาระดับความสำคัญสูง ตารางเวลาซิงโครไนซ์สำหรับกิจกรรมทั้งหมด ซึ่งรวมถึงกิจกรรม ที่มีการทำเครื่องหมายระดับความสำคัญสูง ระดับความสำคัญปานกลาง หรือไม่มีระดับความสำคัญ ต้องมีการกำหนดในส่วนตารางเวลาระดับความสำคัญปกติ
  4. เมื่อต้องการเปลี่ยนช่วงเวลาการซิงโครไนซ์จากดีฟอลต์ ทุกๆ 60 นาที ตั้งแต่ 8 AM ถึง 10 PM คุณสามารถแก้ไขฟิลด์ชั่วโมงเริ่มต้น และชั่วโมงสิ้นสุด หรือแก้ไขค่าช่วงเวลาซึ่งถูกกำหนดเป็นนาที ถ้าคุณไม่ต้องการรันการซิงโครไนซ์ทุกวัน คุณสามารถเลือก วันที่ต้องการรันโดยการเลือกกล่องที่สอดคล้องกัน ตัวอย่างเช่น คุณอาจไม่ต้องการรันการซิงโครไนซ์ในวันหยุดสุดสัปดาห์
  5. ถ้าคุณต้องการให้การซิงโครไนซ์รันโดยอัตโนมัติเมื่อ เริ่มต้นหรือปิดไคลเอ็นต์ ให้เลือกกล่องที่เหมาะสม ในส่วน ทริกเกอร์อื่นๆ
  6. อย่าแก้ไขค่าใดๆ บนหน้าความต้องการดีฟอลต์; ค่าติดตั้งเหล่านี้ไม่ได้ใช้กับการซิงโครไนซ์กิจกรรม
  7. หลังจากทำการเปลี่ยนแปลงของคุณแล้ว ให้คลิก ตกลง เพื่อบันทึก การเปลี่ยนแปลงนั้นและปิดหน้าความต้องการ
แถบข้างต้องอยู่ในโหมดออนไลน์เพื่อให้การซิงโครไนซ์ตามตารางเวลา เกิดขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่าการเรพลิเคท โปรดดูที่ หน้าการเรพลิเคทและซิงค์ ในส่วน Lotus Notes ของวิธีใช้

หากคุณต้องการยกเลิกการซิงโครไนซ์ที่มีการกำหนดเวลาไว้ ให้คลิกปุ่ม เปิด บนแถบเครื่องมือ Notes แล้วเลือก การเรพลิเคทและซิงค์ ล้างกล่อง ซิงโครไนซ์กิจกรรม

การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งเกี่ยวกับซิงโครไนซ์

แก้ปัญหาข้อขัดแย้งใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อคุณกลับสู่โหมดออนไลน์หลังจากทำงานบนโลคัล ข้อขัดแย้งสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อการเปลี่ยนแปลงถูกทำกับรายการหรือกิจกรรมเดียวกันกับที่คุณได้แก้ไขไว้ขณะออฟไลน์

หากเกิดข้อขัดแย้ง ข้อขัดแย้งจะถูกระบุเมื่อคุณคลิก โลคัล > ทำงานแบบออนไลน์ เพื่อสลับเป็นโหมดออนไลน์

เมื่อต้องการแก้ปัญหาข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการซิงโครไนซ์ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ปิดหน้าต่าง ปัญหาการซิงโครไนซ์กิจกรรม โดยคลิกปุ่ม X ที่มุมด้านบน

    การแจ้งเตือนจะถูกแสดงในส่วนท้ายของแถบข้างซึ่งบ่งชี้จำนวนของข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น

