IBM Lotus Symphony


ฟังก์ชันการเงินส่วนที่สาม

ODDFPRICE

คำนวณราคาต่อมูลค่าที่ตราไว้ของหลักทรัพย์ 100 หน่วยสกุลเงิน หากวันที่คิดดอกเบี้ยเป็นวันแรกอยู่ในช่วงที่ไม่ปกติ

ไวยากรณ์

ODDFPRICE(Settlement; Maturity; Issue; FirstCoupon; Rate; Yield; Redemption; Frequency; Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

Issue คือวันที่ออก หลักทรัพย์

FirstCoupon คือวันที่คิดดอกเบี้ยครั้งแรกของ หลักทรัพย์

Rate คืออัตราดอกเบี้ยต่อปี

Yield คืออัตราผลตอบแทนต่อปี ของหลักทรัพย์

Redemption คือมูลค่าไถ่ถอนต่อ มูลค่าที่ตราไว้ 100 มูลค่าที่ตราไว้

Frequency คือจำนวนครั้งในการจ่าย ดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 1 อ็อพชันการคำนวณในฟังก์ชัน ODDFPRICE
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ODDFYIELD

คำนวณอัตราผลได้หรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ หากวันที่คิดดอกเบี้ยเป็นวันแรกอยู่ในช่วงที่ไม่ปกติ

ไวยากรณ์

ODDFYIELD(Settlement; Maturity; Issue; FirstCoupon; Rate; Price; Redemption; Frequency; Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

Issue คือวันที่ออก หลักทรัพย์

FirstCoupon คืองวดการจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรกของ หลักทรัพย์

Rate คืออัตราดอกเบี้ยต่อปี

Price คือราคาของหลักทรัพย์

Redemption คือมูลค่าไถ่ถอนต่อ มูลค่าที่ตราไว้ 100 มูลค่าที่ตราไว้

Frequency คือจำนวนครั้งในการจ่าย ดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 2 อ็อพชันการคำนวณในฟังก์ชัน ODDFYIELD
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ODDLPRICE

คำนวณราคาต่อมูลค่าที่ตราไว้ของหลักทรัพย์ 100 หน่วยสกุลเงิน หากวันที่คิดดอกเบี้ยเป็นวันสุดท้ายอยู่ในช่วงที่ไม่ปกติ

ไวยากรณ์

ODDLPRICE(Settlement; Maturity; LastInterest; Rate; Yield; Redemption; Frequency; Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

LastInterest คือวันที่คิดหลักทรัพย์ครั้งสุดท้ายของ หลักทรัพย์

Rate คืออัตราดอกเบี้ยต่อปี

Yield คืออัตราผลตอบแทนต่อปี ของหลักทรัพย์

Redemption คือมูลค่าไถ่ถอนต่อ มูลค่าที่ตราไว้ 100 มูลค่าที่ตราไว้

Frequency คือจำนวนครั้งในการจ่าย ดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 3 อ็อพชันการคำนวณในฟังก์ชัน ODDLPRICE
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

วันชำระเงิน: 7 กุมภาพันธ์ 1999 วันครบกำหนด: 15 มิถุนายน 1999 วันคิดดอกเบี้ยวันสุดท้าย: 15 ตุลาคม 1998 อัตราดอกเบี้ย: 3.75 เปอร์เซ็นต์ อัตราผลได้: 4.05 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าไถ่ถอน: 100 หน่วยสกุลเงิน ความถี่ของการชำระ: ทุกครึ่งปี = 2 เกณฑ์พื้นฐาน: = 0

ราคาต่อมูลค่าที่ตราไว้ของหลักทรัพย์ 100 หน่วยสกุลเงิน ซึ่งมีวันที่คิดดอกเบี้ยเป็นวันสุดท้ายไม่ปกติ จะถูกคำนวณดังนี้:

=ODDLPRICE("1999-02-07";"1999-06-15";"1998-10-15"; 0.0375; 0.0405;100;2;0) ส่งคืนค่า 99.87829

ODDLYIELD

คำนวณอัตราผลได้หรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ หากวันที่คิดดอกเบี้ยเป็นวันสุดท้ายอยู่ในช่วงที่ไม่ปกติ

ไวยากรณ์

ODDLYIELD(Settlement; Maturity; LastInterest; Rate; Price; Redemption; Frequency; Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

