IBM Lotus Symphony


ฟังก์ชันวันที่และเวลา

ฟังก์ชันสเปร็ดชีตเหล่านี้ใช้แทรกและแก้ไขวันที่และเวลา ได้แก่ฟังก์ชัน: DATE, DATEVALUE, DAY, DAYS, DAYS360, EASTERSUNDAY, EDATE, EOMONTH, HOUR, MINUTE, MONTH, NETWORKDAYS, NOW, SECOND, TIME, TIMEVALUE, TODAY, WEEKDAY, WEEKNUM, WEEKNUM_ADD, WORKDAY, YEAR, YEAR2, YEARFRAC.

ไอคอนหมายเหตุ IBM Lotus Symphony จะจัดการค่าวันที่/เวลาให้เป็นค่าตัวเลขภายในตัวโปรแกรมเอง หากคุณระบุรูปแบบการกำหนด "ตัวเลข" ให้เป็นค่าวันที่หรือเวลา ค่าดังกล่าวจะถูกแปลงเป็นตัวเลข ตัวอย่างเช่น 01/01/2000 12:00 PM จะถูกแปลงเป็น 36526.5 ค่าที่อยู่หน้าจุดทศนิยมจะเป็นวันที่; ค่าที่อยู่หลังจุดทศนิยมจะเป็นเวลา หากคุณไม่ต้องการแสดงวันที่หรือเวลาเป็นตัวเลขในลักษณะนี้ ให้เปลี่ยนรูปแบบตัวเลข (วันที่หรือเวลา) ได้ตามต้องการ โดยเลือกเซลล์ที่มีค่าวันที่หรือเวลา เรียกคอนเท็กซ์เมนูของเซลล์นั้นแล้วเลือก เซลล์ หน้าแท็บ ตัวเลข จะมีฟังก์ชันสำหรับกำหนดรูปแบบตัวเลขอยู่
ไอคอนหมายเหตุ เมื่อป้อนวันที่โดยใส่เครื่องหมายสแลชหรือขีด (-) เป็นตัวคั่นวันที่ ระบบอาจตีความเครื่องหมายดังกล่าวเป็นเครื่องหมายคณิตศาสตร์ได้ ดังนั้น ระบบอาจไม่รับรู้วันที่ที่ป้อนโดยใช้รูปแบบนี้ว่าเป็นวันที่เสมอไป และอาจทำให้เกิดการคำนวณผิดพลาดได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ระบบตีความผิดว่าวันที่เป็นส่วนหนึ่งของสูตร ให้ใส่เครื่องหมายคำพูดกำกับวันที่ไว้ ตัวอย่างเช่น "07/20/54"

WORKDAY

ผลลัพธ์ของฟังก์ชันนี้คือตัวเลขวันที่ที่สามารถจัดรูปแบบเป็นวันที่ได้ คุณจะเห็นวันที่ของวันหนึ่งซึ่งจะมีค่าเท่ากับจำนวนของ วันทำงาน นับจาก วันที่เริ่มต้น

ไวยากรณ์

WORKDAY (Start date;Days;Holidays)

Start date : วันที่เริ่มต้นการคำนวณ หากวันที่เริ่มต้นตรงกับวันทำงาน ฟังก์ชันจะรวมวันนี้ไว้ในการคำนวณ

Days : จำนวนวันทำงาน หากอยู่หลังวันที่เริ่มต้นให้ป้อนค่าบวก หากอยู่ก่อนวันที่เริ่มต้นให้ป้อนค่าลบ

Holidays : รายการวันหยุดที่สามารถเลือกได้ วันนี้คือวันที่ไม่ทำงาน ให้ป้อนช่วงเซลล์ที่มีรายการวันหยุดต่างๆ แสดงอยู่

ตัวอย่าง

วันที่ที่อยู่หลังจากวันที่ 1 ธันวาคม 2001 เป็นเวลา 17 วันทำงานตรงกับวันที่ใด ให้ป้อนวันที่เริ่มต้น "12/1/2001" ใน C3 และจำนวนวันทำงานใน D3 โดยตั้งแต่เซลล์ F3 ถึง J3 จะมีวันหยุดคริสต์มาสและวันหยุดปีใหม่ดังต่อไปนี้: "12/24/2001", "12/25/2001", "12/26/2001", "12/31/2001", "1/1/2002"

เมื่อป้อน =WORKDAY(C3;D3;F3;J3) จะได้ผลลัพธ์คือวันที่ 12/28/2001 โดยจัดรูปแบบตัวเลขวันที่ชนิดเรียงลำดับให้เป็นรูปแบบวันที่