  2. เปิดกิจกรรมที่คุณทำการเปลี่ยนแปลงขณะออฟไลน์เพื่อค้นหาข้อขัดแย้ง สำหรับแต่ละรายการที่มีข้อขัดแย้ง รายการข้อขัดแย้งใหม่จะถูกเพิ่มเป็นการตอบกลับ ซึ่งคุณสามารถมองเห็นลำดับชั้นนี้ได้จากมุมมอง ส่วน รายการข้อขัดแย้งมีหัวเรื่องเหมือนกันกับรายการต้นฉบับยกเว้นที่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าด้วย ไพรเวต: ข้อขัดแย้ง: และรายการข้อขัดแย้งทั้งหมดจะถูกกำหนดแท็ก: ทำข้อขัดแย้งซ้ำ ถ้าคุณทำอัพเดตหลายครั้ง ขณะที่คุณออฟไลน์ คุณสามารถค้นหารายการข้อขัดแย้งได้โดยค้นหาจากหัวเรื่องรายการเฉพาะและเงื่อนไขของแท็ก
  3. หลังจากที่ค้นหารายการข้อขัดแย้งแล้ว ให้เปิดรายการนั้น
  4. เปิดเวอร์ชันต้นฉบับของรายการ
  5. เปรียบเทียบเนื้อหาในรายการทั้งสองเพื่อพิจารณาข้อมูลที่ถูกต้องแน่นอนและเป็นปัจจุบันมากที่สุด ปรึกษากับสมาชิกกิจกรรมรายอื่น ถ้าจำเป็น
  6. อัพเดตรายการต้นฉบับเพื่อให้มีเนื้อหาที่ถูกต้องแน่นอน แล้วบันทึกรายการ
  7. ลบรายการข้อขัดแย้งทิ้ง
  8. ทำซ้ำขั้นตอนเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้งทั้งหมด
  9. ทางเลือก: ซิงโครไนซ์กิจกรรมเพื่อดึง การเปลี่ยนแปลงของเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงข้อขัดแย้งที่คุณเพิ่งแก้ปัญหา ไปยังสำเนาโลคัลของคุณ คุณสามารถทำการซิงโครไนซ์ในทันทีหรือ รอให้การซิงโครไนซ์ตามตารางเวลาครั้งถัดไปเกิดขึ้นก็ได้

การลบที่เก็บข้อมูลโลคัล

กิจกรรมและไฟล์ที่เชื่อมโยงถูกคัดลอกลงในที่เก็บข้อมูลโลคัล เมื่อคุณออฟไลน์กิจกรรมของคุณ คุณอาจต้องการลบที่เก็บโลคัล ถ้าคุณกำลังใช้ระบบชั่วคราว และต้องการเตรียมสำหรับผู้ใช้ภายหลัง หรือถ้าคุณต้องการเริ่มต้นใหม่บนระบบเดิมโดยทำงานแบบออฟไลน์ ด้วยชุดของกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมด

คุณต้องออฟไลน์กิจกรรมให้เป็นผลสำเร็จอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ก่อนที่คุณสามารถเสร็จสิ้นโพรซีเดอร์นี้ ถ้าคุณทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับกิจกรรมบนโลคัล ให้แน่ใจว่า ได้ซิงโครไนซ์การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นด้วยสำเนาบนเซิร์ฟเวอร์ ก่อนที่คุณจะดำเนินการโพรซีเดอร์นี้ หรือคุณจะสูญเสียงานของคุณ

คุณต้องอยู่ในโหมดออนไลน์ก่อนที่คุณจะสามารถลบที่เก็บข้อมูลบนโลคัล

สำเนาของกิจกรรมบนโลคัลที่คุณลบทิ้งไม่สามารถเรียกคืนได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถออฟไลน์กิจกรรมเดียวกันได้อีกครั้ง

เมื่อต้องการลบที่เก็บข้อมูลบนโลคัล ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. จากเมนู Notes ให้เลือก ไฟล์ > Preferences
  2. ขยาย การเชื่อมต่อ แล้วคลิก กิจกรรม เพื่อเปิดหน้าคุณสมบัติค่าติดตั้งกิจกรรม
  3. คลิก ลบสำเนาโลคัล แล้วคลิก ตกลง เพื่อยืนยันการลบ
  4. คลิก ตกลง เพื่อปิดหน้าต่างการกำหนดค่าตามความชอบ

ลักษณะเฉพาะด้านความสามารถในการเข้าใช้งานของกิจกรรม

ลักษณะเฉพาะด้านความสามารถในการเข้าใช้งานจะช่วยผู้ใช้ที่มีความผิดปกติทางด้านกายภาพ เช่น มีข้อจำกัดทางด้านการเคลื่อนไหวหรือข้อจำกัดทางด้านการมองเห็น เพื่อใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศได้เป็นผลสำเร็จ