LastInterest คือวันที่คิดหลักทรัพย์ครั้งสุดท้ายของ หลักทรัพย์

Rate คืออัตราดอกเบี้ยต่อปี

Price คือราคาของหลักทรัพย์

Redemption คือมูลค่าไถ่ถอนต่อ มูลค่าที่ตราไว้ 100 มูลค่าที่ตราไว้

Frequency คือจำนวนครั้งในการจ่าย ดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 4 อ็อพชันการคำนวณในฟังก์ชัน ODDLYIELD
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

วันชำระเงิน: 20 เมษายน 1999 วันครบกำหนด: 15 มิถุนายน 1999 วันคิดดอกเบี้ยวันสุดท้าย: 15 ตุลาคม 1998 อัตราดอกเบี้ย: 3.75 เปอร์เซ็นต์ ราคา: 99.875 หน่วยสกุลเงิน มูลค่าไถ่ถอน: 100 หน่วยสกุลเงิน ความถี่ของการชำระ: ทุกครึ่งปี = 2 เกณฑ์พื้นฐาน: = 0

อัตราผลได้ของหลักทรัพย์ ที่มีวันที่คิดดอกเบี้ยเป็นวันสุดท้ายไม่ปกติ จะถูกคำนวณดังนี้:

=ODDLYIELD("1999-04-20";"1999-06-15"; "1998-10-15"; 0.0375; 99.875; 100;2;0) ส่งคืนค่า 0.044873 หรือ 4.4873%

VDB

จะให้ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ในงวดที่ระบุหนึ่งงวดหรือบางส่วนของงวด โดยใช้วิธียอดคงเหลือลดลงแปรผัน

ไวยากรณ์

VDB(Cost; Salvage; Life; S; End; Factor; Type)

Cost คือมูลค่าเริ่มแรกของ สินทรัพย์

Salvage คือมูลค่าของสินทรัพย์หลังหักค่าเสื่อมราคาแล้ว

Life คือระยะเวลาการคิดค่าเสื่อมราคาของ สินทรัพย์

S คือการเริ่มต้นการคิดค่าเสื่อมราคา ค่าที่ป้อนต้องใช้หน่วยวันที่เดียวกันกับระยะเวลา

End คือการสิ้นสุดการคิดค่าเสื่อมราคา

Factor (เป็นทางเลือก) คือตัวคูณของ การคิดค่าเสื่อมราคา Factor = 2 คือค่าเสื่อมราคาทวีคูณ

Type เป็นพารามิเตอร์ที่เป็นทางเลือก Type = 1 หมายถึงสลับไปใช้ค่าเสื่อมราคาแบบวิธีเส้นตรง ใน Type = 0 จะไม่มี การสลับ

ในฟังก์ชัน Lotus® Symphony™ Spreadsheets พารามิเตอร์ ที่ทำเครื่องหมาย "เป็นทางเลือก" สามารถไม่ต้องระบุได้เฉพาะเมื่อไม่มีค่าพารามิเตอร์ ต่อท้าย ตัวอย่างเช่น ในฟังก์ชันที่มีพารามิเตอร์สี่ตัว โดยที่ พารามิเตอร์สองตัวสุดท้ายถูกทำเครื่องหมาย "เป็นทางเลือก" คุณสามารถเว้นว่าง พารามิเตอร์ 4 หรือพารามิเตอร์ 3 และ 4 ได้ แต่คุณไม่สามารถเว้นว่าง พารามิเตอร์ 3 เพียงค่าเดียว

ตัวอย่าง

ค่าเสื่อมราคาแบบวิธียอดคงเหลือลดลงทวีคูณสำหรับหนึ่งงวดเท่ากับเท่าใด หากต้นทุนเริ่มแรกเท่ากับ 35,000 หน่วยสกุลเงิน และมูลค่าหลังหักค่าเสื่อมราคาแล้วเท่ากับ 7,500 หน่วยสกุลเงิน งวดการคิดค่าเสื่อมราคาเท่ากับ 3 ปี คำนวณค่าเสื่อมราคาจากงวดที่ 10 ถึง 20

=VDB(35000;7500;36;10;20;2) = 8603.80 หน่วยสกุลเงิน ค่าเสื่อมราคาระหว่างงวดที่ 10 และ 20 เท่ากับ 8,603.80 หน่วยสกุลเงิน