YEARFRAC

ผลลัพธ์คือตัวเลขระหว่าง 0 และ 1 ซึ่งเป็นเศษส่วนของปีระหว่าง วันที่เริ่มต้น และ วันที่สิ้นสุด

ไวยากรณ์

YEARFRAC (Start date;End date;Basis)

Start date และ End date : ค่าวันที่สองค่า

Basis (เกณฑ์พื้นฐาน) : เลือกจากรายการอ็อพชันและระบุถึงวิธีคำนวณปี

เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่าี วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

ช่วงเวลาระหว่าง 1.1.2002 และ 7.1.2001 มีส่วนของปี 2001 เป็นเศษส่วนเท่าใด?

เมื่อป้อน =YEARFRAC("1.1.2002"; "7.1.2002";1) จะได้ผลลัพธ์คือ 0.495890

DATE

ฟังก์ชันนี้จะแปลงวันที่ที่อยู่ในรูปแบบปี, เดือน, วัน ให้เป็น serial number ภายในและแสดงตามรูปแบบที่เซลล์กำหนดไว้ เซลล์ที่มีฟังก์ชัน DATE จะมีรูปแบบวันที่เป็นรูปแบบดีฟอลต์ แต่คุณสามารถกำหนดรูปแบบเซลล์โดยใช้รูปแบบตัวเลข 0 ได้ ซึ่งจะแสดง serial number ภายในของวันที่ให้เป็นตัวเลขค่าหนึ่ง

ไวยากรณ์

DATE(year; month; day)

Year คือจำนวนเต็มตั้งแต่ 1583 ถึง 9956 หรือ 0 ถึง 99

Month คือจำนวนเต็มตั้งแต่ 1 ถึง 12 ที่ใช้แทนเดือน

Month คือตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง 31 ที่แทนวันของเดือนนั้น

หากระบุค่าของเดือนและวันมากกว่าที่กล่าวมา ระบบจะปัดค่าที่เกินมาไปยังหลักถัดไป เช่น เมื่อป้อน =DATE(00;12;31) จะได้ผลลัพธ์คือ "12/31/00" แต่เมื่อป้อน =DATE(00;13;31) จะได้ผลลัพธ์เป็น "1/31/01"

คุณสามารถป้อนวันที่ในฟังก์ชัน DATE ได้โดยตรง โดยป้อนเป็นอาร์กิวเมนต์ หรือช่วงอ้างอิงก็ได้

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน DATE("00;1;1") จะได้ผลลัพธ์เป็น 1/1/00

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DATEVALUE, TODAY, YEAR, NOW, MONTH, DAY, TIMEVALUE.

DATEVALUE

ฟังก์ชัน DATEVALUE จะแสดงตัวเลขวันที่ภายในของข้อความที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดที่มีรูปแบบวันที่ที่เป็นไปได้

ตัวเลขภายในจะแสดงในรูปของจำนวนเต็มตั้งแต่ศูนย์ขึ้นไป ซึ่งได้มาจากระบบวันที่ที่ IBM® Lotus® Symphony™ ใช้ในการคำนวณวันที่

ไวยากรณ์

DATEVALUE("Text")

Text คือนิพจน์วันที่ที่ถูกต้องและต้องอยู่ในเครื่องหมายคำพูด

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน DATEVALUE("7/20/54") จะได้ผลลัพธ์เป็น 19925

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

TODAY, NOW, TIMEVALUE

EDATE

ผลลัพธ์คือ วันที่ซึ่งคิดจากจำนวน เดือน นับจาก วันที่เริ่มต้น การคำนวณจะใช้เฉพาะเดือนเท่านั้น โดยไม่ใช้วันแต่อย่างใด

ไวยากรณ์

EDATE(Start date;Months)

Start date : วันที่

Months : จำนวนเดือน

ตัวอย่าง

วันที่อยู่ก่อนวันที่ 3.31.2001 เป็นเวลาหนึ่งเดือนตรงกับวันที่เท่าใด?