ลักษณะเฉพาะด้านความสามารถในการเข้าใช้งาน

รายการต่อไปนี้ประกอบด้วยลักษณะเฉพาะด้านความสามารถในการเข้าใช้งานหลักในกิจกรรม ลักษณะเฉพาะเหล่านี้สนับสนุนการดำเนินการที่สามารถเข้าถึงได้ต่อไปนี้:
  • การดำเนินการด้วยคีย์บอร์ดเท่านั้น
  • อินเตอร์เฟสที่ใช้โดยเครื่องอ่านจอภาพ
  • คีย์ที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้ และไม่ได้เรียกทำงานแค่เพียงการสัมผัสคีย์เหล่านั้นเท่านั้น
  • อุปกรณ์มาตรฐานด้านอุตสาหกรรมสำหรับพอร์ตและตัวเชื่อมต่อ
  • อุปกรณ์ต่อพ่วงของอุปกรณ์อินพุตและเอาต์พุตสำรอง
คำแนะนำ: วิธีใช้กิจกรรมคือการเปิดใช้งานความสามารถในการเข้าใช้งานสำหรับ IBM Web King คุณสามารถปฏิบัติการกับลักษณะเฉพาะทั้งหมดนี้ได้โดยใช้คีย์บอร์ดแทนเมาส์

การนำทางด้วยคีย์บอร์ด

ผลิตภัณฑ์นี้ใช้คีย์นำทางของ Microsoft Windows มาตรฐาน

นอกจากนี้ กิจกรรมยังสนับสนุนการทำงานของคีย์บอร์ดต่อไปนี้ในกรณีที่คุณใช้เพื่อสร้างหรือแก้ไขกิจกรรมหรือรายการ:

  • Ctrl+X จะลบข้อความ
  • Ctrl+V วางข้อความ

IBM และความสามารถในการเข้าใช้งาน

โปรดดู IBM Accessibility Center สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อผูกมัดที่ IBM มีต่อความสามารถในการเข้าใช้งาน

การเชื่อมต่อของการเชื่อมต่อ

คุณสามารถตั้งค่าการกำหนดค่าตามความชอบเพื่อกำหนดคอนฟิกล็อกอินเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ IBM Connections และเพื่อควบคุมการแสดงดีฟอลต์ของพาเนลแถบข้าง กิจกรรม

การตั้ค่าการกำหนดค่าตามความชอบเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections

คุณสามารถระบุรหัสผ่าน IBM Connections ของคุณหรือระบุแอดเดรสของเซิร์ฟเวอร์ในหน้าการกำหนดค่าตามความชอบ การเชื่อมต่อ

ส่วน ค่าติดตั้งเซิร์ฟเวอร์การเชื่อมต่อ ของหน้า ความต้องการมีข้อมูลที่ต้องใช้ในการล็อกอิน ไปยังพาเนลกิจกรรมของแถบข้าง เมื่้อต้องการตั้งค่าความต้องการ เซิร์ฟเวอร์ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้:
  1. จากเมนู Notes ให้เลือก ไฟล์ > Preferences
  2. คลิก การเชื่อมต่อ
  3. กรอกข้อมูลลงในฟิลด์ต่อไปนี้ใน ส่วนค่าติดตั้งเซิร์ฟเวอร์การเชื่อมต่อ:
    ฟิลด์ รายละเอียด
    Server URL พิมพ์เว็บแอดเดรสของเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections เริ่มต้นด้วย https:// หรือ http://

    ตัวอย่างเช่น: https://enterprise.example.com

    ถ้าคุณทราบว่าเซิร์ฟเวอร์ต้องการความปลอดภัย การเชื่อมต่อแบบเข้ารหัส ให้พิมพ์แอดเดรสโดยขึ้นต้นด้วย https://

    ผู้ดูแลระบบบางรายเปลี่ยนรากบริบทที่ใช้เพื่อเข้าถึงคุณลักษณะ IBM Connections หากเว็บแอดเดรสซึ่งโดยปกติคุณใช้เพื่อเข้าถึงคุณลักษณะกิจกรรมมีค่าที่ไม่ใช่ <server_name>/activities ให้ระบุ URL ของเซิร์ฟเวอร์โดยใช้ไวยากรณ์ที่เหมือนกับสิ่งนี้: http://enterprise.example.com/activities

    หมายเหตุ: ผู้ดูแลระบบของคุณอาจระบุค่าสำหรับฟิลด์นี้แล้ว โดยใช้นโยบายการดูแล ถ้าเป็นเช่นนั้น อย่าเปลี่ยน ค่า
    ชื่อผู้ใช้ พิมพ์ชื่อผู้ใช้สำหรับการล็อกอินเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ IBM Connections
    รหัสผ่านของผู้ใช้ พิมพ์รหัสผ่านที่เชื่อมโยง
  4. คลิก นำไปใช้ เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ แล้วคลิก ตกลง เพื่อปิดหน้าต่างการกำหนดค่าตามความชอบ
ครั้งต่อไปที่คุณใช้ Notes การตั้งค่าใหม่จะถูกใช้เพื่อล็อกอินคุณเข้าสู่ IBM Connections โดยอัตโนมัติ