XIRR

คำนวณอัตราผลตอบแทนภายใน สำหรับรายการชำระเงินซึ่งเกิดขึ้นในวันที่แตกต่างกัน การคำนวณ จะถือจำนวน 365 วันต่อไปเป็นฐาน โดยไม่สนใจปี อธิกสุรทิน

หากการชำระเงินเกิดขึ้นในรอบระยะเวลาปกติ ให้ใช้ฟังก์ชัน IRR

ไวยากรณ์

XIRR(Values;Dates;Guess)

Values และ Dates อ้างถึงชุดการชำระเงินและ ชุดค่าวันที่ที่เกี่ยวข้อง วันที่คู่แรกจะกำหนดการเริ่มต้นแผนการชำระเงิน ค่าวันที่อื่นๆ ทั้งหมดต้องอยู่หลังจากนั้น แต่ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ ภายในชุดค่าต้องมีค่าลบและค่าบวกอย่างน้อยอย่างละหนึ่งค่า (การรับและการฝาก)

Guess (เป็นทางเลือก) สามารถป้อนค่าคาดเดา สำหรับอัตราผลตอบแทนภายในได้ ดีฟอลต์คือ 10%

ตัวอย่าง

ตัวอย่างต่อไปนี้ แสดงการคำนวณของอัตราผลตอบแทนภายในสำหรับ การชำระเงินห้ารายการต่อไปนี้:

ตารางที่ 5 ตัวอย่างของการคำนวณ XIRR
  A B C
1 2001-01-01 - 10000 Received
2 2001-01-02 2000 Deposited
3 2001-03-15 2500  
4 2001-05-12 5000  
5 2001-08-10 1000  

=XIRR(B1:B5; A1:A5; 0.1) ส่งคืนผลลัพธ์เป็น 0.1828

XNPV

คำนวณมูลค่าทุน (มูลค่าสุทธิ ปัจจุบัน) สำหรับรายการชำระเงินซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ แตกต่างกัน การคำนวณ จะถือจำนวน 365 วันต่อไปเป็นฐาน โดยไม่สนใจปี อธิกสุรทิน

หากการชำระเงินเกิดขึ้นในรอบระยะเวลาปกติ ให้ใช้ฟังก์ชัน NPV

ไวยากรณ์

XNPV(Rate;Values;Dates)

Rate คืออัตราผลตอบแทนภายในสำหรับ การชำระเงิน

Values และ Dates อ้างถึงชุดการชำระเงินและ ชุดค่าวันที่ที่เกี่ยวข้อง วันที่คู่แรกจะกำหนดการเริ่มต้นแผนการชำระเงิน ค่าวันที่อื่นๆ ทั้งหมดต้องอยู่หลังจากนั้น แต่ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ ภายในชุดค่าต้องมีค่าลบและค่าบวกอย่างน้อยอย่างละหนึ่งค่า (การรับและการฝาก)

ตัวอย่าง

การคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิสำหรับการชำระเงิน 5 รายการที่ระบุไว้ข้างต้นสำหรับอัตราผลตอบแทนภายในที่คาดไว้ 6%

=XNPV(0.06;B1:B5;A1:A5) ส่งคืนค่า 323.02

RRI

คำนวณอัตราดอกเบี้ยที่ได้มาจากกำไร (ผลตอบแทน) ของการลงทุน

ไวยากรณ์

RRI(P;PV;FV)

P คือจำนวนงวดที่จำเป็นสำหรับ การคำนวณอัตราดอกเบี้ย

PV คือมูลค่าปัจจุบัน มูลค่าเงินสดคือเงินสดฝากหรือมูลค่าเงินสดปัจจุบันของค่าเผื่อที่ไม่ใช่ตัวเงิน เนื่องจากต้องป้อนมูลค่าเงินฝากเป็นค่าบวก; เงินฝากต้องไม่เป็น 0 หรือ <0

FV กำหนดมูลค่าเงินสดที่ต้องการ สำหรับเงินฝาก

ตัวอย่าง

สำหรับ 4 งวด (ปี) และมูลค่าเงินสด 7,500 หน่วยสกุลเงิน อัตราดอกเบี้ยของผลตอบแทนจะได้รับการคำนวณ หากมูลค่าในอนาคตเท่ากับ 10,000 หน่วยสกุลเงิน