เมื่อป้อน =EDATE("3.31.2001";-1) จะได้ผลลัพธ์ 2.28.2001

TODAY

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนวันที่ปัจจุบันของระบบคอมพิวเตอร์ ค่านี้จะได้รับการอัพเดตเมื่อคุณเปิดเอกสารอีกครั้ง หรือแก้ไขค่าของเอกสาร

ไวยากรณ์

TODAY()

Today เป็นฟังก์ชันที่ไม่มีอาร์กิวเมนต์

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน TODAY() ระบบจะแสดงวันที่ปัจจุบันของระบบคอมพิวเตอร์

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DATE, NOW, DAY

YEAR

ฟังก์ชันนี้แสดงปีเป็นตัวเลขตามกฎการคำนวณภายใน

ไวยากรณ์

YEAR(number)

Number คือค่าวันที่ภายในสำหรับแสดงปี

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน Year(1) ระบบจะแสดงค่า 1899

เมื่อป้อน YEAR(2) ระบบจะแสดงค่า 1900

เมื่อป้อน YEAR(33333.33) ระบบจะแสดงค่า 1991

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DAY, HOUR, MINUTE, MONTH, NOW, SECOND, TODAY, WEEKDAY

YEAR2

แยกปี ซึ่งเป็นเลขจำนวนเต็มเริ่มตั้งแต่ 0 (ปี 1900) ถึง 8099 (ปี 9999) ออกจากตัวเลขวันที่

ไวยากรณ์

YEAR2(Date-Number;[Type])

Date-number เป็นเลขจำนวนเต็ม หรือแอดเดรส หรือชื่อของเซลล์ที่ประกอบด้วยเลขจำนวนเต็มเริ่มตั้งแต่ 1 (January 1, 1900) ถึง 2958465 (December 31, 9999)

Type เป็นตัวเลข 0 หรือ 1 หาก type มีค่าเป็น 1, YEAR2 จะส่งคืนค่าปีในรูปแบบตัวเลขสี่หลัก หาก type มีค่าเป็น 0 หรือไม่ได้ใส่ค่า, YEAR2 จะส่งคืนค่าเป็นออฟเซ็ตของปี โดยเริ่มตั้งแต่ 1900 (ตัวอย่างเช่น YEAR2 ส่งคืนค่า 123 หมายถึงปี 2023)

NOW

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนวันที่และเวลาของระบบคอมพิวเตอร์ ค่านี้จะได้รับการอัพเดตเมื่อคุณคำนวณเอกสารอีกครั้ง หรือได้รับการอัพเดตทุกครั้งที่มีการแก้ไขค่าในเซลล์

ไวยากรณ์

NOW()

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน =NOW()-A1 ระบบจะแสดงความแตกต่างระหว่างวันที่ใน A1 และวันที่ปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกกำหนดรูปแบบเป็นวันที่

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DAY, HOUR, MINUTE, MONTH, WEEKDAY, DATE, YEAR

WEEKNUM

ฟังก์ชัน WEEKNUM จะคำนวณตัวเลขสัปดาห์ของปีสำหรับค่าวันที่ภายใน

ไวยากรณ์

WEEKNUM(number; mode)

Number คือตัวเลขวันที่ภายใน

Mode จะกำหนดการเริ่มต้นสัปดาห์และชนิดการคำนวณ

  1 = วันอาทิตย์
  2 = วันจันทร์

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน WEEKNUM("1/1/95";1) ระบบจะแสดง 1 (1/1/95 เป็นวันอาทิตย์)

เมื่อป้อน WEEKNUM("1/1/95";2) ระบบจะแสดง 52 หากเริ่มต้นสัปดาห์ในวันจันทร์ วันอาทิตย์จะอยู่ในสัปดาห์สุดท้ายของปีก่อนหน้า

WEEKNUM_ADD

ผลลัพธ์ที่ได้คือตัวเลขสัปดาห์ปฏิทินของ วันที่

ไวยากรณ์

WEEKNUM_ADD(Date;Return type)

Date : คือวันที่ภายในสัปดาห์ปฏิทิน

Return type : 1 คือสัปดาห์ที่เริ่มต้นในวันอาทิตย์ 2 คือสัปดาห์ที่เริ่มต้นในวันจันทร์

ตัวอย่าง

วันที่ 12.24.2001 ตรงกับสัปดาห์ที่เท่าใด?