การตั้งค่าชนิดของการพิสูจน์ตัวตน

ใช้หน้าต่างการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ขั้นสูงเพื่อระบุชนิดการพิสูจน์ตัวตนที่ใช้เมื่อสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections

โดยดีฟอลต์ IBM Lotus Notes จะพิสูจน์ตัวตนกับเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections โดยใช้การพิสูจน์ตัวตนที่ใช้ฟอร์ม ซึ่งหมายความว่า trust จะถูกสร้างขึ้นโดยการส่งโทเค็น Lightweight Third-Party Authentication (LTPA) เพื่อระบุตัวเอง หากผู้ดูแลระบบของคุณนำกลไกการพิสูจน์ตัวตนอื่นมาใช้ในสภาวะแวดล้อมที่เซิร์ฟเวอร์ IBM Connections กำลังทำงานอยู่ คุณอาจได้รับคำแนะนำให้แก้ไขการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ขั้นสูง

ผู้ดูแลระบบ สามารถตั้งค่าคอนฟิกค่าติดตั้งเหล่านี้โดยใช้นโยบายการดูแล ดังนั้นอย่า ทำเช่นนี้ยกเว้นว่าผู้ดูแลระบบของคุณสั่งให้คุณทำ

เมื่อต้องการเปลี่ยนชนิดการพิสูจน์ตัวตนที่ใช้เพื่อสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ IBM Connections ให้ทำขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. จากเมนู Notes ให้เลือก ไฟล์ > Preferences
  2. คลิก การเชื่อมต่อ แล้วคลิก ปุ่ม ระดับสูง
  3. เลือกชนิดของการพิสูจน์ตัวตนจากรายการต่อไปนี้ของอ็อพชัน:
    รูปแบบ จาวา (ดีฟอลต์)
    สื่อสารโดยใช้การพิสูจน์ตัวตนแบบอิงฟอร์ม อ็อพชันนี้ถูกนำไปปฏิบัติตามค่าดีฟอลต์
    Tivoli รูปแบบการเข้าถึงตัวจัดการ
    สื่อสารโดยใช้การพิสูจน์ตัวตนแบบอิงฟอร์มบน Tivoli Access Manager ห้ามเลือกอ็อพชันนี้ เว้นแต่คุณได้รับคำแนะนำให้ทำสิ่งนี้จากผู้ดูแลระบบของคุณ
    แบบฟอร์มผู้ดูแลไซต์
    สื่อสารโดยใช้การพิสูจน์ตัวตนแบบอิงฟอร์มบน Computer Associates eTrust SiteMinder ห้ามเลือกอ็อพชันนี้ เว้นแต่คุณได้รับคำแนะนำให้ทำสิ่งนี้จากผู้ดูแลระบบของคุณ
  4. คลิก ตกลง แล้วคลิก ตกลง อีกครั้งเพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ และปิดหน้าต่าง Preferences

การตั้งค่าการกำหนดค่าตามความชอบของกิจกรรม

ใช้หน้าต่างการกำหนดค่าตามความชอบเพื่อควบคุมการทำงานของพาเนล กิจกรรม ต่อไปนี้: มุมองดีฟอลต์สำหรับการแสดงรายการกิจกรรม การใช้บานหน้าต่างแสดงตัวอย่างเพื่อแสดงข้อมูลโดยสรุปเกี่ยวกับไอเท็มที่ถูกคลิกใน พาเนล กิจกรรม และดูผลลัพธ์การค้นหา

  1. จากเมนู Notes ให้เลือก ไฟล์ > Preferences
  2. ขยาย การเชื่อมต่อ แล้วคลิก กิจกรรม
  3. กรอกข้อมูลลงในฟิลด์ต่อไปนี้ให้สมบูรณ์:
    ฟิลด์ รายละเอียด
    แสดงรายการกิจกรรมใน เลือกหนึ่งในอ็อพชันต่อไปนี้:
    • อัพเดตเมื่อเร็วๆ นี้ เลือกอ็อพชันนี้เพื่อเรียงลำดับตามวันที่ที่เพิ่มรายการ
    • มุมมอง ส่วน ใช้อ็อพชันนี้เพื่อเรียงลำดับรายการตามการสนทนา ซึ่งแต่ละการตอบกลับจะอยู่ภายใต้รายการหลัก
    แสดงหน้าต่างย่อยแสดงตัวอย่าง เลือกอ็อพชันนี้เพื่อแสดงตัวอย่าง เมื่อคุณคลิกกิจกรรม หรือรายการกิจกรรมในแถบข้าง คุณยังสามารถตั้งค่า การกำหนดค่าตามความชอบ นี้ได้จากไอคอนเมนูในแถบหัวเรื่องกิจกรรม โดยเลือก เลื่อนการแสดงตัวอย่างออกไป
    ถ้าระบบส่งคืนค่าเพียงค่าเดียวจากการค้นหา ค่านั้นจะแสดงขึ้นโดยอัตโนมัติ เลือกอ็อพชันนี้เพื่อแสดงกิจกรรมหรือรายการกิจกรรมโดยอัตโนมัติ เมื่อมีการส่งคืนผลลัพธ์การค้นหาเพียงรายการเดียว