=RRI(4;7500;10000) = 7.46 %

อัตราดอกเบี้ยต้องเป็น 7.46 % เพื่อให้ 7,500 หน่วยสกุลเงินกลายเป็น 10,000 หน่วยสกุลเงิน

RATE

จะส่งคืนอัตราดอกเบี้ยคงที่ต่องวดของเงินรายปี

ไวยากรณ์

RATE(NPer; Pmt; PV; FV; Type; Guess)

NPer คือจำนวนงวดทั้งหมด ในระหว่างที่มีการชำระเงิน (งวดการชำระเงิน)

Pmt คือการชำระเงินคงที่ (เงินรายปี) แต่ละงวด

PV คือมูลค่าเงินสดในลำดับ การชำระเงิน

FV (เป็นทางเลือก) คือมูลค่าในอนาคต ที่จะได้ครบตามจำนวนนี้เมื่อสิ้นสุดการชำระเงินตามงวด

Type (เป็นทางเลือก) คือวันครบกำหนดของ การชำระเงินตามงวด โดยอาจเป็นตอนต้นงวดหรือตอนสิ้น งวด

Guess (เป็นทางเลือก) กำหนดค่าโดยประมาณ ของดอกเบี้ยด้วยการคำนวณแบบวนซ้ำ

ในฟังก์ชัน Lotus Symphony Spreadsheets พารามิเตอร์ ที่ทำเครื่องหมาย "เป็นทางเลือก" สามารถไม่ต้องระบุได้เฉพาะเมื่อไม่มีค่าพารามิเตอร์ ต่อท้าย ตัวอย่างเช่น ในฟังก์ชันที่มีพารามิเตอร์สี่ตัว โดยที่ พารามิเตอร์สองตัวสุดท้ายถูกทำเครื่องหมาย "เป็นทางเลือก" คุณสามารถเว้นว่าง พารามิเตอร์ 4 หรือพารามิเตอร์ 3 และ 4 ได้ แต่คุณไม่สามารถเว้นว่าง พารามิเตอร์ 3 เพียงค่าเดียว

ตัวอย่าง

อัตราดอกเบี้ยคงที่สำหรับงวดการชำระเงิน 3 งวดจะเท่ากับเท่าใด หากมีการชำระเงิน 10 หน่วยสกุลเงินอย่างสม่ำเสมอ และมูลค่าเงินสดปัจจุบันเท่ากับ 900 หน่วยสกุลเงิน

=RATE(3;10;900) = -121% ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยจะเท่ากับ 121%

INTRATE

คำนวณอัตราดอกเบี้ยต่อปีที่จะได้รับ เมื่อซื้อหลักทรัพย์ (หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ) ที่มูลค่าการลงทุน และทำการขายที่มูลค่าไถ่ถอน ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย

ไวยากรณ์

INTRATE(Settlement; Maturity; Investment; Redemption; Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่ขาย หลักทรัพย์

Investment คือราคาที่ซื้อ

Redemption คือราคาที่ขาย

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 6 อ็อพชันการคำนวณในฟังก์ชัน INTRATE
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

ทำการซื้อภาพเขียนในวันที่ 1990-01-15 ในราคา 1 ล้าน และขายในวันที่ 2002-05-05 ด้วยราคา 2 ล้าน เกณฑ์พื้นฐานคือการคำนวณแบบยอดดุลรายวัน (เกณฑ์พื้นฐาน = 3) ดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อปีจะเท่ากับเท่าใด?

=INTRATE("1990-01-15"; "2002-05-05"; 1000000; 2000000; 3) ส่งคืนค่า 8.12%

COUPNCD

ส่งคืนค่าวันที่คิดดอกเบี้ยเป็นวันแรก หลังจากวันชำระเงิน จัดรูปแบบผลลัพธ์เป็นวันที่

ไวยากรณ์

COUPNCD (Settlement;Maturity;Frequency;Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

Frequency คือจำนวนครั้งในการจ่าย ดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 7 อ็อพชันการคำนวณสำหรับฟังก์ชัน COUPNCD
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

ซื้อหลักทรัพย์ในวันที่ 2001-01-25 วันครบกำหนดคือ 2001-11-15 จ่ายดอกเบี้ยทุกครึ่งปี (ความถี่เท่ากับ 2) ใช้การคำนวณดอกเบี้ยแบบยอดดุลรายวัน (เกณฑ์พื้นฐาน 3) วันที่คิดดอกเบี้ยครั้งต่อไปคือวันใด?