เมื่อป้อน =WEEKNUM_ADD("24.12.2001";1) จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 52

MINUTE

ฟังก์ชันนี้จะคำนวณเวลาเป็นนาทีของค่าเวลาภายใน โดยแสดงนาทีเป็นตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 59

ไวยากรณ์

MINUTE(number)

Number ซึ่งเป็นค่าเวลา คือตัวเลขทศนิยมที่จะแสดงค่าตัวเลขนาที

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน MINUTE(8.999) ระบบจะแสดง 58

เมื่อป้อน MINUTE(8.9999) ระบบจะแสดง 59

เมื่อป้อน MINUTE(NOW()) ระบบจะแสดงค่านาทีปัจจุบัน

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DAY, HOUR, MONTH, NOW, SECOND, WEEKDAY, YEAR

MONTH

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนเดือนของค่าวันที่ที่ระบุ โดยส่งคืนเดือนเป็นจำนวนเต็มตั้งแต่ 1 ถึง 12

ไวยากรณ์

MONTH(Number)

Number ซึ่งเป็นค่าเวลา คือตัวเลขทศนิยมที่จะแสดงค่าเดือน

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน MONTH(NOW()) ระบบจะแสดงเดือนปัจจุบัน

เมื่อป้อน MONTH(C4) ระบบจะแสดง 7 หากเนื้อหาของ C4 = 7/7/00

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DAY, HOUR, MINUTE, NOW, WEEKDAY, YEAR

EOMONTH

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนวันที่ของวันสุดท้ายของเดือนหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างเป็นจำนวน เดือน นับจาก วันที่เริ่มต้น

ไวยากรณ์

EOMONTH (Start date; Months)

Start date : เริ่มคำนวณนับจากจุดนี้เป็นต้นไป

Months : จำนวนเดือนก่อนหน้า (ค่าลบ) หรือหลัง (ค่าบวก) วันที่เริ่มต้น

ตัวอย่าง

วันสุดท้ายของเดือนที่อยู่หลังวันที่ 14 กันยายน 2001 เป็นเวลา 6 เดือนตรงกับวันอะไร?

เมื่อป้อน =EOMONTH("9.14.2001";6) ระบบจะแสดงค่า 3.31.2002

NETWORKDAYS

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนจำนวนวันทำงานระหว่าง วันที่เริ่มต้น และ วันที่สิ้นสุด โดยหักวันหยุดออก

ไวยากรณ์

NETWORKDAYS (Start date;End date;Holidays)

Start date : วันที่เริ่มต้นการคำนวณ หากวันที่เริ่มต้นตรงกับวันทำงาน ฟังก์ชันจะรวมวันนี้ไว้ในการคำนวณ

End date : วันที่สิ้นสุดการคำนวณ หากวันที่สิ้นสุดตรงกับวันทำงาน ฟังก์ชันจะรวมวันนี้ไว้ในการคำนวณ

Holidays : รายการวันหยุดที่สามารถเลือกได้ วันนี้คือวันที่ไม่ทำงาน ให้ป้อนช่วงเซลล์ที่มีรายการวันหยุดต่างๆ แสดงอยู่

ตัวอย่าง

ระหว่างวันที่ 12/15/2001 ถึง 1/15/2002 มีวันทำงานทั้งหมดกี่วัน? วันที่เริ่มต้นอยู่ใน C3 และวันที่สิ้นสุดอยู่ใน D3 โดยตั้งแต่เซลล์ F3 ถึง J3 จะมีวันหยุดคริสต์มาสและวันหยุดปีใหม่ดังต่อไปนี้: "12/24/2001", "12/25/2001", "12/26/2001", "12/31/2001", "1/1/2002"

เมื่อป้อน =NETWORKDAYS(C3;D3;F3:J3) ระบบแสดงวันทำงานทั้งหมด 17 วัน

EASTERSUNDAY

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนวันที่ของวัน Easter Sunday ของปีที่ระบุ ปีคือจำนวนเต็มตั้งแต่ 1583 ถึง 9956 หรือ 0 ถึง 99 คุณยังสามารถคำนวณวันหยุดอื่นๆ ด้วยการบวกค่าเข้ากับวันนี้ได้อีกด้วย

วัน Easter Monday = EASTERSUNDAY() + 1

วัน Good Friday = EASTERSUNDAY() - 2

วัน Pentecost Sunday = EASTERSUNDAY() + 49

วัน Pentecost Monday = EASTERSUNDAY() + 50

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน EASTERSUNDAY(2000) ระบบจะแสดงค่า 4/23/00

เมื่อป้อน EASTERSUNDAY(2000)+49 ระบบจะแสดงค่า serial number ภายในเท่ากับ 36688 หากคุณใช้รูปแบบวันที่แบบ MMDDYY ผลลัพธ์จะแสดงเป็น 06/11/00

SECOND

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนวินาทีของค่าเวลาที่ระบุ วินาทีเป็นจำนวนเต็มตั้งแต่ 0 ถึง 59