    ตัวอย่างเช่น เมื่อเลือกอ็อพชันนี้ ถ้าคุณค้นหากิจกรรมตามบุคคล และเลือกบุคคลที่มีเพียงกิจกรรมเดียว กิจกรรมนั้นจะเปิดอยู่ในแถบข้างโดยอัตโนมัติ

    ในทางตรงกันข้าม ถ้าไม่ได้เลือกอ็อพชันนี้ไว้ กิจกรรมจะถูกแสดงอยู่ในแถบข้าง แต่คุณต้องดับเบิลคลิกรายการนั้นเพื่อเปิด

  4. คลิก นำไปใช้ เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ แล้วคลิก ตกลง เพื่อปิดหน้าต่างการกำหนดค่าตามความชอบ

การตั้งค่ารายการกิจกรรมเพื่อเปิดเป็นแท็บหรือหน้าต่าง

คุณสามารถตั้งค่า การกำหนดค่าตามความชอบ ของธีมเพื่อควบคุมกิจกรรมที่เปิดรายการในหน้าต่าง หรือในแท็บ

ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ให้เสร็จสิ้น:
  1. จากเมนู Notes ให้เลือก ไฟล์ > Preferences
  2. คลิก หน้าต่างและธีม
  3. เลือกวิธีที่คุณต้องการเปิดเอกสารจากอ็อพชันต่อไปนี้:
    เปิดเอกสารแต่ละฉบับในหน้าต่างของตนเอง
    แบบฟอร์มที่เปิดเมื่อคุณสร้างหรือเปิดกิจกรรมหรือรายการจะถูกแสดงอยู่ในหน้าต่างอื่น
    เปิดแต่ละเอกสารในแท็บของตนเอง
    แบบฟอร์มที่เปิดเมื่อคุณสร้างหรือเปิดกิจกรรมหรือรายการจะถูกแสดงในแท็บใหม่ในหน้าต่างหลักของ Notes
    จัดกลุ่มจากแต่ละแอ็พพลิเคชันบนแท็บ
    กิจกรรมและรายการถูกแสดงอยู่ในแท็บที่แบ่งใช้ในหน้าต่างหลักของ Notes บุ๊คมาร์คถูกแสดงในแท็บที่แบ่งใช้ของตนเองและเอกสาร Notes จะถูกแสดงในแท็บที่แบ่งใช้ของตนเอง ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณสร้างหรือเปิดกิจกรรมหรือรายการ กิจกรรมหรือรายการจะถูกแสดงในแท็บเดียว รายการความคิดเห็นที่ตามมาภายหลัง รายการที่กำหนดเอง รายการสิ่งที่ต้องทำ หรือบันทึกการสนทนาที่คุณเปิดจะถูกเพิ่มให้กับแท็บที่เปิดอยู่ คุณสามารถสับเปลี่ยนระหว่างรายการในแท็บที่แบ่งใช้โดยคลิก ลูกศรชี้ลง ซึ่งกำหนดหมายเลขแล้วในเลเบลของแท็บ เฉพาะบุ๊คมาร์กเและเอกสาร Notes เท่านั้นที่ดำเนินการต่างกัน ซึ่งจะเปิดอยู่ในแท็บที่แบ่งใช้ของตนเอง
  4. คลิก นำไปใช้ เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ แล้วคลิก ตกลง เพื่อปิดหน้าต่างการกำหนดค่าตามความชอบ

การตั้งค่า การกำหนดค่าตามความชอบ การซิงโครไนซ์กิจกรรม

ตั้งค่าความต้องการเพื่อระบุกิจกรรมที่คุณต้องการ ออฟไลน์

จากหน้าความต้องการ ซิงโครไนซ์กิจกรรม คุณสามารถกำหนดชุดย่อยของกิจกรรมที่ต้องการออฟไลน์ ตามค่าดีฟอลต์ กิจกรรมทั้งหมดของคุณจะถูกออฟไลน์

