IBM Lotus Symphony


ฟังก์ชัน Add-in รายการฟังก์ชันการวิเคราะห์ส่วนที่หนึ่ง

ในการใช้งานคำสั่งนี้...

สร้าง - ฟังก์ชัน - หมวดหมู่ Add-In

BESSELI

คำนวณฟังก์ชัน Bessel ที่แก้ไขแล้ว

ไวยากรณ์

BESSELI(X; N)

X คือค่าที่ฟังก์ชันจะใช้ คำนวณ

N คือลำดับของฟังก์ชัน Bessel

BESSELJ

คำนวณฟังก์ชัน Bessel (ฟังก์ชัน cylinder)

ไวยากรณ์

BESSELJ(X; N)

X คือค่าที่ฟังก์ชันจะใช้ คำนวณ

N คือลำดับของฟังก์ชัน Bessel

BESSELK

คำนวณฟังก์ชัน Bessel ที่แก้ไขแล้ว

ไวยากรณ์

BESSELK(X; N)

X คือค่าที่ฟังก์ชันจะใช้ คำนวณ

N คือลำดับของฟังก์ชัน Bessel

BESSELY

คำนวณฟังก์ชัน Bessel ที่แก้ไขแล้ว

ไวยากรณ์

BESSELY(X; N)

X คือค่าที่ฟังก์ชันจะใช้ คำนวณ

N คือลำดับของฟังก์ชัน Bessel

BIN2DEC

ผลลัพธ์จะเป็นเลขฐานสิบของเลขฐานสองที่ถูกป้อนเข้าไป

ไวยากรณ์

BIN2DEC (Number)

Number คือเลขฐานสอง สามารถมีตัวเลขได้สูงสุด 10 ตัว (บิต) บิตเครื่องหมายเป็นบิตที่มีค่าประจำหลักสูงสุด จำนวนลบจะป้อนเป็นคอมพลีเมนต์ของสอง

ตัวอย่าง

=BIN2DEC(1100100) ส่งคืนค่า 100

BIN2HEX

ผลลัพธ์จะเป็นเลขฐานสิบหกของเลขฐานสองที่ถูกป้อนเข้าไป

ไวยากรณ์

BIN2HEX(Number;Places)

Number คือเลขฐานสอง สามารถมีตัวเลขได้สูงสุด 10 ตัว (บิต) บิตเครื่องหมายเป็นบิตที่มีค่าประจำหลักสูงสุด จำนวนลบจะป้อนเป็นคอมพลีเมนต์ของสอง

Places หมายถึงจำนวนหลักของ เอาต์พุต

ตัวอย่าง

=BIN2HEX(1100100;6) ส่งคืนค่า 000064

BIN2OCT

ฟังก์ชันนี้จะแปลงเลขฐานสองที่ป้อนให้เป็นเลขฐานแปด

ไวยากรณ์

BIN2OCT(Number;Places)

Number คือเลขฐานสอง สามารถมีตัวเลขได้สูงสุด 10 ตัว (บิต) บิตเครื่องหมายเป็นบิตที่มีค่าประจำหลักสูงสุด จำนวนลบจะป้อนเป็นคอมพลีเมนต์ของสอง

Places หมายถึงจำนวนหลัก ของเอาต์พุต

ตัวอย่าง

=BIN2OCT(1100100;4) ส่งคืนค่า 0144

DELTA

ผลลัพธ์จะเป็น TRUE (1) หากตัวเลขทั้งคู่ซึ่งส่งเป็นอาร์กิวเมนต์มีค่าเท่ากัน หากตัวเลขทั้งคู่ไม่เท่ากัน จะมีผลลัพธ์เป็น FALSE (0)

ไวยากรณ์

DELTA(Number1; Number2)

ตัวอย่าง

=DELTA(1;2) ส่งคืนค่า 0

DEC2BIN

ฟังก์ชันนี้จะแปลงเลขฐานสิบระหว่าง -512 ถึง 511 ที่ป้อนให้เป็นเลขฐานสอง

ไวยากรณ์

DEC2BIN(Number;Places)

Number คือเลขทศนิยม หาก Number เป็น จำนวนลบ ฟังก์ชันจะส่งคืนค่าเลขฐานสองที่มี 10 อักขระ บิตเครื่องหมายเป็นบิตที่มีค่าประจำหลักสูงสุด บิตอื่นๆ อีก 9 บิตจะเป็นค่า

Places หมายถึงจำนวนหลัก ของเอาต์พุต

ตัวอย่าง

=DEC2BIN(100;8) ส่งคืนค่า 01100100

DEC2HEX

ผลลัพธ์จะเป็นเลขฐานสิบหกของเลขฐานสิบที่ถูกป้อนเข้าไป

ไวยากรณ์

DEC2HEX(Number;Places)