ไวยากรณ์

SECOND(Number)

Number , ซึ่งเป็นค่าเวลา คือตัวเลขทศนิยมที่จะแสดงค่าวินาที

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน SECOND(NOW()) ระบบจะแสดงวินาทีปัจจุบัน

เมื่อป้อน SECOND(C4) ระบบจะแสดง 17 หากเนื้อหาของ C4 = 12:20:17

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DATE, DAY, HOUR, MINUTE, MONTH, , NOW, WEEKDAY, YEAR

HOUR

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนชั่วโมงของค่าเวลาที่ระบุ โดยส่งคืนชั่วโมงเป็นจำนวนเต็มตั้งแต่ 0 ถึง 23

ไวยากรณ์

HOUR(Number)

Number ซึ่งเป็นค่าเวลา คือตัวเลขทศนิยมที่แสดงค่าชั่วโมง

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน HOUR(NOW()) ระบบจะแสดงชั่วโมงปัจจุบัน

เมื่อป้อน HOUR(C4) ระบบจะแสดง 17 หากเนื้อหาของ C4 = 17:20:00

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DAY, MINUTE, MONTH, NOW, WEEKDAY, YEAR

DAY

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนวันของค่าวันที่ที่ระบุ โดยส่งคืนวันเป็นจำนวนเต็มตั้งแต่ 1 ถึง 31 คุณสามารถป้อนค่าวันที่/เวลาเป็นค่าลบได้

ไวยากรณ์

DAY(Number)

Number ซึ่งเป็นค่าเวลา คือตัวเลขทศนิยมที่แสดงค่าวัน

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน DAY(1) ระบบจะแสดง 31 (เนื่องจาก Lotus Symphony เริ่มนับวันที่ 30 ธันวาคม 1899 เป็นศูนย์)

เมื่อป้อน DAY(NOW()) ระบบจะแสดงวันปัจจุบัน

เมื่อป้อน DAY(C4) ระบบจะแสดง 5 หากเนื้อหาของ C4 = 8/5/1901

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

HOUR, MINUTE, MONTH, NOW, SECOND, TODAY, WEEKDAY, YEAR

DAYS

ฟังก์ชันนี้จะคำนวณส่วนต่างระหว่างค่าวันที่สองค่า ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นจำนวนเต็มซึ่งเป็นจำนวนวันที่อยู่ระหว่างสองวันนี้

ไวยากรณ์

DAYS(Date_2;Date_1)

Date_1 คือวันที่เริ่มต้น Date_2 คือวันที่สิ้นสุด หาก Date_2 อยู่ก่อนหน้า Date_1 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นค่าลบ

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน DAYS("1/1/2010"; NOW()) ระบบจะแสดงจำนวนวันนับจากวันนี้จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2010

เมื่อป้อน DAYS("10/10/1990";"10/10/1980") ระบบจะแสดงจำนวนวันเท่ากับ 3652

DAYS360

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนผลต่างระหว่างวันที่สองวัน โดยถือว่าหนึ่งปีมี 360 วันสำหรับใช้ในการคำนวณดอกเบี้ย ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นจำนวนเต็ม

ไวยากรณ์

DAYS360(Date_1;Date_2;Type)

หาก Date_2 อยู่ก่อน Date_1, ฟังก์ชันจะแสดงผลลัพธ์เป็นค่าลบ

อาร์กิวเมนต์ Type ซึ่งเป็นทางเลือกนั้นจะเป็นตัวกำหนดชนิดการคำนวณส่วนต่าง หาก Type = 0 หรือไม่มีอาร์กิวเมนต์ ระบบจะคำนวณโดยใช้วิธี US (NASD, National Association of Securities Dealers) หาก Type <> 0 ระบบจะคำนวณโดยใช้วิธียุโรป

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน DAYS360("1/1/2000";NOW()) ระบบจะแสดงจำนวนวันที่คิดดอกเบี้ยเริ่มตั้ง 1 มกราคม 2000 จนถึงวันนี้

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DAY

WEEKDAY

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนวันในสัปดาห์ของค่าวันที่ที่ระบุ โดยส่งคืนวันเป็นจำนวนเต็มตั้งแต่ 1 (วันอาทิตย์) จนถึง 7 (วันเสาร์) หากไม่ระบุชนิดหรือระบุ Type = 1 หากระบุ Type =2 การกำหนดตัวเลขจะเริ่มต้นโดยมี วันจันทร์ =1; และหากระบุ Type =3 การกำหนดตัวเลขจะเริ่มต้นโดยมี วันจันทร์ =0