หากตั้งการตั้งค่าความต้องการซิงโครไนซ์กิจกรรม ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. จากเมนู Notes ให้เลือก ไฟล์ > Preferences
  2. ขยาย การเชื่อมต่อ แล้วคลิก กิจกรรม เพื่อเปิดหน้าคุณสมบัติค่าติดตั้งกิจกรรม
  3. คลิก ค่าติดตั้งการซิงโครไนซ์
  4. เลือกหนึ่งในอ็อพชันต่อไปนี้โดยคลิก ลูกศรชี้ลง ที่อยู่ด้านของอ็อพชันแรกและอ็อพชันที่เป็นดีฟอลต์:
    กิจกรรมปัจจุบันของฉันทั้งหมด
    ซิงโครไนซ์กิจกรรมของคุณทั้งหมดที่ได้อัพเดตแล้วภายใน 30 วันที่ผ่านมา
    กิจกรรมที่จัดระดับความสำคัญของฉัน
    ซิงโครไนซ์กิจกรรมใดๆ ที่คุณได้ทำเครื่องหมายว่ามีระดับความสำคัญสูงและระดับกลาง
    เลือกกิจกรรมด้วยตนเองเพื่อซิงโครไนซ์
    ซิงโครไนซ์เซ็ตย่อยของกิจกรรมที่คุณระบุ เมื่อต้องการเลือกกิจกรรม ให้คลิก เลือก แล้วเลือกเช็กบ็อกซ์ที่อยู่ถัดจากชื่อของกิจกรรม เมื่อคุณเลือกกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ให้คลิก ตกลง เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงการเลือกของคุณในภายหลัง ให้คลิก เลือก อีกครั้ง
  5. คลิก ตกลง เพื่อบันทึกค่าติดตั้งซิงโครไนซ์ของคุณ และปิดหน้า การกำหนดค่าตามความชอบ
  6. หลังจากที่คุณได้ทำงานกับกิจกรรมต่างๆ แบบออฟไลน์แล้ว อ็อพชันใหม่จะพร้อมใช้งานจาก การกำหนดค่าตามความชอบ ค่าติดตั้งกิจกรรม คุณสามารถลบสำเนาของกิจกรรมบนโลคัลได้ ถ้าคุณต้องการลบสำเนากิจกรรมบนโลคัลอย่างถาวร ให้คลิก ลบสำเนาโลคัล แล้วคลิก ตกลง เพื่อยืนยันการลบ
  7. คลิก นำไปใช้ เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ แล้วคลิก ตกลง เพื่อปิดหน้าต่างการกำหนดค่าตามความชอบ

คำประกาศ

ข้อมูลนี้พัฒนาขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่นำเสนอใน ประเทศสหรัฐอเมริกา

IBM อาจไม่นำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ หรือคุณลักษณะอื่นๆ ที่ได้อธิบายไว้ในเอกสารนี้ ในประเทศอื่นๆ คุณควรปรึกษาตัวแทนตัวแทนในพื้นที่ของ IBM เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่มีให้ในพื้นที่ของคุณ การอ้างอิงใดๆ ถึงผลิตภัณฑ์ IBM โปรแกรม หรือการบริการของ IBM ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะระบุหรือตีความว่าสามารถใช้ได้ เฉพาะผลิตภัณฑ์ โปรแกรม หรือบริการของ IBM อาจถูกนำไปใช้ ผลิตภัณฑ์ โปรแกรม หรือบริการที่มีฟังก์ชันเทียบเท่าที่ไม่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของ IBM อาจสามารถนำมาใช้แทนได้ อย่างไรก็ตาม ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้ที่จะต้องประเมิน และยืนยันการทำงานของผลิตภัณฑ์ โปรแกรม หรือบริการที่มิได้เป็นของ IBM

IBM อาจมีสิทธิบัตรหรือคำขอสิทธิบัตรที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบที่ครอบคลุม เนื้อหาที่อธิบายในเอกสารนี้ การจัดหาเอกสารนี้ให้มิได้ถือเป็นการให้ ไลเซนส์คุณสำหรับสิทธิบัตรเหล่านี้ คุณสามารถส่งคำขอไลเซนส์ เป็นลายลักษณ์อักษรไปที่:

IBM Director of Licensing
IBM Corporation
North Castle Drive
Armonk, NY 10504-1785
U.S.A.