Number คือเลขทศนิยม หาก Number เป็น จำนวนลบ ฟังก์ชันจะส่งคืนเลขฐานสิบหกที่มี 10 อักขระ (40 บิต) บิตเครื่องหมายเป็นบิตที่มีค่าประจำหลักสูงสุด บิตอื่นๆ อีก 39 บิตจะเป็นค่า

Places หมายถึงจำนวนหลัก ของเอาต์พุต

ตัวอย่าง

=DEC2HEX(100;4) ส่งคืนค่า 0064

DEC2OCT

ผลลัพธ์จะเป็นเลขฐานแปดของเลขฐานสิบที่ถูกป้อนเข้าไป

ไวยากรณ์

DEC2OCT(Number; Places)

Number คือเลขทศนิยม หาก Number เป็น จำนวนลบ ฟังก์ชันจะส่งคืนเลขฐานสิบหกที่มี 10 อักขระ (30 บิต) บิตเครื่องหมายเป็นบิตที่มีค่าประจำหลักสูงสุด บิตอื่นๆ อีก 29 บิตจะเป็นค่า

Places หมายถึงจำนวนหลัก ของเอาต์พุต

ตัวอย่าง

=DEC2OCT(100;4) ส่งคืนค่า 0144

ERF

จะส่งคืนค่าของ Gaussian error integral

ไวยากรณ์

ERF(LowerLimit; UpperLimit)

LowerLimit คือขีดจำกัดต่ำสุดของ integral

UpperLimit เป็นทางเลือก ซึ่งเป็นขีดจำกัด สูงสุดของ integral หากไม่ระบุค่านี้ ฟังก์ชันจะคำนวณในช่วงระหว่าง 0 และขีดจำกัดต่ำสุด

ตัวอย่าง

=ERF(0;1) ส่งคืนค่า 0.842701

ERFC

ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนค่าตรงข้ามของ Gaussian error integral ระหว่าง x และอนันต์

ไวยากรณ์

ERFC(LowerLimit)

LowerLimit คือขีดจำกัดต่ำสุดของ integral

ตัวอย่าง

=ERFC(1) ส่งคืนค่า 0.157299

GESTEP

ผลลัพธ์เป็น 1 ถ้า Number มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ Step

ไวยากรณ์

GESTEP(Number; Step)

ตัวอย่าง

=GESTEP(5;1) ส่งคืนค่า 1

HEX2BIN

ผลลัพธ์จะเป็นเลขฐานสองของเลขฐานสิบหกที่ถูกป้อนเข้าไป

ไวยากรณ์

HEX2BIN(Number;Places)

Number คือเลขฐานสิบหก สามารถมีตัวเลขได้สูงสุด 10 หลัก บิตเครื่องหมายเป็นบิตที่มีค่าประจำหลักสูงสุด บิตอื่นๆ ที่เหลือจะเป็นค่า จำนวนลบจะป้อนเป็นคอมพลีเมนต์ของสอง

Places คือจำนวนหลักของ เอาต์พุต

ตัวอย่าง

=HEX2BIN(64;8) ส่งคืนค่า 01100100

HEX2DEC

ผลลัพธ์จะเป็นเลขฐานสิบของเลขฐานสิบหกที่ถูกป้อนเข้าไป

ไวยากรณ์

HEX2DEC(Number)

Number คือเลขฐานสิบหก สามารถมีตัวเลขได้สูงสุด 10 หลัก บิตเครื่องหมายเป็นบิตที่มีค่าประจำหลักสูงสุด บิตอื่นๆ ที่เหลือจะเป็นค่า จำนวนลบจะป้อนเป็นคอมพลีเมนต์ของสอง

ตัวอย่าง

=HEX2DEC(64) ส่งคืนค่า 100

HEX2OCT

ผลลัพธ์จะเป็นเลขฐานแปดของเลขฐานสิบหกที่ถูกป้อนเข้าไป

ไวยากรณ์

HEX2OCT(Number;Places)

Number คือเลขฐานสิบหก สามารถมีตัวเลขได้สูงสุด 10 หลัก บิตเครื่องหมายเป็นบิตที่มีค่าประจำหลักสูงสุด บิตอื่นๆ ที่เหลือจะเป็นค่า จำนวนลบจะป้อนเป็นคอมพลีเมนต์ของสอง

Places คือจำนวนหลักของ เอาต์พุต

ตัวอย่าง

=HEX2OCT(64;4) ส่งคืนค่า 0144


ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ | เอกสารคู่มือเพิ่มเติม | เครื่องหมายการค้า