=COUPNCD("2001-01-25"; "2001-11-15"; 2; 3) ส่งคืนค่า 2001-05-15

COUPDAYS

จะส่งคืนจำนวนวันในงวดการคิดดอกเบี้ยปัจจุบันของวันชำระเงิน

ไวยากรณ์

COUPDAYS(Settlement;Maturity;Frequency;Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

Frequency คือจำนวนครั้งในการจ่าย ดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 8 อ็อพชันการคำนวณในฟังก์ชัน COUPDAYS
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

ซื้อหลักทรัพย์ในวันที่ 2001-01-25 วันครบกำหนดคือ 2001-11-15 จ่ายดอกเบี้ยทุกครึ่งปี (ความถี่เท่ากับ 2) ใช้การคำนวณดอกเบี้ยแบบยอดดุลรายวัน (เกณฑ์พื้นฐาน 3) จำนวนวันในงวดการคิดดอกเบี้ยของวันชำระเงินเท่ากับกี่วัน?

=COUPDAYS("2001-01-25"; "2001-11-15"; 2; 3) ส่งคืนค่า 181

COUPDAYSNC

จะคืนค่าจำนวนวันจากวันชำระเงินจนถึงวันที่คิดดอกเบี้ยครั้งต่อไป

ไวยากรณ์

COUPDAYSNC (Settlement;Maturity;Frequency;Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

Frequency คือจำนวนครั้งในการจ่าย ดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 9 อ็อพชันการคำนวณในฟังก์ชัน COUPDAYSNC
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

ซื้อหลักทรัพย์ในวันที่ 2001-01-25 วันครบกำหนดคือ 2001-11-15 จ่ายดอกเบี้ยทุกครึ่งปี (ความถี่เท่ากับ 2) ใช้การคำนวณดอกเบี้ยแบบยอดดุลรายวัน (เกณฑ์พื้นฐาน 3) จำนวนวันจนถึงการจ่ายดอกเบี้ยครั้งถัดไปเท่ากับกี่วัน?

=COUPDAYSNC("2001-01-25"; "2001-11-15"; 2; 3) ส่งคืนค่า 110

COUPDAYBS

จะส่งคืนค่าจำนวนวันจากวันที่จ่ายดอกเบี้ยของหลักทรัพย์เป็นวันแรกจนถึงวันชำระเงิน

ไวยากรณ์

COUPDAYBS (Settlement;Maturity;Frequency;Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

Frequency คือจำนวนครั้งในการ จ่ายดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 10 อ็อพชันการคำนวณในฟังก์ชัน COUPDAYSBS
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

ซื้อหลักทรัพย์ในวันที่ 2001-01-25 วันครบกำหนดคือ 2001-11-15 จ่ายดอกเบี้ยทุกครึ่งปี (ความถี่เท่ากับ 2) ใช้การคำนวณดอกเบี้ยแบบยอดดุลรายวัน (เกณฑ์พื้นฐาน 3) จำนวนวันจะเท่ากับกี่วัน?

=COUPDAYBS("2001-01-25"; "2001-11-15"; 2; 3) ส่งคืนค่า 71

COUPPCD

คืนค่าวันที่คิดดอกเบี้ยก่อนหน้า วันชำระเงิน จัดรูปแบบผลลัพธ์เป็นวันที่

ไวยากรณ์

COUPPCD(Settlement;Maturity;Frequency;Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

Frequency คือจำนวนครั้งในการ จ่ายดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 11 อ็อพชันการคำนวณในฟังก์ชัน COUPPCD
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

ซื้อหลักทรัพย์ในวันที่ 2001-01-25 วันครบกำหนดคือ 2001-11-15 จ่ายดอกเบี้ยทุกครึ่งปี (ความถี่เท่ากับ 2) ใช้การคำนวณดอกเบี้ยแบบยอดดุลรายวัน (เกณฑ์พื้นฐาน 3) วันที่คิดดอกเบี้ยก่อนวันที่ซื้อคือวันใด?