สำหรับคำขอรับไลเซนส์เกี่ยวกับข้อมูลไบต์คู่ (DBCS) โปรดติดต่อ IBM Intellectual Property Department ในประเทศของคุณหรือส่งคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรมาที่:

Intellectual Property Licensing
Legal and Intellectual Property Law
IBM Japan Ltd.
1623-14, Shimotsuruma, Yamato-shi
Kanagawa 242-8502 Japan

ข้อความดังต่อไปนี้ไม่ได้นำมาใช้กับสหราชอาณาจักร หรือประเทศอื่นใดที่ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้ไม่ตรงกับกฎหมายท้องถิ่น: INTERNATIONAL BUSINESS MACHINES CORPORATION จัดทำเอกสารนี้ "ตามที่เป็นอยู่" โดยไม่มีการรับประกันใดๆ ไม่ว่าอย่างชัดแจ้งหรือเป็นนัย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการรับประกันใดๆ ที่บอกเป็นนัยถึงการไม่ละเมิด ความสามารถในการทำตลาด หรือการตอบรับจุดประสงค์เฉพาะ บางข้อความเป็นข้อความสงวนสิทธิ์สำหรับการรับประกันอย่างชัดแจ้ง หรือเป็นนัยในบางธุรกรรม ดังนั้น ข้อความนี้จึงอาจไม่สามารถใช้กับคุณได้

ข้อมูลนี้อาจมี ความไม่แม่นยำด้านเทคนิคหรือมีข้อผิดพลาด ในการพิมพ์ ทั้งนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเอกสารนี้เป็นระยะ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกรวมไว้ในการตีพิมพ์ครั้งใหม่ IBM อาจมีการปรับปรุง และ/หรือ เปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์ และ/หรือ โปรแกรมที่อธิบายในเอกสารนี้ได้ตลอดเวลาโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การอ้างอิงถึงข้อมูลนี้ในเว็บไซต์ใดๆ ที่ไม่ใช่ของ IBM นั้นเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความสะดวกเท่านั้น นั้นเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความสะดวกเท่านั้น และไม่ได้เป็น การรับรองเว็บไซต์เหล่านั้น สื่อประกอบต่างๆ ของเว็บไซต์เหล่านั้นมิได้เป็นส่วนหนึ่งของสื่อประกอบ สำหรับผลิตภัณฑ์ IBM นี้ และการใช้งานเว็บไซต์เหล่านั้นถือเป็นความเสี่ยงของตัวคุณเอง

IBM อาจใช้หรือเผยแพร่ข้อมูลที่คุณจัดหามาในลักษณะ ที่พิจารณาว่าเหมาะสมโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ กับคุณ

ผู้ที่ได้รับไลเซนส์ในโปรแกรมนี้ซึ่งต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรม เพื่อวัตถุประสงค์ในการเปิดใช้งาน: (i) การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโปรแกรมที่สร้าง กับโปรแกรมอื่นๆ (ซึ่งรวมถึงโปรแกรมนี้ด้วย) และ (ii) ใช้ข้อมูลที่ได้มีการแลกเปลี่ยนกันแล้ว โปรดติดต่อ:

IBM Corporation
Lotus Software
One Rogers Street
Cambridge, MA  02142
U.S.A. (หรือประเทศที่เหมาะสม)

ข้อมูลเหล่านี้อาจมีให้บริการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เหมาะสม รวมถึงการชำระค่าธรรมสำหรับในบางกรณี

โปรแกรมที่ได้รับไลเซนส์ที่อธิบายในเอกสารนี้และงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งหมดที่มีให้สำหรับโปรแกรมนี้จัดทำขึ้นโดย IBM ภายใต้ข้อกำหนดของสัญญาลูกค้าของ IBM, ข้อตกลงไลเซนส์โปรแกรมของ IBM International หรือสัญญาเทียบเท่าอื่นใดระหว่างเรา

ข้อมูลของประสิทธิภาพการทำงานใดๆ ที่มีอยู่ในเอกสารนี้เป็นข้อมูลที่ได้จากสภาพแวดล้อมที่ควบคุม ดังนั้น ผลที่ได้ในสภาพแวดล้อมอื่นๆ อาจแตกต่างกันได้ ค่าที่วัดได้บางอย่างอาจทำขึ้นในขั้นตอนการพัฒนาระบบ และไม่รับประกันว่าผลที่ได้เหล่านี้จะเหมือนกับ ระบบที่วางจำหน่าย นอกจากนี้ การวัดบางอย่างอาจถูกประมาณขึ้นด้วยวิธีการประมาณค่านอกช่วง (Extrapolation) ค่าที่ได้จริงอาจแตกต่างกันได้ ผู้ใช้เอกสารนี้ควรตรวจสอบข้อมูลที่มีเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมเฉพาะ

ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ของ IBM ได้มาจากซัพพลายเออร์ของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น คำประกาศที่เผยแพร่หรือแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อ สาธารณะ IBM ไม่ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์เหล่านั้นและไม่สามารถยืนยันความแม่นยำของประสิทธิภาพ ความสามารถในการเข้ากันได้ หรือข้อถือสิทธิ์อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่มิได้เป็นของ IBM คำถามเกี่ยวกับความสามารถของผลิตภัณฑ์ที่มิได้เป็นของ IBM ควรติดต่อถามจากซัพพลายเออร์ของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น

ข้อความทั้งหมดเกี่ยวกับทิศทางในอนาคต หรือแนวโน้มของ IBM อาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือถอดถอนออกได้โดยมิต้องแจ้งให้ทราบ และแสดงถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ เท่านั้น

ราคาของ IBM ทั้งหมดที่แสดง เป็นราคาค้าปลีกที่แนะนำของ IBM ถือเป็นราคา ณ ปัจจุบันและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ราคาของดีลเลอร์อาจมีระดับแตกต่างกันไป

ข้อมูลนี้ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ในการวางแผนเท่านั้น ข้อมูลในที่นี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนที่ ผลิตภัณฑ์ตามที่อธิบายไว้จะวางจำหน่าย

ข้อมูลนี้ประกอบด้วยตัวอย่างข้อมูลและรายงานที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ประจำวัน เพื่อแสดงให้เห็นอย่างสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวอย่างเหล่านี้จึงประกอบด้วย ชื่อของบุคคล บริษัท ตราสินค้า และผลิตภัณฑ์ ชื่อเหล่านี้ทั้งหมดเป็นนามสมมุติและหากจะมีความคล้ายคลึงกันกับชื่อหรือที่อยู่ที่ใช้โดยองค์กรทางธุรกิจที่มีอยู่จริง ก็ถือเป็นความบังเอิญโดยสิ้นเชิง

เครื่องหมายการค้า

IBM, ตราสัญลักษณ์ IBM และ ibm.com เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้า จดทะเบียนของ International Business Machines Corporation ในประเทศสหรัฐอเมริกา, ประเทศอื่นๆ หรือทั้งสองกรณี ถ้าสิ่งเหล่านี้ และข้อตกลงที่มีเครื่องหมายการค้า IBM อื่นๆ ได้รับการแสดงเครื่องหมายเมื่อแสดงครั้งแรกในข้อมูลนี้พร้อมสัญลักษณ์ เครื่องหมายการค้า ( หรือ ) สัญลักษณ์เหล่านี้แสดงว่าเป็นเครื่องหมายการค้า จดทะเบียนในสหรัฐ หรือกฎหมายจารีตประเพณีที่เป็นเจ้าของโดย IBM ณ เวลาที่ข้อมูลนี้ ได้รับการเผยแพร่

ซึ่งเครื่องหมายการค้าอาจเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือกฎหมายจารีตประเพณี ในประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน รายการเครื่องหมายการค้าปัจจุบันของ IBM มีพร้อมอยู่ในเว็บไซต์ ข้อมูลลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ที่ www.ibm.com/legal/copytrade.shtml

ซึ่งเครื่องหมายการค้าอาจเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือกฎหมายจารีตประเพณี ในประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน รายการเครื่องหมายการค้าปัจจุบันของ IBM มีพร้อมอยู่ในเว็บไซต์ ข้อมูลลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ที่ www.ibm.com/legal/copytrade.shtml

Adobe และ PostScript เป็นลงทะเบียนจดทะเบียนของ Adobe Systems Incorporated ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอื่น หรือทั้งสองกรณี

Google, Google Desktop และ Google Gadget เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google Inc. ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอื่น หรือทั้งสองกรณี

Linux เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Linus Torvalds ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอื่น หรือทั้งสองกรณี

Java และเครื่องหมายการค้าอิง Java ทั้งหมดและตราสัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Oracle และ/หรือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

Microsoft, Windows, Windows NT, และโลโก้ Windows เป็นเครื่องหมายการค้า ของ Microsoft Corporation ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอื่นๆ หรือทั้งสองกรณี

UNIX คือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนของ The Open Group ในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ

ชื่อบริษัท ผลิตภัณฑ์ หรือการบริการอื่น อาจเป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการบริการของผู้อื่น

สิ้นสุดเอกสาร