ไวยากรณ์

WEEKDAY(Number; Type)

Number ซึ่งเป็นค่าวันที่ คือตัวเลขทศนิยมที่แสดงค่าวันทำงาน

Type จะกำหนดชนิดของการคำนวณ สำหรับ Type =1 ระบบจะนับวันทำงานโดยเริ่มต้นจากวันอาทิตย์ (ค่านี้เป็นค่าดีฟอลต์ถึงแม้จะไม่มีพารามิเตอร์ชนิดอยู่ก็ตาม) สำหรับ Type =2 ระบบจะนับวันทำงานโดยเริ่มนับจากวันจันทร์ =1 สำหรับ Type = 3 ระบบจะนับวันทำงานโดยเริ่มนับจากวันจันทร์ = 0

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน WEEKDAY("6/14/2000") ระบบจะแสดง 4 (ไม่มีพารามิเตอร์ Type จึงใช้วิธีการนับแบบมาตรฐาน การนับแบบมาตรฐานจะเริ่มต้นนับวันอาทิตย์เป็นวันที่ 1. วันที่ 14 มิถุนายน, 2000 เป็นวันพุธ จึงนับเป็นวันที่ 4)

เมื่อป้อน WEEKDAY("7/24/1996";2) ระบบจะแสดง 3 (พารามิเตอร์ Type คือ 2 จึงนับวันจันทร์เป็นวันที่ 1. วันที่ 24 กรกฎาคม 1996 เป็นวันพุธ จึงนับเป็นวันที่ 3)

เมื่อป้อน WEEKDAY("7/24/1996";1) ระบบจะแสดง 4 (พารามิเตอร์ Type คือ 1 จึงนับวันอาทิตย์เป็นวันที่ 1. วันที่ 24 กรกฎาคม 1996 เป็นวันพุธ จึงนับเป็นวันที่ 4)

เมื่อป้อน WEEKDAY(NOW()) ระบบจะแสดงตัวเลขของวันปัจจุบัน

หากต้องการทราบว่า วันใน A1 เป็นวันทำงานหรือไม่ ให้ใช้ฟังก์ชัน IF และ WEEKDAY ดังต่อไปนี้: IF(WEEKDAY(A1;2)<6;"Business day";"Weekend")

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DAY, NOW, TODAY

TIME

ฟังก์ชัน TIME จะแสดงค่าเวลาปัจจุบันจากค่าชั่วโมง, นาที และวินาที คุณสามารถใช้ฟังก์ชันนี้แปลงเวลาตาม element ทั้งสามนี้ให้เป็นค่าเวลาแบบทศนิยมได้

ไวยากรณ์

TIME(hour; minute; second)

ตั้งค่า hour เป็นเลขจำนวนเต็ม

ตั้งค่า minute เป็นเลขจำนวนเต็ม

ตั้งค่า second เป็นเลขจำนวนเต็ม

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน TIME("0;0;0") ระบบจะแสดง 00:00:00

เมื่อป้อน TIME("4;20;4") ระบบจะแสดง 04:20:04

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

HOUR, MINUTE, NOW, SECOND

TIMEVALUE

ฟังก์ชัน TIMEVALUE จะแสดงตัวเลขเวลาภายในจากข้อความที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูด และอาจแสดงรูปแบบการป้อนเวลาที่เป็นไปได้อีกด้วย

ตัวเลขภายในซึ่งอยู่ในรูปทศนิยม ได้มาจากระบบวันที่ที่ใช้คำนวณรายการเวลาใน Lotus Symphony

ไวยากรณ์

TIMEVALUE("Text")

Text คือนิพจน์เวลาที่ถูกต้องและต้องอยู่ในเครื่องหมายคำพูด

ตัวอย่าง

เมื่อป้อน TIMEVALUE("4PM") ระบบจะแสดง 0.67 เมื่อกำหนดรูปแบบเวลาเป็น HH:MM:SS ระบบจะแสดงค่าเป็น 16:00:00

เมื่อป้อน TIMEVALUE("24:00") ระบบจะแสดง 1 หากใช้รูปแบบเวลา HH:MM:SS ระบบจะแสดงค่าเป็น 00:00:00

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันต่อไปนี้:

DATEVALUE, HOUR, MINUTE, NOW, SECOND, TIME


ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ | เอกสารคู่มือเพิ่มเติม | เครื่องหมายการค้า