=COUPPCD("2001-01-25"; "2001-11-15"; 2; 3) ส่งคืนค่า 2000-15-11

COUPNUM

จะส่งคืนจำนวนดอกเบี้ย (การจ่ายดอกเบี้ย) ระหว่างวันชำระเงินและวันครบกำหนด

ไวยากรณ์

COUPNUM (Settlement;Maturity;Frequency;Basis)

Settlement คือวันที่ซื้อ หลักทรัพย์

Maturity คือวันที่หลักทรัพย์ ครบกำหนด (หมดอายุ)

Frequency คือจำนวนครั้งในการ จ่ายดอกเบี้ยต่อปี (1, 2 หรือ 4)

Basis เลือกจากรายการอ็อพชันและ ระบุถึงวิธีคำนวณปี

ตารางที่ 12 อ็อพชันการคำนวณสำหรับฟังก์ชัน COUPNUM
เกณฑ์พื้นฐาน การคำนวณ
0 หรือไม่ต้องใส่ค่า วิธี US (NASD) 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
1 จำนวนวันจริงของเดือน จำนวนวันจริงของปี
2 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 360 วัน
3 จำนวนวันจริงของเดือน หนึ่งปีมี 365 วัน
4 วิธียุโรป 12 เดือน เดือนละ 30 วัน

ตัวอย่าง

ซื้อหลักทรัพย์ในวันที่ 2001-01-25 วันครบกำหนดคือ 2001-11-15 จ่ายดอกเบี้ยทุกครึ่งปี (ความถี่เท่ากับ 2) ใช้การคำนวณดอกเบี้ยแบบยอดดุลรายวัน (เกณฑ์พื้นฐาน 3) จำนวนวันที่คิดดอกเบี้ยจะเท่ากับกี่วัน?

=COUPNUM("2001-01-25"; "2001-11-15"; 2; 3) ส่งคืนค่า 2

IPMT

คำนวณการตัดบัญชีเป็นรายงวดสำหรับการลงทุนที่มีการชำระเงินตามปกติและอัตราดอกเบี้ยคงที่

ไวยากรณ์

IPMT(Rate; Period; NPer; PV; FV; Type)

Rate คืออัตราดอกเบี้ยรายงวด

Period คืองวด ที่มีการคำนวณดอกเบี้ยทบต้น Period=NPER หากมีการคำนวณดอกเบี้ยทบต้นสำหรับงวดสุดท้ายแล้ว

NPer คือจำนวนงวดทั้งหมด ที่มีการจ่ายเงินเป็นรายปี

PV คือมูลค่าเงินสดปัจจุบันในลำดับการชำระเงิน

FV (เป็นทางเลือก) คือมูลค่าที่ต้องการ (มูลค่าในอนาคต) ณ ตอนสิ้นงวด

Type คือวันครบกำหนดสำหรับการชำระเงินเป็นรายงวด

ตัวอย่าง

อัตราดอกเบี้ยระหว่างงวด (ปี) ที่ 5 เท่ากับเท่าใด หากอัตราดอกเบี้ยคงที่เท่ากับ 5% และมูลค่าเงินสดเท่ากับ 15,000 หน่วยสกุลเงิน? การชำระเงินเป็นรายงวดเท่ากับ 7 ปี

=IPMT(5%;5;7;15000) = -352.97 หน่วย สกุลเงิน ดอกเบี้ยทบต้นระหว่างงวด (ปี) ที่ 5 เท่ากับ 352.97 หน่วยสกุลเงิน

FV

จะส่งคืนมูลค่าในอนาคตของการลงทุนตามงวด การชำระเงินคงที่ และอัตราดอกเบี้ยคงที่ (มูลค่าในอนาคต)

ไวยากรณ์

FV(Rate; NPer; Pmt; PV; Type)

Rate คืออัตราดอกเบี้ยรายงวด

NPer จำนวนงวดทั้งหมด (งวดการชำระเงิน)

Pmt คือเงินรายปีที่จ่ายตามปกติต่อ งวด

PV (เป็นทางเลือก) คือมูลค่าเงินสด (ปัจจุบัน) ของการลงทุน

Type (เป็นทางเลือก) กำหนดว่า การชำระเงินจะครบกำหนดในตอนต้นงวดหรือตอนสิ้นงวด

ในฟังก์ชัน Lotus Symphony Spreadsheets พารามิเตอร์ ที่ทำเครื่องหมาย "เป็นทางเลือก" สามารถไม่ต้องระบุได้เฉพาะเมื่อไม่มีค่าพารามิเตอร์ ต่อท้าย ตัวอย่างเช่น ในฟังก์ชันที่มีพารามิเตอร์สี่ตัว โดยที่ พารามิเตอร์สองตัวสุดท้ายถูกทำเครื่องหมาย "เป็นทางเลือก" คุณสามารถเว้นว่าง พารามิเตอร์ 4 หรือพารามิเตอร์ 3 และ 4 ได้ แต่คุณไม่สามารถเว้นว่าง พารามิเตอร์ 3 เพียงค่าเดียว

ตัวอย่าง

มูลค่าเมื่อสิ้นสุดการลงทุนจะเท่ากับเท่าใด หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 4% และงวดการชำระเงินเท่ากับ 2 ปี โดยมีการชำระเงินเป็นรายงวด 750 หน่วยสกุลเงิน การลงทุนมีมูลค่าปัจจุบัน 2,500 หน่วยสกุลเงิน

=FV(4%;2;750;2500) = -4234.00 หน่วย สกุลเงิน มูลค่าเมื่อสิ้นสุดการลงทุนเท่ากับ 4234.00 หน่วยสกุลเงิน

FVSCHEDULE

คำนวณมูลค่าสะสมของทุนเริ่มต้นสำหรับชุดอัตราดอกเบี้ยผันแปรรายงวด

ไวยากรณ์

FVSCHEDULE(Principal;Schedule)

Principal คือทุนเริ่มต้น

Schedule คือชุดอัตราดอกเบี้ย ตัวอย่างเช่น ช่วง H3:H5 หรือ (รายการ) (โปรดดูตัวอย่าง)

ตัวอย่าง

มีการลงทุน 1000 หน่วยสกุลเงินเป็นระยะเวลา 3 ปี อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 3%, 4% และ 5% ต่อปี หลังจาก 3 ปีไปแล้วจะมีมูลค่าเท่ากับเท่าใด?

=FVSCHEDULE(1000;{0.03;0.04;0.05}) ส่งคืนค่า 1124.76

NPER

จะส่งคืนจำนวนงวดสำหรับการลงทุนตามงวด การชำระเงินคงที่ และอัตราดอกเบี้ยคงที่

ไวยากรณ์

NPER(Rate; Pmt; PV; FV; Type)

Rate คืออัตราดอกเบี้ยรายงวด

Pmt คือเงินรายปีคงที่ที่จ่ายในแต่ละ งวด

PV คือมูลค่าปัจจุบัน (มูลค่าเงินสด) ใน ลำดับการชำระเงิน

FV (เป็นทางเลือก) คือมูลค่าในอนาคต ที่จะได้ตอนสิ้นงวดสุดท้าย

Type (เป็นทางเลือก) คือวันครบกำหนดของ การชำระเงินตอนต้นงวดหรือตอนสิ้นงวด

ในฟังก์ชัน Lotus Symphony Spreadsheets พารามิเตอร์ ที่ทำเครื่องหมาย "เป็นทางเลือก" สามารถไม่ต้องระบุได้เฉพาะเมื่อไม่มีค่าพารามิเตอร์ ต่อท้าย ตัวอย่างเช่น ในฟังก์ชันที่มีพารามิเตอร์สี่ตัว โดยที่ พารามิเตอร์สองตัวสุดท้ายถูกทำเครื่องหมาย "เป็นทางเลือก" คุณสามารถเว้นว่าง พารามิเตอร์ 4 หรือพารามิเตอร์ 3 และ 4 ได้ แต่คุณไม่สามารถเว้นว่าง พารามิเตอร์ 3 เพียงค่าเดียว

ตัวอย่าง

งวดการชำระเงินจะมีทั้งหมดกี่งวด หากมีการชำระเงินเป็นรายงวดโดยมีอัตราดอกเบี้ยรายงวดเท่ากับ 6% การชำระเงินเป็นรายงวด 153.75 หน่วยสกุลเงิน และมูลค่าเงินสดปัจจุบัน 2.600 หน่วยสกุลเงิน

=NPER(6%;153.75;2600) = -12,02 งวดการชำระเงินจะมีทั้งหมด 12.02 งวด

กลับไปยังฟังก์ชันการเงินส่วนที่หนึ่ง

กลับไปยังฟังก์ชันการเงินส่วนที่สอง


ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ | เอกสารคู่มือเพิ่มเติม | เครื่องหมายการค้า